บทที่ 9 ขอโทษที่ไม่รู้ หรือขอโทษที่จะหย่า

“คุณเซ็นเถอะอบเชย”

เขมกรเลื่อนปากกาหมึกซึมด้ามสีดำมาตรงหน้าหล่อนช้า ๆ ปากกาด้ามเดียวกับที่อบเชยมอบให้เขาเมื่อคืน ตัวอักษร ‘K&O’ ที่สลักอยู่บนด้ามสะท้อนแสงเช้าอยู่เงียบ ๆ ราวกับไม่รู้เลยว่า ตัวมันกำลังถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของฉากที่ทำลายความหมายของสองตัวอักษรนั้นจนไม่เหลือชิ้นดี

อบเชยมองอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่ได้เอื้อมมือไปหยิบ

“เชยยังไม่เซ็นค่ะ”

เขมกรนิ่งไป ไม่ใช่เพราะโกรธ หากสีหน้าของชายหนุ่มดูเหมือนคนที่พบว่า รายละเอียดบางอย่างในแผนซึ่งเตรียมไว้อย่างรอบคอบกำลังไม่เป็นไปตามที่คาด

“คุณมีปัญหากับข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินหรือเปล่า”

เขาถามพลางเลื่อนแฟ้มกลับมาดู “ผมให้ฝ่ายกฎหมายจัดไว้มากกว่าที่คุณควรได้รับตามปกติอยู่แล้ว แต่ถ้าตรงไหนคุณเห็นว่าไม่เหมาะสม เราปรับได้ ผมไม่ได้ต้องการให้คุณ... จากไปโดยไม่มีอะไรติดตัว”

อบเชยมองเขานิ่ง เพิ่งผ่านไปไม่กี่นาที เขาก็สามารถเปลี่ยนหัวใจที่แตกสลายของหล่อนให้กลายเป็นเรื่องตัวเลขได้แล้ว

“เชยยังไม่ได้อ่านด้วยซ้ำค่ะ ว่าคุณให้อะไรบ้าง”

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

“แล้วเพราะอะไร”

“เพราะเชยยังไม่อยากหย่า”

อบเชยไม่หลบสายตา แม้ดวงตาจะยังชื้นจากน้ำตาก็ตาม หล่อนรักเขา และไม่ได้คิดจะทำเป็นเข้มแข็ง เพียงเพื่อให้ตัวเองดูมีศักดิ์ศรีขึ้นมาในสายตาคนที่ไม่รัก เพราะหัวใจคนไม่ใช่ประตูที่จะเปิดหรือปิดตามคำสั่งได้

เมื่อคืนหล่อนยังนอนอยู่ในอ้อมแขนของเขา ยังคิดถึงวันพรุ่งนี้ ยังคิดว่าจะพาเขาไปดูภาพวาดของตัวเอง และยังเฝ้าฝันอย่างโง่งมว่า ชีวิตแต่งงานปีที่สองอาจดีกว่าปีแรก

แต่เช้าวันนี้กลับมีคนบอกว่า ทุกอย่างจบแล้ว

อบเชยแทบจะเก็บสีหน้าแค่นยิ้มตัวเองไว้ไม่ไหว เขมกรจะให้หล่อนหมดรักเขา ภายในเวลาชั่วอาหารเช้าได้อย่างไร

เขมกรทอดสายตามองภรรยาอยู่พักหนึ่ง เพราะคำตอบของหล่อนตรงเกินกว่าที่เขาคาดไว้ ก่อนน้ำเสียงจะอ่อนลงเล็กน้อย

“ผมเข้าใจว่ามันกะทันหันสำหรับคุณ เรื่องที่คุณไม่รู้เงื่อนไขมาตั้งแต่ต้น ผมยอมรับว่าผมเองก็มีส่วนผิด เพราะผมคิดมาตลอดว่า ผู้ใหญ่ทางคุณบอกทุกอย่างแล้ว”

“ถ้าคุณรู้ว่าเชยไม่รู้ คุณจะทำยังไงคะ”

“ผมคงบอกคุณตั้งแต่ก่อนแต่ง”

“แล้วคุณจะยังแต่งกับเชยอยู่ไหม”

อบเชยมองหน้าเขา ไม่ได้ต้องการคำตอบสวยงาม เพียงต้องการความจริง

และเขมกรก็เป็นผู้ชายที่ซื่อตรงกับการตัดสินใจของตัวเองมากพอจะไม่สร้างคำโกหกขึ้นมาปลอบหล่อน

“คงแต่ง”

คำถามของอบเชยทำให้เขาหยุดคิด ก่อนจะตอบในที่สุด

“ตอนนั้นมันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจของสองครอบครัว แต่ถ้าผมรู้ว่าคุณไม่เข้าใจเงื่อนไข ผมคงให้คุณเป็นคนตัดสินใจเอง ว่าจะยอมรับหรือเปล่า”

อบเชยพยักหน้าเบา ๆ เพราะเขาตอบได้ ‘เจ็บ’ เหลือเกิน แต่มันคือความจริง

“แล้วคุณรินรดาล่ะคะ”

แววตาของเขมกรเปลี่ยนไปเล็กน้อย ซึ่งหล่อนสังเกตเห็น

“เธอบอกว่า ‘ครบหนึ่งปีแล้วนะคะ ฉันกลับมาตามสัญญา’”

อบเชยหยุดสูดลมหายใจ ราวกับว่านี่คือการแล่เนื้อเถือหนังตัวเองออกมาให้ยิ่งเจ็บปวด แต่หากจะให้หล่อนเซ็นใบหย่า หล่อนย่อมมีสิทธิ์ต้องรู้ไม่ใช่หรือ

“เชยอยากรู้ว่าเธอเป็นใคร ขอคำตอบที่ชัดเจนค่ะ”

เขมกรพิงหลังกับเก้าอี้ ท่าทีของเขาไม่ได้หลบเลี่ยง เหมือนเพียงกำลังเรียบเรียงคำอธิบายบางอย่างให้ชัดเจนที่สุด

“ริน... เป็นคนรักของผม”

แม้รู้อยู่แล้วจากสิ่งที่เขาพูดก่อนหน้า แต่เมื่อได้ยินคำนี้เต็ม ๆ หัวใจของอบเชยก็ยังเหมือนถูกบีบจนแหลก

“คบกันมานานแล้วหรือคะ”

“หลายปี”

“ก่อนแต่งกับเชย?”

“ใช่”

หล่อนเม้มริมฝีปาก เพราะทุกคำพูดมันเจ็บเหลือเกิน แต่ถ้าไม่ถามไม่พูดกันวันนี้ วันอื่น ๆ จะมีโอกาสได้พูดเหรอ

“แล้วทำไมถึงไม่ได้แต่งงานกันตั้งแต่ตอนนั้น”

เขมกรเงียบไปเล็กน้อย

“หลายเหตุผล เรื่องครอบครัวก็เป็นส่วนหนึ่ง ตอนนั้นรินเขาต้องไปเรียนต่อด้วย เธอได้ทุนไปต่อดอกเตอร์ที่แมสซาชูเซตส์ เราคุยกันก่อนที่เธอจะเดินทาง”

อบเชยชะงักนิดหนึ่ง เมื่อได้ยินชื่อรัฐ เพราะหล่อนเคยไปพำนักที่บอสตันนานหลายเดือน เป็นไปได้ว่าอาจเคยรู้จัก แต่นึกใบหน้าไม่ออก

“เธออยู่ที่นั่นตลอดหนึ่งปีที่เราแต่งงานกันหรือคะ”

“ใช่ เธอกลับไปทำวิจัยและเตรียมวิทยานิพนธ์”

เขมกรตอบด้วยน้ำเสียงที่ต่างจากตอนพูดเรื่องทรัพย์สินอย่างเห็นได้ชัด ไม่ถึงกับอ่อนโยน แต่มีความผ่อนคลายและความแน่ใจอยู่ในนั้น เหมือนเขาก็รู้ว่าตัวเองกำลังพูดถึงใคร ซึ่งความรู้สึกเล็ก ๆ นั้นทำให้อบเชยเจ็บยิ่งกว่าถ้อยคำตรง ๆ เสียอีก

เพราะเขารู้จักชีวิตของรินรดา รู้ว่าเรียนอะไร อยู่ที่ไหน กำลังทำอะไร ในขณะที่เขาอยู่กับหล่อนทุกวัน กลับไม่รู้ด้วยซ้ำว่าก่อนแต่งงาน อบเชยคนนี้ ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขาคนนี้ ทำงานอะไร และเป็นใครในโลกใบนี้

หรือ... เขากับหล่อน อยู่กันคนละโลกมาตลอด

“แล้วเธอรู้เรื่องเชยไหมคะ”

เขมกรมองหน้าหล่อน สายตาเขาบอกทุกอย่างอยู่แล้ว แต่คำตอบนั้นก็ยังเปล่งออกมา

“รู้ เราคุยกันไว้แล้ว ผมจะไม่ทำอะไรที่ไม่ให้เกียรติการแต่งงาน รินเองก็รับปากว่า จะไม่เข้ามาวุ่นวาย ต่างคนต่างใช้ชีวิตของตัวเอง จนกว่าข้อตกลงจะจบ”

อบเชยฟังเงียบ ๆ มือที่วางอยู่บนตักค่อย ๆ กำแน่นขึ้น อยากสะอื้น แต่ทำไม่ได้ เพราะสิ่งที่เริ่มไปแล้วต้องสานต่อให้จบ

“ผมขอโทษ”

ดวงตาสวยเศร้าแต่ไม่อ่อนแอช้อนขึ้นมอง เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่คำนี้ออกมาจากปากของเขมกรอย่างตรงไปตรงมา

“คุณขอโทษที่เชยไม่รู้ หรือขอโทษที่คุณจะหย่า”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป