บทที่ 2 มาเฟียบ้าอำนาจ
“มีอะไรหรือเปล่าลี แล้วนี่ใคร”
ขณะที่เธอกำลังยืนพูดคุยอยู่กับเดวิด เจษฎ์ที่เพิ่งกลับมาหลังจากที่ไปหยิบน้ำก็เอ่ยพูดออกมา
“ลูกน้องของเจ้านายพี่สาวลีน่ะเจษฎ์ พอดีบังเอิญเจอกันเลยทักทายนิดหน่อย เราไปจากตรงนี้กันเถอะ” ลีอาห์เอ่ยตอบเสียงสั่น พร้อมกับยื่นมือไปจับมือเพื่อนชายอย่างรีบร้อน ตั้งใจจะพาออกห่างจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด
ทว่ายังไม่ทันจะก้าวพ้น ก็มีมือใหญ่มาขวางไว้เสียก่อน ซึ่งลีอาห์ก็หันขวับไปมองทันทีด้วยความไม่พอใจ
“ผมเตือนคุณลีแล้วนะครับ” เดวิดเอ่ยเสียงเรียบ
ลีอาห์จ้องกลับด้วยแววตาดื้อดึง ก่อนจะเอ่ยเสียงหนักแน่น “นี่มันชีวิตของลีค่ะ ลีตัดสินเองได้ว่าจะอยู่หรือจะกลับ ไม่ต้องให้คนอื่นมาตัดสินให้ ขอตัวก่อนนะคะ”
หญิงสาวเอ่ยพูด จากนั้นก็เดินเลี่ยงไปอีกทาง แล้วไม่ลืมจูงมือเพื่อนชายไปนั่งยังเก้าอี้ว่างใกล้ ๆ โดยมีสายตาหลายคู่เริ่มหันมองตาม ทำให้บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกกดดันมากยิ่งขึ้น แต่เธอก็เลือกจะทำเป็นไม่สนใจ พยายามนั่งคุยเรื่องทั่วไปกับเพื่อนอย่างปกติ
โดยนั่งคุยอยู่แบบนั้นไปเรื่อย ๆ จนเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ลีอาห์ก็รู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ เธอจึงเอ่ยบอกเพื่อนชาย จากนั้นก็ลุกขึ้นพร้อมกับรีบเดินออกมาจากงานเลี้ยงเพื่อจะเข้าห้องน้ำที่อยู่โซนด้านหลังทันที
ซึ่งเธอใช้เวลาไม่นานในการจัดการธุระของตัวเอง หลังจากนั้นหญิงสาวก็รีบเดินออกมาจากห้องน้ำ แต่พอเดินพ้นทางเดินที่ค่อนข้างเงียบ ก็บังเอิญเห็นเงาร่างสูงของใครบางคนยืนพิงผนังอยู่… และพอสายตาเลื่อนไปเห็นเจ้าของเงานั้น หัวใจของลีอาห์เต้นแรงขึ้นทันที เธอรีบก้มหน้าลงและเร่งฝีเท้าอย่างหวังว่าจะเดินผ่านไปโดยไม่ถูกสังเกต แต่ยังไม่ทันพ้น ก็มีมือแกร่งคว้าข้อมือเธอไว้เสียก่อน
โดยหญิงสาวเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ และก็เป็นอย่างที่เธอหวั่นใจ เพราะคนที่จับมือเธอไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นมาโคร คนที่เธอไม่ค่อยอยากสนทนาด้วย
“ฉันบอกให้ไอ้เดวิดไปบอกแล้วใช่ไหมว่าให้เธอกลับบ้าน” น้ำเสียงของเขาต่ำทุ้มและเย็นจัด ดวงตาคมกริบจ้องหญิงสาวอย่างเอาเรื่อง “ทำไมถึงไม่ทำตามที่ฉันสั่ง”
แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากมาเฟียหนุ่ม ทำให้หญิงสาวเหมือนถูกตรึงอยู่กับที่ แม้ใจหนึ่งอยากจะสะบัดมือหนี แต่ก็รับรู้ได้ว่าคนตรงหน้าไม่ใช่คนที่เธอจะท้าทายได้ง่าย ๆ
“ละ...แล้วทำไมหนูต้องทำตามคำสั่งคุณด้วย”
“เพราะพี่สาวเธอให้ฉันดูแลเธอไง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยช้า ๆ แต่ทุกคำเต็มไปด้วยอำนาจในการตัดสินใจ “นั่นก็หมายความว่า... เธอเป็นคนของฉัน ฉันสั่งอะไร เธอก็ต้องทำตาม”
ลีอาห์เบิกตากว้าง ความโกรธแล่นพล่านในอกทันที เธอจ้องเขม็งกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว
“บ้าอำนาจที่สุด พี่เลให้คุณดูแลหนูก็จริง แต่มันไม่ได้หมายความว่าหนูเป็นคนของคุณสักหน่อย กรุณาทำความเข้าใจใหม่ด้วยค่ะ”
“นี่เธอกล้าเถียงฉันเหรอ” น้ำเสียงกดต่ำจนบรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดนิ่ง
“แล้วทำไมจะต้องไม่กล้าด้วย คุณไม่ใช่พ่อแม่หนูสักหน่อย” เธอตอบโต้กลับไปทันควัน แม้หัวใจจะเต้นแรงอย่างหวาดหวั่น แต่ริมฝีปากเล็กกลับไม่ยอมเงียบ
“ลีอาห์ ฉันไม่ใช่คนที่เธอจะมาเถียงด้วย” เขาขยับเข้ามาใกล้ จนลมหายใจร้อนผ่าวแทบจะสัมผัสแก้มเธอ
“คุณสูงส่งมาจากไหน ทำไมหนูจะเถียงด้วยไม่ได้ ก็แค่มาเฟียเลว ๆ คนหนึ่ง” เธอยกคางขึ้นเถียงกลับ แม้แววตาจะสั่นไหว แต่ความดื้อดึงก็ยังฉายชัด
มาโครกัดฟันกรอด ความอดทนที่เหลือน้อยนิดแทบจะขาดสะบั้น
“อยากตายหรือไง แล้วอยากรู้ไหมว่ามาเฟียเลว ๆ เป็นแบบไหน”
ทันทีที่สิ้นเสียง มือแกร่งของเขาก็พุ่งไปคว้าลำคอระหงของหญิงสาว บีบเข้าหากันแน่นจนเสียงหายใจเริ่มติดขัด
“อึก!” ลีอาห์ดิ้นไปมา สองมือเล็กพยายามดึงข้อมือหนาของมาเฟียหนุ่มออกจากคอ น้ำตาเริ่มคลอเบ้าจากความเจ็บปวดและความหวาดกลัว
“ปล่อย นะ...หนูหายใจไม่ออก” เสียงเธอแผ่วเบา สั่นเครือราวกับจะขาดหายไปทุกเมื่อ
ดวงตาคมเข้มของมาโครยังคงจับจ้องมองร่างเล็กราวกับนักล่าที่ไม่คิดปล่อยเหยื่อออกไปง่าย ๆ
“คุณมาร์ค ปล่อยหนูนะ” ลีอาห์พยายามดีดดิ้นสุดแรง เพราะเธอหายใจไม่ออก ใบหน้าสวยเริ่มซีดเซียวจากการขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง ดวงตาคู่หวานเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใส
เดวิดที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลนัก จึงเอ่ยเตือนสติผู้เป็นนาย ก่อนจะเผลอพลาดพลั้งฆ่าเด็กในปกครอง
“นายครับ คุณลีอาห์เธอจะไม่ไหวแล้วนะครับ นาย!”
ซึ่งคำเตือนของลูกน้องคนสนิทดูเหมือนจะดึงสติของมาเฟียหนุ่มที่มองทุกอย่างมืดบอดได้สติกลับมา มือหนาจึงค่อย ๆ คลายแรงบีบที่คอระหงออก
ร่างเล็กทรุดตัวลงช้า ๆ เธอรีบยกมือขึ้นจับลำคอของตัวเองไว้ แล้วไอออกมาไม่หยุด
“นี่คุณจะฆ่าฉันหรือไง” เสียงหวานแหบพร่าเต็มไปด้วยความโกรธและความหวาดกลัวเอ่ยออกมาด้วยความไม่พอใจ
มาโครปรายตามองคนดื้อรั้นตรงหน้าอย่างเย็นชา...
“ฉันทำแค่นี้เธอไม่ตายหรอก”
น้ำเสียงเรียบนิ่งพูดราวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่กลับยิ่งทำให้เธอขนลุก
“คนบ้า!” เธอตวาดใส่เสียงดัง
“…..”
“ฉันเกลียดคุณ” ร่างเล็กสะบัดตัว ตั้งใจจะเดินออกไปให้เร็วที่สุด
แต่ยังไม่ทันก้าวพ้นก็ถูกมือใหญ่คว้าข้อมือไว้เสียก่อน แล้วกระชากเข้าหาอกแกร่งอย่างแรง จนร่างเล็กเซกระแทก
“นี่! ปล่อยฉันนะ” ลีอาห์ดีดดิ้นอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ยิ่งดิ้น วงแขนแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นขึ้น แรงกอดรัดจากร่างสูงใหญ่ทำให้เธอไม่สามารถขยับได้เลย
“กลับบ้าน” น้ำเสียงของเขาหนักแน่น ราวกับคำสั่งที่ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
“ปล่อย ถ้าจับอยู่แบบนี้แล้วฉันจะกลับยังไงเล่า”
“ทำไมไม่แทนตัวเองว่าหนูเหมือนที่ผ่านมา” ร่างสูงรู้สึกหงุดหงิดอย่างหาสาเหตุไม่ได้ เมื่อได้ยินคำแทนตัวเองจากหญิงสาวที่เปลี่ยนไป
“.....”
“พาลีอาห์กลับบ้าน” มาโครออกคำสั่งกับลูกน้อง จากนั้นก็ผลักเธอออกจากตัวเอง แล้วเดินกลับเข้างานเลี้ยง
ซึ่งลีอาห์ที่ยืนนิ่งอยู่ก็จำใจต้องเดินตามลูกน้องอีกคนของมาเฟียหนุ่มมาที่รถ พร้อมกับบ่นพึมพำออกมาด้วยความไม่พอใจ
“ไอ้มาเฟียบ้าอำนาจ!!”
