บทที่ 5 5

"ปล่อยนะ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้" เธอร้องบอกให้เขาปล่อยก่อนจะเอามือน้อย ๆ ผลักอกใหญ่ที่พยายามจะดันเข้ามาหาร่างบาง

"หึ! อย่าทำเป็นเก่งให้มากนักศิรินทรา เธอรู้อะไรไหมพี่สาวของเธออยู่ในมือของฉันแล้ว เธอไม่อยากรู้เหรอว่าต่อไปฉันจะจัดการอีนังนั้นยังไง" พอเธอได้ยินที่เขาบอกแววตาก็โตขึ้นอย่างตกใจ เธอกัดริมฝีปากตัวเองอย่างเจ็บปวดหัวใจที่รู้ว่าพี่สาวถูกเขาจับได้แล้ว

"หึ เงียบเหรอ? เงียบทำไมฉันรู้ว่าในใจเธอด่าฉันอยู่!"

"ฉันขอร้องปล่อยเราสองพี่น้องไปเถอะนะคะ เรื่องของน้องสาวคุณไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นแบบนี้" เธอพูดอ้อนวอน  ชายร่างกำยำตรงหน้า แต่ทว่าคำพูดของศิรินทราเหมือนน้ำมันที่สาดใส่กองไฟในใจของกวินฑา สายตาเย็นชาแข็งกร้าวมองมาที่หญิงสาวพร้อมที่จะกินเลือดกินเนื้อ

"เธอจะบอกว่าสิ่งที่น้องสาวของฉันเจอ มันคือสิ่งที่พี่สาวเธอไม่ได้ตั้งใจเหรอฮะ เธอเอาสมองส่วนไหนคิด! ตาสว่างสักทีว่าโลกใบนี้ มันทุเรศแค่ไหน พี่สาวเธอมันเลวเกินกว่าจะเป็นมนุษย์แล้ว" กวินฑาพูดกระแทกใส่หน้าหญิงสาวด้วยอารมณ์โมโห ตอนนี้ไฟโทสะกำลังเผาไหม้อารมณ์ของเขาจนหมดสิ้น

"แล้วคุณล่ะค่ะ ที่ทำกับฉันเหมือนไม่ใช่คน คุณเองก็เลว   ไม่ต่างกัน!" เธอพูดตอกกลับหน้าของชายหนุ่ม เขากัดฟันก่อนจะยกมุมปากขึ้น

"เออ ฉันมันเลว แต่ที่เลวก็เพื่อทำให้เธอรับรู้ว่าการโดนกระทำมันเจ็บปวดขนาดไหน" สิ้นคำพูด ร่างบางของศิรินทราก็ถูกผลักลงบนเตียงคิงไซซ์ หญิงสาวพยายามขยับตัวหนีแต่เขาก็ดึงข้อเท้ากระชากเธอกลับมา

แควก! แควก! เสียงเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปกคลุมร่างของศิรินทราขาดเป็นชิ้น เนื้อผ้าที่กระทบโดนร่างกายจนทำให้เธอมีรอยแดงเต็มไปหมด เธอเอามือมาปกปิดร่างกายไม่ให้สายตาของเขามองมัน

กวินฑาหายใจเข้าออกอย่างหื่นกระหาย เขาสำรวจร่างกายนั้นอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะปลดอาภรณ์ของตนจนหมดสิ้น

"ฮึก ฮึก ฉันขอร้องอย่าทำแบบนี้กับฉันเลยนะคะ ฮื่อออ"   ศิรินทรารู้ว่าสู้เขาไม่ได้ เธอเพียงแต่ร้องไห้อ้อนวอนให้เขาเห็นใจ สายตาดุจพญาเหยี่ยวมองมาที่ศิรินทราก่อนจะเอามือยกขึ้นมาบีบคางมนไว้แน่น

"จำเอาไว้นะ ถ้าไม่อยากให้พี่สาวเธอกลายเป็นศพไร้ญาติ อย่าขัดใจฉัน" เธอฟังคำพูดของเขาด้วยอาการสั่นเทาดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำใส ๆ กวินฑาจับหญิงสาวนอนลงพร้อมซุกไซ้ตามซอกคอระหง เขาเกลียดร่างกายนี้ที่เธอเป็นน้องสาวของผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุให้น้องสาวสุดที่รักของเขาต้องตาย แต่ทำไมร่างกายของเขาถึง   โหยหาร่างกายนี้ที่สุด เขาใจเต้นแรงทุกครั้งที่ได้สัมผัสเธอ          เขาอยากจะครอบครองหญิงสาวไว้แต่เพียงผู้เดียว

มือหนาจับข้อมือทั้งสองของศิรินทรากดลงแน่น จมูกสูดดมร่างกายของหญิงสาวไปมา เขากระหายร่างกายนี้จนแทบทนไม่ไหว ริมฝีปากร้อนดูดเลียตามตัวเธอไปมาจนรอยแดงเผยให้เห็น ศิรินทราได้แต่ยอมรับทุกอย่างเธอไม่สามารถขัดขืนเขาได้ ร่างกายเธอมันอ่อนแอเกินกว่าจะต้านทานเขา หญิงสาวทำได้เพียงร้องไห้ออกมาเธอเจ็บปวดทุกการสัมผัสจากเขาเหลือเกิน

"ร้องไห้ทำไมฮะ! หึ คิดเหรอว่าน้ำตาของเธอมันจะหยุดฉันได้" เขาคำรามใส่หน้าคนใต้ล่างเมื่อเห็นหญิงสาวสะอื้นร้องไห้ออกมา มันยิ่งทำให้กวินฑาโมโหมากขึ้นที่ได้เห็นแบบนี้

"อยากร้องก็ร้องไป เพราะเธอต้องเจ็บปวดมากกว่านี้อีก   ศิรินทรา!" ชายหนุ่มปลดอาภรณ์ของตนพร้อมจับขาเรียวขาวนวลของศิรินทราแยกออกจากกัน หญิงสาวพยายามขยับหนี เมื่อสิ่งที่เห็นมันช่างน่ากลัวอะไรอย่างนี้ ถึงเมื่อคืนเธอจะร่วมเตียงกับเขาแล้วก็ยังหวาดกลัวสิ่งนั้นอยู่

"หึ! ทำเป็นไม่เคยโดน อย่าทำให้ฉันโมโหไปมากกว่านี้เพราะยังไงเธอก็หนีฉันไม่พ้นอยู่แล้ว"

"ฮึกฮื่อออ ขอร้องสงสารฉันเถอะค่ะ ฉันยัง เอ่อ ยังเจ็บ   อยู่เลย" เธอพูดออกมาเสียงสั่น เธอยังเจ็บไม่หาย ยังจะมาทำระยำกับเธออีกเหรอ

"ใครสนล่ะ?" สิ้นคำพูดกวินฑาจับข้อเท้าของเธอลากกลับมาก่อนจะจับท่อนเนื้อแข็งใหญ่ถูไปถูมา ศิรินทรารับรู้ได้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้น หญิงสาวกำผ้าปูเตียงแน่น

สวบ!

"อึก! เจ็บได้โปรดเอามันออกไป" กวินฑาดันร่างกายความเป็นชายเข้าไปจนมิด เขาพอใจไม่น้อยที่เห็นเธอทรมานดิ้นพล่าน  ไปมาเหมือนโดนน้ำร้อนลวก

"อื้มมม เธอนี่แน่นตอดรัดฉันจริง ๆ เลยนะศิรินทรา"     เขาแกล้งพูดให้เธอเจ็บใจเล่น ก่อนจะโยนเอวไปมาอย่างเร่งรีบ     ไม่สนว่าเธอจะเจ็บปวดแค่ไหน หญิงสาวได้แต่กำมือแน่นเธอเจ็บ  จนจุกพูดอะไรแทบไม่ออก ชายหนุ่มโน้มเข้ามาหาก่อนจะจูบหน้าผากเธอเบา ๆ รอยยิ้มพอใจเผยให้เห็น ก่อนจะเอามืออีกข้างมาบีบคั้นยอดถันไปมา

"ถามจริงเอากับฉันมาหลายครั้งแล้ว รู้รึเปล่าฉันชื่ออะไร?" เขาถามคนใต้ล่าง เธอโกรธเขาไม่น้อยภายในใจมีแต่คำด่า

"ฉันไม่อยากรู้ เพราะยังไงคุณก็ไม่อยู่ในความทรงจำฉัน   คนใจร้าย" เธอพูดออกมาอย่างน้อยใจที่ถูกเขาทำเลวทรามขนาดนี้จะให้มาทำความรู้จักกันงั้นรึ ประสาทสิ้นดี

"หึ ปากดีจริง ๆ! แต่ฉันชอบนะ ความอวดดีของเธอ เพราะเวลาเห็นเธอทรมานฉันโคตรสะใจ จำไว้ฉัน กวินฑา เจ้าชีวิตของเธอ!" เขาเร่งจังหวะเร็วขึ้นจนศิรินทราทำหน้าไม่ถูก หล่อนกระสับกระส่ายจนเห็นได้ชัด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป