บทที่ 13 เกินกว่าที่คิด
“เธอเป็นใครกันคะ?”
หวังลี่จินเชิดหน้า ถามกลับเสียงแข็งอย่างลืมตัว ขณะที่อลันลุกมาขวาง ผลักเธอออกเบาๆ พร้อมปิดประตูอย่างดี จึงไม่ทันสังเกตว่าหญิงสาวที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงเริ่มได้สติคืนมาบ้างแล้ว
แม้ความเจ็บปวดและร้าวระบมที่ได้รับจะทำให้เธอขยับตัวยาก ไข้ที่เริ่มสูงขึ้นทำเธอเมื่อยไปทั่วทั้งตัว แต่หลี่เอินหนิงก็พยายามอย่างสุดกำลังที่จะลุกขึ้นมานั่ง มองคราบเลือดบนที่นอนแล้วได้แต่ปลงอยู่ในใจ ก่อนเสียงโวยวายของใครอีกคนจะดังขึ้น
“ว่าไงคะอลัน ผู้หญิงคนนั้น เธอเป็นใครกันแน่?!”
ท่าทางราวกับเป็นเจ้าของของเธอทำให้อลันนิ่ง ไม่ตอบคำถาม เกลียดนัก...ผู้หญิงที่ชอบวางตัวเหมือนเป็นเข้าของชีวิตเขา
“ถ้าคุณมีแม่นั่นอยู่ คุณก็ไม่ควรเรียกฉันออกมานะคะ!”
“คุณจะเดือดร้อนไปทำไม กลัวผมไม่จ่ายค่าตัวเหรอ?”
เป็นประโยคที่ชวนให้หวังลี่จินจุกแน่นอยู่ในใจ...
หากเธอไม่พยายามปีนขึ้นเตียงเขา รวมถึงเพื่อนสนิทอีกสองคนของอลัน ก็คงไม่ถูกตราหน้าว่ารับงานอย่างว่า หรือแม้แต่ถูกพูดถึงลับหลังในทางเสียหายเหมือนอย่างที่ผ่านมาหรอก
เป็นได้แค่คนที่เขาเรียกเมื่อไหร่ก็ต้องมา...
ก็แค่ของเล่นมาเฟีย ที่เบื่อเมื่อไหร่ก็ถูกเขี่ยทิ้งไม่ต่างจากขยะ...
สารพัดถ้อยคำดูถูกพวกนั้น ล้วนทำให้คุณหนูใหญ่ตระกูลหวังหน้าชา แต่เพราะมีบางอย่างที่เธอต้องแบกรับแทนบิดา จึงได้แต่กลืนทุกความเจ็บนั้นเข้าไปในอกเท่านั้น
ไม่ว่าจะเป็นอลันหรือเพื่อนของเขา เธอไม่เกี่ยง... ขอแค่เขายื่นมือมาช่วยให้เธอผ่านพ้นวิกฤตบัดซบนั่นได้ก็เป็นพอ
“คุณคิดว่าค่าตัวพวกนั้น มีค่ากับฉันนักเหรอคะ?”
“ใช่”
อลันตอบกลับเสียงเรียบ พลางเดินไปหยิบสมุดเช็คขึ้นมาเขียนตัวเลขที่ทำให้คนมองเกือบลมจับ และยื่นเช็คใบนั้นให้เธอด้วยสายตาว่างเปล่า ราวกับเงินนั่นไม่ได้มีค่ากับเขาเท่าไหร่
ผิดกับหวังลี่จินที่ตาโต มองเขาอย่างไม่อยากเชื่อว่าครั้งนี้จะจ่ายค่าเสียเวลาให้เธอด้วยตัวเลขที่สูงลิบเกินคาด
“หนึ่งล้าน... มากพอที่จะทำให้เธอหยุดปากมากได้หรือยัง?”
“นี่คุณ?”
“ผมใจป้ำพอที่จะจ่าย คุณเองก็ควรจะรับด้วยความยินดีนะ”
หวังลี่จินมองตัวเลขในเช็คด้วยหัวใจที่เต้นรัวอีกครั้ง...
เงินหลักล้านในเวลาสั้นๆ มากพอที่จะต่อลมหายใจให้บิดาของเธอที่กำลังถูกเจ้าหนี้บ่อนในมาเก๊าไล่ล่า แต่ในขณะเดียวกัน มันกลับเป็นเครื่องตอกย้ำ ว่าเธอมีค่า ‘เท่านี้’ ในสายตาเขา
เป็นได้แค่ ‘ของซื้อของขาย’ ที่เขาใช้เงินฟาดหัวได้ซื้อได้ ซึ่งผิดกับความตั้งใจที่เคยฝันไว้ แม้ว่ามันจะเป็นไปได้ยากก็ตาม
เธอแค่อยากได้รับความรักและการปกป้องจากใครสักคนบ้าง...
แต่ในโลกความเป็นจริง สิ่งเดียวที่จะทำให้เธอยืนอยู่ได้กลับเป็นเงินทองและการโอบกอดตัวเองให้แน่นที่สุดเท่านั้น
หญิงสาวกัดริมฝีปากจนเลือดซิบ แค่นยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่น ก่อนเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง
“วันนี้คุณใจป้ำจังเลยนะคะ ทำให้ฉันอยากรู้จับใจ ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันแน่?”
“ไม่ใช่เรื่องที่คุณควรรู้”
“ฉันก็แค่หวงคุณ ไม่อยากแบ่งคุณกับใครหน้าไหนทั้งนั้น”
หญิงสาวก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา มองข้ามไหล่หนาไปที่ประตูห้องนอนด้วยแววตาชิงชัง ไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงข้างในเป็นใคร
แต่รับรองได้... ว่าเธอจะไม่ปล่อยให้เขาหลงนังนั่นแน่ๆ!
“ในเมื่อจ่ายค่าตัวมาแล้ว ฉันก็ควรตอบแทนคุณสักหน่อย”
“ไม่ต้อง” เขาตอบกลับเสียงแข็ง เดินหนีไปที่โซฟา
“แต่ลี่จินอยากนี่คะ... คุณอย่าใจร้ายนักสิ”
เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักอลันลงไปนั่งบนโซฟาตัวยาว แต่ทันทีที่หวังลี่จินทรุดตัวนั่งลงบนตัก เขาก็จับข้อมือเธอไว้แน่น
“ผมบอกว่าไม่ต้อง”
น้ำเสียงเย็นจัดทำให้หวังลี่จินชะงัก ก่อนจะฝืนยิ้มน้อยๆ ดึงมือออกจากการเกาะกุมของเขา เธอต้องทำให้อลันกลับมาหลงใหลในรสสัมผัสของเธอให้ได้ บ่อเงินบ่อทองอย่างเขา จะปล่อยไปไม่ได้เด็ดขาด
“เดี๋ยวคุณก็จะรู้สึกดีเหมือนทุกครั้ง เชื่อฉันนะคะ”
มือเรียวแหวกสาบเสื้อคลุมอาบน้ำของเขาออกอย่างจงใจ กรามของอลันตึงแน่นเป็นสัน สายตาคมจ้องเธออย่างไม่พอใจ
แต่ก่อนที่เขาจะผลักเธอออกอีกครั้ง... เสียงเปิดประตูห้องนอนก็ดังขึ้น หวังลี่จินหลับตาครู่หนึ่ง พยายามกล้ำกลืนความรู้สึกสมเพชตัวเองแล้วโน้มใบหน้าเข้าไปหาจุดกึ่งกลางลำตัวของเขา
เอินหนิงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองภาพตรงหน้าอย่างแตกสลาย...
อลันกำลังเอนหลังอยู่บนโซฟา โดยมีผู้หญิงอีกคนในชุดที่คล้ายกับเธอกำลังคุกเข่าอยู่ที่หว่างขา ในท่าที่มองออกว่ากำลังจะทำสิ่งใด
ภาพนั้นทำให้เธอจุกจนพูดไม่ออก ความจุกเสียดแล่นพล่านขึ้นมาถึงลำคอ น้ำตาอุ่นๆ ร่วงเผาะลงมาทันทีที่สบตากับดวงตาคมกริบของอลันที่เบิกกว้างด้วยความตกใจ
“คุณมันใจร้ายที่สุด!”
เสียงของเธอแหบพร่าและเบาหวิวราวกับจะขาดใจ แต่กลับทำให้หวังลี่จินชะงักก่อนจะเงยหน้าขึ้น เธอขมวดคิ้วยุ่ง มองหญิงสาวที่มีสภาพยับเยินอย่างดูแคลน จนกระทั่งนึกออกว่าอีกฝ่ายเป็นใคร จึงยิ้มร้ายและเดินมาหยุดตรงหน้าเอินหนิงช้าๆ
“นึกว่าสาวใจแตกที่ไหน ที่แท้...ก็แค่เด็กที่พ่อไม่รักนี่เอง”
