บทที่ 4 ครบรอบ 1 ปี ครบกำหนดเวลา
“มีอะไรหรือเปล่าครับ”
เตชน์ไม่ตอบ เขาลุกจากเก้าอี้ เดินไปหยุดอยู่หน้าภาพวาด แล้วมองลายเซ็นเล็ก ๆ ที่มุมล่าง ‘อบเชย วรนันท์’ ศิลปินหญิงผู้หายไปจากวงการหลังแต่งงาน กลายเป็นภรรยาของเขมกร จริงหรือ? หรือว่านั่นแค่คนชื่อและนามสกุลซ้ำ
แม้จะเป็นเพื่อนสมัยเรียนปริญญาตรี แต่ต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปเรียนต่อ และขาดการติดต่อกันนานนับสิบปี เพิ่งมาเจอกันอีกครั้งเมื่อเส้นทางอาชีพต้องเอื้ออำนวยกัน ดังนั้นเขาจึงไม่เคยเห็นภรรยาของเขมกร และรู้ว่าไม่ควรพูดถึง ในเมื่อรักแรกและรักเดียวของเขมกรคือ ‘รินรดา’
แต่หากอบเชยคนที่เขาคะนึงหาเป็นคนเดียวกับที่เขมกรบอกว่า ‘วาดเล่น - ไม่ได้จริงจัง’ เขาควรทำอย่างไร ระหว่างตรวจเอกสารเงื่อนไขการหย่าตามที่เพื่อนไหว้วาน หรือยื้อการหย่าครั้งนี้ไว้ให้เป็นไปตามสิ่งที่อบเชยต้องการ แล้วอบเชยต้องการอะไรล่ะ ในเมื่อหล่อนไม่รู้สถานการณ์ของวันพรุ่งนี้
“พรุ่งนี้เลื่อนนัดช่วงเช้าทั้งหมด”
“คุณเตชน์มีคดีด่วน! หรือครับ”
ชายหนุ่มมองภาพตรงหน้า โดยไม่ละสายตา
“ยังไม่รู้ว่าจะเป็นคดีหรือเปล่า”
เขาตอบเสียงเรียบ ก่อนจะทาบนิ้วมือบนแป้นพิมพ์แล็ปท็อป จากนั้นพิมพ์คำค้นหาลงไป
‘อบเชย วรนันท์ ภรรยาของเขมกร...’
เวลาเกือบสามทุ่ม รถยนต์ของเขมกรจึงเคลื่อนเข้ามาจอดหน้าบ้าน อบเชยลุกจากโซฟาทันที หล่อนไม่รู้ว่าตนเองเผลอนั่งมองนาฬิกามานานเท่าไร รู้เพียงว่าอาหารบนโต๊ะถูกนำไปอุ่นใหม่สองครั้ง และเทียนที่จุดไว้เริ่มสั้นลงเกือบครึ่ง
ประตูเปิดออก ชายหนุ่มรูปร่างสูงในชุดสูทสีเข้มเดินเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาแสดงความเหนื่อยล้าจากการทำงานตลอดวัน แต่ยังคงความสุขุมและเย็นสงบอย่างที่อบเชยหลงใหลมาตั้งแต่วัยเด็ก
หล่อนเดินเข้าไปหา รับกระเป๋าเอกสารจากมือเขา เขมกรปลดกระดุมสูท ก่อนมองโต๊ะอาหาร
“มีอะไรพิเศษหรือ”
คำถามนั้นทำให้รอยยิ้มของอบเชยชะงัก แต่หล่อนก็ยังตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“วันนี้ครบรอบแต่งงานของเราค่ะ”
ชายหนุ่มนิ่งไป เพียงครู่เดียวเท่านั้น ก่อนพยักหน้า
“ผมจำได้”
อบเชยไม่แน่ใจว่าเขาจำได้จริง หรือเพิ่งนึกขึ้นได้หลังหล่อนบอก แต่หล่อนเลือกเชื่อคำตอบที่ทำให้หัวใจเจ็บน้อยกว่า
“เชยทำอาหารที่คุณชอบไว้ค่ะ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไหมคะ เดี๋ยวเชยให้อุ่นซุปใหม่”
เขมกรมองภรรยาอยู่ชั่วขณะ สายตาของเขาเลื่อนผ่านใบหน้าสวยหวาน ชุดกระโปรงสีครีม และแหวนแต่งงานบนมือของหล่อน ทุกอย่างเรียบร้อย เหมาะสม และไม่มีสิ่งใดทำให้เขาลำบากใจ
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา อบเชยทำหน้าที่ภรรยาได้ดีเกินกว่าที่ใครคาดหวัง นั่นควรทำให้การจบความสัมพันธ์ครั้งนี้ง่ายขึ้น แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ในวินาทีที่เห็นแววตาเต็มไปด้วยความหวังของหล่อน เขากลับรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาอย่างประหลาด
“อบเชย”
“คะ”
เขมกรเกือบพูดบางอย่าง แต่โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงกลับสั่นขึ้นเสียก่อน เขาหยิบมันออกมา ชื่อของรินรดาปรากฏบนหน้าจอ อบเชยเห็น และเขมกรก็รู้ว่าหล่อนเห็น บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่เงียบลงในทันที
“โทรศัพท์อีกเครื่องของคุณอยู่ที่โต๊ะค่ะ” อบเชยพูดขึ้น “มีข้อความเข้ามาตอนเย็น”
เขมกรหันไปมองโทรศัพท์ที่ตนลืมไว้ ก่อนกลับมามองภรรยา
“คุณอ่านหรือเปล่า”
คำถามตรงเกินไปจนอบเชยเจ็บลึก เขาไม่ได้ถามว่าหล่อนเห็นอะไร แต่ถามว่าหล่อนล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวของเขาหรือไม่
“ข้อความขึ้นบนหน้าจอค่ะ เชยไม่ได้เปิดอ่าน”
“อืม... ไปกินข้าวกันเถอะ”
เขาตอบเพียงเท่านั้น ก่อนกดปฏิเสธสายของรินรดา สิ่งที่เขาทำ หล่อนควรสบายใจ แต่กลับไม่ช่วยอะไร เพราะข้อความที่เห็นยังคงวนเวียนอยู่ในความคิด
‘ครบหนึ่งปีแล้วนะคะ ฉันกลับมาตามสัญญา’
อบเชยเดินตามสามีไปยังโต๊ะอาหาร เขมกรนั่งลงตรงเก้าอี้ฝั่งเดิม ส่วนหล่อนนั่งฝั่งตรงข้าม โต๊ะถูกจัดอย่างสวยงาม มีจานสองใบ แก้วไวน์สองแก้ว ดอกกุหลาบสีขาวหนึ่งแจกัน และคนสองคนซึ่งกำลังนั่งมองกันอยู่ในความเงียบ
หากมีใครวาดภาพนี้ออกมา มันคงเป็นภาพครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ เพียงแต่ไม่มีใครรู้ว่า ใต้โต๊ะนั้น มือของอบเชยกำลังสั่น
ชายหนุ่มรินไวน์ลงในแก้ว ก่อนยกขึ้นเล็กน้อย
“ครบรอบหนึ่งปี”
“ค่ะ ครบรอบหนึ่งปีของเรา”
อบเชยยิ้ม แม้หัวใจจะเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
แก้วไวน์กระทบกันเบา ๆ เสียงใสกังวานนั้นฟังคล้ายการเฉลิมฉลอง แต่สำหรับเขมกร มันคือเสียงบอกเวลา ‘ข้อตกลงครบกำหนดแล้ว’ และพรุ่งนี้ ทุกอย่างจะจบลงอย่างสมบูรณ์
