บทที่ 14 สิ่งที่ต้องแลก

ในแวดวงสังคมแถวหน้า ไม่มีใครไม่รู้จักตระกูลหลี่ โดยเฉพาะหลี่เซิ่งและหลี่ซือเหยา ผู้ถือครองธุรกิจคาสิโนขนาดใหญ่ในมาเก๊า แต่คนทั่วไปมักไม่รู้ว่าหลี่เซิ่งมีบุตรสาวที่เกิดจากหญิงชาวไทย นั่นเพราะเขาไม่เคยสนใจหรือรักใคร่เธอเท่ากับลูกคนเล็กที่เกิดจากเมียแต่ง

ชีวิตของหลี่เอินหนิงจึงไม่สบายเหมือนคุณหนูบ้านอื่น และเธอก็คุ้นชินกับการใช้ชีวิตที่ไม่ต่างจากลูกคนใช้เสมอมา เพียงแต่มีน้อยคนนัก ที่จะรู้เรื่องราวความเป็นมา และหวังลี่จิน ก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่รู้พื้นเพของเธอทั้งหมด

แม่เลี้ยงเธอและแม่ของอีกฝ่าย ค่อนข้างสนิทสนมกัน...

“นึกยังไงถึงมารับงานแบบนี้ล่ะจ๊ะ?” หวังลี่จินยิ้มเยาะ

“งาน?”

เอินหนิงไม่เข้าใจ ความวิงเวียนทำให้เธอรู้สึกเบลอไปชั่วขณะ ก็ไม่รู้ว่าทำไมจนถึงป่านนี้ หัวใจยังเต้นรัวไม่หยุดสักที

“เอินไม่ได้มาทำงานนะคะคุณลี่จิน”

“แหม! ช้ำไปทั้งตัวแบบนี้ ยังจะทำเป็นไม่เข้าใจอีกนะ”

น้ำเสียงที่เจือด้วยความเหยียดหยามบาดลึกเข้ามากลางใจ

“นี่พ่อกับน้องเธอรู้หรือเปล่า ว่าเธอขายตัวให้อลันน่ะ!”

คนฟังตาโต ส่ายหน้าไปมาเป็นพัลวัน แต่หวังลี่จินกลับยิ้มไม่หุบเมื่อเห็นใบหน้าตื่นๆ ของอีกฝ่าย ไม่รู้ว่าจับพลัดจับผลูมาอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ถ้าข่าวนี้แพร่ออกไป นังนี่คงถูกสั่งสอนจนไม่มีชิ้นดี

ก็น่าสนใจดี...ถ้าแม่นี่ไม่หลีกทางง่ายๆ ก็คงต้องใช้แผนนั้นจริงๆ

“ไม่ใช่อย่างที่คุณเข้าใจนะคะ เอินไม่ได้...”

“ไม่ต้องแก้ตัว ฉันไม่เอาเรื่องเธอไปเขียนข่าวขายหรอกน่า”

“เอินกำลังพูดความจริง”

“ต๊าย! พูดความจริงด้วยสภาพที่ยับเยินขนาดนี้เนี่ยนะ?”

เธอจิ้มไปที่รอยแดงๆ บนหัวไหล่มนแรงๆ จนอลันไม่อาจเฉย

“หยุดพูดมากได้แล้วลี่จิน!”

“ฉันก็แค่...”

“คำสั่งฉัน ใช่เรื่องที่เธอจะฝ่าฝืนได้งั้นเหรอ?”

สายตาคมกริบของอลันจับจ้องไปที่ใบหน้าซีดเซียวของเอินหนิงที่ยืนอยู่หน้าประตู เขาไม่ได้รีบร้อนขยับตัว แต่ท่วงท่าการลุกขึ้นยืน ของเขากลับดูน่ากลัวจนหวังลี่จินที่อยู่ใกล้ที่สุดยังรู้สึกเสียวสันหลัง

อลันดึงสาบเสื้อคลุมอาบน้ำสีดำเข้าหากันช้าๆ ก่อนจะกระตุกปมเชือกคาดเอวให้แน่นขึ้นอย่างใจเย็น สายตาที่เคยมองหวังลี่จินด้วยความรำคาญ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาจนน่าขนลุก

“ออกไปซะ!”

น้ำเสียงของเขาแผ่วเบา แต่กลับก้องกังวานและทรงพลังจนคนฟังถึงกับสั่นสะท้านไปทั่วทั้งอก

“แต่ฉันเพิ่งมาถึง และเราก็ยังไม่ได้...”

“ฉันบอกให้เธอออกไป!”

อลันพูดซ้ำโดยไม่หันไปมองคู่สนทนา สายตาของเขายังคงตรึงอยู่ที่เอินหนิง ที่ยังคงยืนนิ่ง นัยน์ตาแดงก่ำอย่างน่าเวทนา

“นี่คุณกล้าไล่ฉันเพราะแม่นี่เหรอคะ?”

“เธอไม่ได้สำคัญขนาดนั้น และฉันก็จ่ายค่าตัวเธอไปแล้ว!”

น้ำเสียงนั้นหนักแน่นและดุดันไม่แพ้แววตาที่จ้องกลับมา

“ไสหัวไป... อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำเป็นครั้งที่สอง!”

“อลัน...”

“ไป!” เขาตวาดเสียงดัง “ก่อนที่ฉันจะชักปืนมายิงเธอทิ้ง!”

หวังลี่จินถึงกับหน้าชา ตัวสั่นด้วยความโกรธ หันไปถลึงตาใส่หลี่เอินหนิงด้วยความอาฆาต ก่อนจะคว้ากระเป๋าแบรนด์เนมใบหรูขึ้นมาถือ เดินกระแทกส้นเท้าผ่านหน้าอลันไปอย่างไม่พอใจ แต่ก่อนจะพ้นประตูห้องไป กลับไม่ลืมที่จะทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้

“ก็แค่อีตัวคนใหม่ มันจะทำให้คุณถึงใจได้สักแค่ไหนเชียว!

ปัง!

ประตูห้องปิดลงเหลือไว้แค่เพียงความเงียบ อลันก้าวพ่นลมหายใจออกเบาๆ กับปัญหาที่เพิ่งเกิดขึ้น เขาเดินไปหาเอินหนิง แต่เธอกลับถอยหนีราวกับหวาดกลัวเขาจับใจ

“เอินขอโทษ เอินแค่หิวน้ำ ก็เลย...ออกมา”

เอินหนิงพึมพำทั้งน้ำตา ร่างกายเธอยังสั่นระริกจากภาพที่เห็นเมื่อครู่ และสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นกับตัวเองหมาดๆ

“เอินไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะคุณนะคะ”

“ฉันไม่ถือสา”

อลันหยุดยืนอยู่ในระยะที่ห่างพอดี ไม่พยายามรั้งเธอมาใกล้ รู้ดีว่าภาพลักษณ์ของเขาในตอนนี้ดูอันตรายเกินกว่าจะปลอบโยนเธอได้ แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะอธิบาย อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจของเธอ

“ทุกอย่างที่เธอเห็น เป็นแค่แผนที่ฉันเตรียมไว้เท่านั้น”

“แผน...”

เอินหนิงพยักหน้า ฝืนยิ้มทั้งน้ำตา สายตาที่เคยมองเขาอย่างชื่นชมเปลี่ยนเป็นชิงชังหลังผ่านเรื่องพรรค์นั้นมาหมาดๆ

“เป็นแผนแบบเดียวกับที่พ่อทำกับคุณใช่ไหมคะ?”

อลันไม่ตอบ ใบหน้าของเขาเรียบเฉย แต่นัยน์ตากลับวาวโรจน์ ฟ้องชัดว่าเขากำลังสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างอย่างเต็มที่

“ฉันเรียกลี่จินมาสวมรอยเป็นเธอ เพื่อที่พ่อของเธอจะได้ไม่เอาเรื่องคืนนี้ไปป่าวประกาศจนทำให้ตระกูลของฉันเสียหาย”

เขาอธิบายเสียงเรียบ ราวกับกำลังรายงานผลประกอบการทางธุรกิจ เอินหนิงถึงกับหน้าม้าน เมื่อทราบถึงแผนการที่เขาใช้ตลบหลัง

อลันคงไม่อยากให้ใครรู้เรื่องของเธอและเขา...

“ส่วนเรื่องที่เธอเห็น ฉันไม่ได้สั่ง แต่ก็ไม่มีเหตุผลต้องขัด ในเมื่อฉันเองก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูน”

คราวนี้เขาเข้าถึงตัวและคว้าข้อมือเล็กที่เพิ่งทายาให้มาเกาะกุมไว้ แรงบีบนั้นไม่หนัก แต่ก็ชัดว่าจะไม่ยอมให้เธอสะบัดจนหลุดแน่

“ในโลกของฉัน ผลประโยชน์มาก่อนความรู้สึกเสมอ”

อลันโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะใบหน้าเธอเบาๆ

“ฉันกำลังช่วยเธอจากข่าวฉาว แลกกับการที่เธอต้องเห็นเรื่องที่บาดตาบาดใจบ้าง แต่มันก็ยุติธรรมดีไม่ใช่หรือไง?”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป