บทที่ 5 อาหารมื้อสุดท้ายของเรา
“อาหารไม่ถูกปากหรือคะ”
คำถามของอบเชยทำให้เขมกรเงยหน้าจากจานอาหาร
“ทำไมถามอย่างนั้น”
“คุณแทบไม่แตะเลยค่ะ”
ชายหนุ่มก้มมองสเต๊กเนื้อซึ่งถูกหั่นออกเพียงสองชิ้น อาหารทุกอย่างบนโต๊ะล้วนเป็นสิ่งที่เขาชอบ เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยบอกอบเชยตอนไหน แต่หล่อนกลับจำได้
“วันนี้ประชุมทั้งวัน ผมกินอะไรรองท้องมาบ้างแล้ว”
“อย่างนั้นหรือคะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าหญิงสาวจางลงเล็กน้อย
“เชยน่าจะโทรถามก่อน จะได้ไม่ต้องทำไว้มาก”
“ไม่เป็นไร”
“แต่คุณไม่ชอบกินอาหารอุ่นซ้ำ”
เขมกรชะงัก เป็นอีกครั้งที่อบเชยรู้เรื่องเล็กน้อยเกี่ยวกับตัวเขา ขณะที่เขาแทบไม่รู้เลยว่าหล่อนชอบหรือไม่ชอบอะไร ความคิดนั้นเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ ก่อนถูกเขาปัดทิ้งอย่างรวดเร็ว เพราะการเรียนรู้สิ่งใดเกี่ยวกับหล่อนเพิ่มเติมในตอนนี้... ไม่มีความจำเป็นแล้ว
“คุณไม่ต้องคิดมาก ผมแค่ไม่ค่อยหิว”
“ค่ะ”
อบเชยตอบรับ
ความเงียบปกคลุมโต๊ะอาหาร หากกลับไม่มีบทสนทนาระหว่างคนสองคนซึ่งแต่งงานกันมาครบหนึ่งปี
อบเชยพยายามบอกตัวเองว่าเป็นเรื่องปกติ เขมกรเหนื่อยจากงาน เขาเป็นคนพูดน้อยมาแต่ไหนแต่ไร และหล่อนก็รู้จักนิสัยนั้นดีก่อนตกลงแต่งงาน
‘ความรัก’ ไม่ได้จำเป็นต้องแสดงออกด้วยถ้อยคำเสมอไป แค่เขาให้เกียรติ ดูแลหล่อน และไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงอื่นให้ระคายใจ
สำหรับอบเชย สิ่งเหล่านั้นมากพอจะทำให้เชื่อว่า หัวใจของคนเราอาจค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงได้ แม้เขายังไม่รักหล่อนในวันนี้ แต่หากหล่อนดีมากพอ อดทนมากพอ และทำให้บ้านหลังนี้เป็นสถานที่ซึ่งเขาอยากกลับมา สักวันเขาอาจรักหล่อนได้
“คุณเขมคะ”
“ว่าไง”
“เรื่องข้อความเมื่อครู่...”
ปลายมีดในมือชายหนุ่มหยุดลง อบเชยรีบกล่าวต่อ ก่อนจะสูญเสียความกล้า
“คุณรินรดาเป็นใครหรือคะ”
คำถามนั้นสุภาพอย่างภรรยาผู้ได้รับการอบรมมาอย่างดี ไม่มีน้ำเสียงประชดประชัน ไม่มีการกล่าวหา และไม่มีการแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ทว่าดวงตาของหล่อนกลับปิดบังความหวาดหวั่นเอาไว้ไม่มิด
เขมกรสบตาภรรยา เขาควรบอกหล่อนตอนนี้ แต่แววตาซึ่งกำลังรอฟังคำตอบ ทำให้คำพูดทั้งหมดติดอยู่ในลำคอ อย่างน้อยคืนนี้ก็ควรปล่อยให้ผ่าน
“คนรู้จักเก่า”
คำตอบสั้น ๆ ทำให้หัวใจของอบเชยผ่อนคลายลงเพียงเล็กน้อย
“แล้ว... เธอกลับมาตามสัญญาอะไรคะ”
คราวนี้เขมกรเงียบไปนานกว่าครั้งก่อน อบเชยเห็นบางอย่างเคลื่อนผ่านแววตาของเขา คล้ายความรำคาญ แต่ก็คล้ายความรู้สึกผิดซึ่งหล่อนไม่แน่ใจว่าคิดไปเองหรือไม่
“เรื่องงานน่ะ คุณไม่ต้องสนใจหรอก”
“ค่ะ”
หญิงสาวก้มหน้าลง เขาบอกว่าไม่ต้องสนใจ ดังนั้นหล่อนจึงไม่ควรถามต่อ นั่นคือสิ่งที่อบเชยทำมาตลอดหนึ่งปี ไม่อยากทำตัวเป็นภรรยาจู้จี้ ไม่อยากให้เขารู้สึกว่าการแต่งงาน คือ พันธนาการ และไม่อยากกลายเป็นผู้หญิงน่ารำคาญในสายตาของคนที่หล่อนรัก
เขมกรมองภรรยาซึ่งนั่งรับประทานอาหารเงียบ ๆ ตลอดหนึ่งปี อบเชยไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเขา นอกจากเวลารับประทานอาหารเย็นด้วยกันบ้างในวันที่เขาว่าง
“วันนี้คุณออกไปไหนมาหรือเปล่า”
เขาถามขึ้นโดยไม่ทันคิด อบเชยเงยหน้าด้วยความประหลาดใจ เพราะสามีแทบไม่เคยถามเรื่องกิจวัตรประจำวันของหล่อน
“ช่วงเช้า เชยเข้าไปจัดห้องเก็บของนิดหน่อย แล้วก็ลงมาทำอาหารค่ะ”
“ห้องเก็บของ?”
“ห้องวาดภาพค่ะ”
เขมกรนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับเพิ่งนึกได้ว่าภายในบ้านมีห้องนั้นอยู่ด้วย
“คุณยังเก็บของพวกนั้นไว้อีกหรือ”
คำว่า ‘ของพวกนั้น’ ทำให้ปลายนิ้วของอบเชยเย็นลง
“ยังอยู่ครบค่ะ”
“ผมนึกว่าคุณเลิกวาดไปแล้ว”
หญิงสาวฝืนยิ้ม
“ยังไม่ได้เลิกหรอกค่ะ แค่พักไว้ก่อน”
“ก็ดี”
บทสนทนาจบลงเพียงเท่านั้น และนั่นยิ่งทำให้อบเชยตระหนักว่า ข้อความของรินรดาได้รับความสนใจจากสามีมากกว่างานซึ่งเคยเป็นชีวิตทั้งชีวิตของหล่อนเสียอีก
หลังอาหารจานหลัก แม่บ้านนำเค้กขนาดเล็กออกมาวางตรงกลางโต๊ะ ตัวเค้กสีขาวตกแต่งด้วยดอกไม้ที่ปั้นจากน้ำตาล ตรงกลางเขียนข้อความว่า
‘Happy First Anniversary’
เขมกรมองมัน ก่อนเหลือบไปเห็นรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าภรรยา
“เชยทำเองค่ะ”
“คุณทำเป็นด้วย?”
คำถามนั้นไม่ได้เกิดจากความดูแคลน เขาเพียงแปลกใจจริง ๆ
“เชยไปเรียนมาช่วงเดือนที่แล้วค่ะ”
“เรียนทำขนม?”
“ค่ะ คุณเคยบอกว่าชอบเค้กที่หวานน้อย เชยลองทำอยู่หลายครั้งกว่าจะได้แบบนี้ ลองชิมดูนะคะ”
อบเชยตักเค้กชิ้นเล็กลงบนจาน แล้วเลื่อนไปตรงหน้าเขา ชายหนุ่มตักเข้าปาก เนื้อเค้กนุ่ม กลิ่นวานิลลาอ่อน และหวานน้อยอย่างที่เขาชอบจริง ๆ
“เป็นยังไงบ้างคะ”
“อร่อยดี”
เพียงสามคำก็ทำให้ดวงตาของอบเชยสว่างขึ้น
“จริงหรือคะ”
“อืม”
“ถ้าคุณชอบ ครั้งหน้าเชยจะทำอีกค่ะ”
‘ครั้งหน้า’ คำธรรมดาสองคำกลับทำให้เขมกรรู้สึกเหมือนมีบางอย่างกดทับอยู่กลางอก เพราะหลังจากพรุ่งนี้ จะไม่มี ‘ครั้งหน้า’ ระหว่างพวกเขาอีกแล้ว
เขาไม่คิดว่าอบเชยจะต่อต้านการหย่า ผู้หญิงอย่างหล่อนรักศักดิ์ศรีเกินกว่าจะรั้งผู้ชายซึ่งบอกชัดว่าต้องการไปหาคนอื่น
ส่วนธุรกิจของสองตระกูลมั่นคงพอที่จะดำเนินต่อโดยไม่ต้องใช้ทะเบียนสมรสค้ำประกันอีก ข้อตกลงหนึ่งปีจึงบรรลุวัตถุประสงค์ครบถ้วน ไม่มีเหตุผลใดต้องยืดเวลาออกไป
“เชยมีของขวัญให้คุณด้วยค่ะ”
อบเชยลุกจากโต๊ะ เดินไปยังตู้ด้านข้าง
“เปิดดูสิคะ”
เขมกรเปิดฝากล่อง ปากกาหมึกซึมด้ามสีดำวางอยู่ด้านใน ตัวด้ามเรียบหรูเหมาะกับบุคลิกของเขา เมื่อพลิกดูจึงเห็นอักษรตัวเล็กสลักไว้ใกล้ปลายปากกา
‘K&O’
“เชยรู้ว่าคุณมีปากกาดี ๆ หลายด้ามแล้ว แต่ด้ามนี้เชยสั่งทำเป็นพิเศษค่ะ”
“ขอบคุณ”
“เชยหวังว่ามันจะนำโชคให้คุณ เวลาคุณเซ็นสัญญาสำคัญ”
มือของเขมกรชะงัก เอกสารสำคัญที่เขาจะเซ็นหรือ... นั่นหมายถึง ‘ใบหย่า’ ด้วยไหม
“คุณไม่ชอบหรือคะ”
“ชอบ”
เขาปิดฝากล่อง
“ผมจะใช้”
“จริงนะคะ”
“อืม”
อบเชยยิ้มกว้างขึ้น
“แล้วของเชยล่ะคะ”
