บทที่ 8 หน้าที่สามีที่คุ้มค่าและใบหย่าที่เขาต้องการ
‘ข้อตกลงการหย่าโดยความยินยอม’
อบเชยอ่านซ้ำ ครั้งแล้วครั้งเล่า ตัวอักษรยังคงเหมือนเดิม
“นี่คืออะไรคะ” เสียงของหล่อนเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“เอกสารหย่า”
“เชยอ่านออกค่ะ”
หล่อนเงยหน้ามองเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสน
“เชยถามว่า คุณเอามาให้เชยทำไม”
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก เขาเตรียมคำพูดไว้แล้ว ทุกอย่างควรชัดเจน กระชับ และไม่เปิดพื้นที่ให้อารมณ์ทำให้เรื่องยุ่งยาก
“การแต่งงานของเราเกิดขึ้นเพราะข้อตกลงระหว่างผู้ใหญ่สองฝ่าย คุณก็รู้ว่าช่วงนั้นบริษัทของครอบครัวคุณต้องการเงินทุนและเครือข่ายจากทางผม ขณะที่ครอบครัวผมต้องการความน่าเชื่อถือจากครอบครัวคุณ”
“เชยรู้ค่ะ”
“ตอนนี้โครงการทั้งหมดเดินหน้าได้ตามแผน ธุรกิจของทั้งสองฝ่ายมั่นคงแล้ว”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการหย่า”
คำถามของหล่อนทำให้เขมกรนิ่งไปเพียงเล็กน้อย
“ข้อตกลงเดิม กำหนดไว้หนึ่งปี”
ร่างของอบเชยแข็งทื่อ มองหน้าสามีอย่างคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
“ข้อตกลงอะไรคะ”
“ระยะเวลาการแต่งงานของเรา”
โลกทั้งใบเงียบลง หญิงสาวได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตนเองเต้นกระแทกอยู่ในอก
“คุณพูดว่าอะไรนะคะ”
“ผู้ใหญ่ของเราทั้งสองคนตกลงกันว่า ให้เรารักษาสถานะสามีภรรยาไว้หนึ่งปี เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็จะแยกทางกันได้”
“ผู้ใหญ่ของเรา หมายถึงใครคะ? พ่อแม่คุณ พ่อแม่เชยงั้นเหรอ?”
น้ำเสียงที่ถามสั่นอย่างไม่คิดจะห้าม ดวงตาก็ร้อนผ่าวจนหยาดน้ำจะหล่นแหล่มิหล่นแหล่ แต่ยังคาดหวังให้เขาปฏิเสธ ให้เขาบอกว่านี่คือการล้อเล่นสำหรับวันแรกที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ของเรา แต่ดวงตาคมที่นิ่งสนิท ไม่บอกสักนิดว่าเขมกรล้อเล่น
“แล้วเชยล่ะ”
นั่นสิ... แล้วหล่อนล่ะ หล่อนไปตกลงสัญญานั้นตอนไหน
“เชยไปตกลงสัญญากับคุณตอนไหน เชยไปรับรู้เงื่อนไขของพวกคุณตอนไหน”
“ผู้ใหญ่ทางคุณ จะอธิบายเอง”
อบเชยหัวเราะออกมาเบา ๆ ไม่ใช่เพราะขบขัน แต่เพราะสิ่งที่ได้ยินเหนือจริงเกินกว่าจะรับไว้ได้ในคราวเดียว
“แปลว่า... คุณรู้อยู่แล้วว่า การแต่งงานของเรามีอายุหนึ่งปี”
“รู้”
เขาตอบสั้น ๆ แต่ก็ทำให้หยาดน้ำพรั่งพรูจนมองคนตรงหน้าไม่ชัด
“คุณรู้มาตั้งแต่ก่อนแต่งงาน?”
“ใช่”
“รู้ว่าครบหนึ่งปีแล้วจะหย่า?”
“ใช่”
“แต่คุณไม่คิดจะบอกเชย”
น้ำเสียงของหล่อนไม่ดัง แต่ความสั่นไหวในทุกถ้อยคำกลับทำให้ห้องทำงานดูอึมครึมกว่าเดิม
“ผมคิดว่า คุณน่าจะรับรู้จากครอบครัวแล้ว”
“คุณคิดหรือคะ?”
อบเชยทวนคำ ก่อนจะแค่นยิ้มหยัน เมื่อเห็นแววลุแก่โทษจากดวงตาคมเข้ม
“เรานอนเตียงเดียวกันมาหนึ่งปี คุณกลับบ้านมาหาเชยทุกคืน คุณนอนกับเชย คุณเห็นเชยจัดบ้าน เห็นเชยรอคุณกินข้าว เห็นเชยใช้ชีวิตเป็นภรรยาของคุณ แต่คุณกลับบอกว่า คิดว่าเชยรู้แล้ว คุณคิดว่าเชยรู้ว่าการแต่งงานมันมีวันหมดอายุ หรือคะ!”
“ผมไม่ได้ตั้งใจหลอกคุณนะเชย”
“แต่คุณไม่บอก”
เขมกรเงียบ เขาไม่แก้ตัว นั่นยิ่งทำให้ก้อนสะอื้นตีรวนในอก
อบเชยก้มมองเอกสารในมือ ตัวเลขทรัพย์สินจำนวนมากถูกแจกแจงไว้อย่างละเอียด บ้าน หุ้น เงินสด และเครื่องประดับ เขาตีราคาหนึ่งปีของหล่อนไว้เรียบร้อยแล้ว
“แล้วเมื่อคืนล่ะคะ”
เขมกรชะงัก หญิงสาวเงยหน้าขึ้น น้ำตาไหลลงมาโดยที่เจ้าตัวไม่คิดเช็ด
“คุณตั้งใจจะยื่นใบหย่าให้เชยเช้านี้ แล้วทำไมคุณยัง...”
ความใกล้ชิด ความเร่าร้อน ที่หล่อนคิดว่าเป็นความล้ำลึกของคืนครบรอบ กลับกลายเป็นความอับอายกัดกินไปทั้งร่าง
“เมื่อคืน คุณยังเป็นภรรยาของผม”
อบเชยสั่นสะอื้น ก่อนจะหัวเราะทั้งน้ำตา
“คุณทำหน้าที่คุ้มค่าจริง ๆ ค่ะ”
“อบเชย ผมไม่ได้ต้องการทำร้ายคุณนะ เราจากกันด้วยดีเถอะ ธุรกิจของครอบครัวเราก็ยังไปต่อ”
เขาที่พูดออกมาโดยไม่สะทกสะท้าน เร่งเร้าให้หล่อนตกลง โดยไม่สนใจน้ำตาที่ไหลพราก ทำให้ภาพชื่อ ‘รินรดา’ บนหน้าจอโทรศัพท์ย้อนกลับมาในความคิด ความจริงเชื่อมต่อกันเองโดยไม่ต้องมีใครอธิบาย
“คุณรินรดา... เธอรู้เรื่องสัญญาหนึ่งปี”
ดวงตาของชายหนุ่มเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย และเพียงเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว
“เธอเป็นผู้หญิงที่คุณรัก”
อบเชยพยักหน้าช้า ๆ ทุกคนรู้ พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายรู้ เขมกรรู้ รินรดารู้ มีเพียงคนที่สวมชุดเจ้าสาวและกล่าวคำว่าจะใช้ชีวิตร่วมกับเขา ที่ไม่เคยรู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้ เวลาได้เดินถอยหลังตั้งแต่วันแรก
ดวงตาฉ่ำน้ำมองเอกสารบนโต๊ะ นั่งตัวตรง พยายามกลั้นก้อนสะอื้นให้ลึกที่สุด
“คุณเตรียมทุกอย่างไว้ดีมากเลยนะคะ”
ถ้อยคำนั้นสุภาพจนเขมกรรู้สึกไม่สบายใจ
“ถ้าคุณต้องการอะไรเพิ่ม บอกผมได้”
“แล้วถ้าเชยต้องการสามีล่ะคะ”
เขานิ่งไป อบเชยมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายผู้ที่หล่อนรักมานาน ก่อนจะถามช้า ๆ
“ถ้าเชยบอกว่า... เชยไม่ต้องการบ้าน ไม่ต้องการหุ้น ไม่ต้องการเงินสักบาท แต่เชยอยากอยู่ต่อ คุณจะให้เชยได้ไหมคะ”
ความเงียบของเขมกรคือคำตอบ อบเชยปล่อยให้น้ำตาไหลผ่านแก้ม
“ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา คุณเคยรู้สึกอะไรกับเชยบ้างไหมคะ”
เขมกรมองสบดวงตาที่ฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำ ภาพเหตุการณ์ทุกอย่างที่ทำร่วมกัน หวนมาในความคิด อบเชยเป็นภรรยาที่ดีไม่มีสิ่งใดบกพร่อง แม้แต่ความปรารถนาในทุกค่ำคืนก็ดีมาก แต่...
“ไม่ใช่ความรัก”
คำตอบนั้นทำให้แววตาของอบเชยดับลงอย่างสมบูรณ์
เขมกรหยิบปากกาด้ามสีดำออกจากกระเป๋าเสื้อ อักษร ‘K&O’ สะท้อนแสงอยู่บนตัวด้าม เขาวางมันลงบนโต๊ะ ก่อนเลื่อนมาตรงหน้าหล่อน
“ผมเซ็นแล้ว”
ปลายนิ้วของอบเชยสั่นเมื่อเห็นของขวัญวันครบรอบแต่งงานหนึ่งปี ถูกใช้เป็นเครื่องมือจบชีวิตแต่งงาน
“คุณเซ็นเถอะอบเชย”
น้ำเสียงราบเรียบ ไม่มีแววอาวรณ์ใด ๆ ไม่ว่าจะในดวงตาหรือสีหน้า มีเพียงอบเชยเท่านั้นที่สั่นไปแล้วทั้งร่างกายและหัวใจ
