บทที่ 6 บรรณาการ
บันไดหนีไฟด้านหลังภัตตาคารเงียบสนิท ต่างจากความคึกคักในอาคาร ความเบื่อหน่ายทำให้เขาไม่ปรารถนาจะพบใคร เมื่อการเจรจาดันออกมาตรงข้ามกับสิ่งที่หวังทั้งหมด
หลี่เซิ่งไม่มีทางยอมง่ายๆ เขารู้แก่ใจแต่ไม่อาจแก้ไข คนที่ได้รับเงินบาปจนเป็นนิสัย มีหรือจะยอมทิ้งผลประโยชน์เพียงเพราะคำว่า ‘ถูกต้อง’
บุรุษหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งหยุดยืนถอนหายใจอยู่ที่หน้าต่างของบันไดหนีไฟ แต่ยังไปไม่ถึงไหน กลับมีเหตุให้เขาต้องชะงัก...
“นั่นใคร?”
อลันพึมพำ มองหญิงสาวที่ยืนพิงอยู่ตรงประตูชั้นสองด้วยแววตาสับสนระคนแปลกใจ เป็นอันรู้กันว่าหากเขามาที่นี่ บันไดหนีไฟด้านนี้จะถูกล็อกไว้เพื่อกันไม่ให้คนอื่นใช้ แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น?
“ไปดูซิ”
อลันมองเธอครู่หนึ่ง ขณะที่ความร้อนเริ่มทำให้เขาหงุดหงิด จนต้องคลายกระดุมออก ก่อนจะมองเธออีกครั้ง
เธอคงเมามาก...
เดาได้จากการยืนที่ค่อนข้างโงนเงน ทำให้ผมยาวสีดำสนิทตกลงมาปิดใบหน้าบางส่วน แต่ภาพนั้น...กลับยิ่งขับให้ผิวขาวซีดของเธอดูเด่นท่ามกลางแสงไฟสลัว
จนเมื่อลูกน้องเชยคางเธอขึ้น... ชายหนุ่มก็ถึงกับชะงัก
ใบหน้าเรียวเล็กถูกแต่งแต้มอย่างจัดจ้าน ดวงตากลมโตที่ควรกระจ่างใสตามวัยกลับบวมแดงคล้ายคนร้องไห้
“เธอเป็นใคร?”
เขาถามเมื่อความคุ้นของดวงตาคู่นั้นเริ่มกวนใจ เธอสวมเดรสสีแดงแนบไปกับรูปร่างอ้อนแอ้น เอวคอดบางแต่ชวนให้สัมผัส
อลันขมวดคิ้วยุ่งเมื่อรู้สึกตัวว่ามองเธอนานเกินไป นานจนแม้แต่ลูกน้องยังไม่กล้าแตะต้อง นอกจากคอยประคองเธอไว้ไม่ให้ล้มเท่านั้น
“จะทำยังไงกับเธอดีครับนาย?”
“ร้อนว่ะ”
เขาไม่ตอบ แค่คลายกระดุมอีกเม็ด ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ มองหญิงสาวที่กำลังกัดริมฝีปากแน่น ลมหายใจหอบถี่ นิ้วเรียวกำเข้าหากันแน่นราวกับกำลังสะกดกลั้นบางอย่าง
กระทั่งเธอเงยหน้าขึ้น... สายตาของคนทั้งคู่จึงสอดประสานกัน
หัวใจของอลันเต้นผิดจังหวะไปครู่หนึ่ง โดยที่เจ้าตัวก็ไม่อาจเข้าใจว่าเพราะเหตุใดกันแน่
“อลัน..”
เสียงของเธอแผ่วเบาราวปุยนุ่น นัยน์ตาเริ่มแดงมากขึ้นเรื่อยๆ
“เธอคือ?”
“ช่วยเอินด้วย...”
คนถูกเรียกจ้องเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นมาได้
“เอินเอิน?”
“ช่วยเอินที เอินไม่อยากทำแบบนี้นะ...”
เธอทรุดไปกับพื้นแต่เขาช้อนตัวไว้ได้ ความใกล้ทำให้เผลอสูดดมความหอมเฉพาะตัวอย่างชุ่มฉ่ำใจ ปลุกให้ความรู้สึกที่คิดไปเองว่าร้อนจากอากาศเริ่มตื่นตัวขึ้นทีละนิด
“เอินไม่ทำ...เด็ดขาดนะ”
เธอพยายามปัดป้องแม้ไร้เรี่ยวแรง แต่สิ่งที่ถูกบังคับให้กลืนลงไปกลับทำให้ทุกอย่างยุ่งยาก เพราะทันทีที่เธอได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของบุรุษเพศ ร่างกายก็เริ่มตอบสนองทันที
“เป็นอะไรไป?”
“ยา...”
เธอบอกเพียงเท่านั้นก่อนจะซบหน้าลงบนบ่ากว้าง เริ่มทำในสิ่งที่ไม่สมควรจนชายหนุ่มเริ่ม ‘อยาก’ ขึ้นมาบ้างเหมือนกัน
หากแต่สติที่มีอยู่กลับทำให้เขาต้องรั้งหญิงสาวออกห่าง ถามไถ่ในสิ่งที่สงสัย แต่หลี่เอินหนิงกลับไม่มีแม้แต่แรงจะพูดอีกแล้ว
“ตัวคุณหอมจัง”
เธอบ่นพึมพำ เริ่มดึงเสื้อผ้าตัวเองออกจนอลันต้องรั้งมือเธอไว้
“จะทำอะไร!” เขาเอ็ดเสียงหลง
“ร้อน...”
คนตัวเล็กหลับตาพริ้ม หอบหายใจหนักขึ้นเรื่อยๆ เมื่อสิ่งที่กินเข้าไปเริ่มออกฤทธิ์จนไม่อาจฝืนตัวเองได้อีก
เธอต้องการ... ต้องการบางอย่างจับใจ
“น่าจะถูกวางยาครับนาย”
ลู่หมิงสรุปอย่างมั่นใจ ก่อนจะหันไปสบตาเจ้านายที่เริ่มมีอาการแปลกๆ ให้เห็นไม่ต่างจากหญิงสาว
ความร้อนจากข้างในทำให้ชายหนุ่มเริ่มควบคุมความรู้สึกที่ปะทุขึ้นมาอย่างฉับพลันไม่ได้ กลิ่นหอมของเนื้อนาง การเบียดเสียดที่โอบล้อมอยู่รอบๆ ทำให้เขาตื่นตัวฉับพลัน
“เจ้านาย...”
เซียวหานเรียกผู้เป็นนายเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตารุ่นพี่คล้ายอยากถามว่าควรทำอย่างไร ลู่หมิงจึงโบกมือให้อีกฝ่ายรีบไปเตรียมรถ
“ชอบเล่นสกปรกงั้นสินะหลี่เซิ่ง!”
ชายหนุ่มสบถเสียงพร่าเมื่อปะติดปะต่อทุกอย่างได้ เส้นเลือดที่ขมับบวมเป่งเมื่อเขาต้องกดทับความต้องการอย่างสุดกำลัง
แต่คนที่รับยาในปริมาณที่มากกว่า กลับเริ่มมีอาการมากขึ้นจนลู่หมิงต้องยอมเสียสละเสื้อสูทให้ ก่อนที่ชุดนั้นจะหลุดออกมาจนหมด
“จะทำยังไงกับเธอดีครับ?”
“พาตัวไป”
“แต่เธอ...”
“เธอเป็นลูกสาวคนโตของหลี่เซิ่งน่ะ”
“หมายความว่าที่เธอถูกยานี่...”
“คงเป็นความตั้งใจของคนเป็นพ่อ”
“ไอ้ชั่ว!” ลู่หมิงสบถอย่างอดไม่ได้ “ทำลงได้ยังไง!”
“เพื่อผูกมัดฉัน มันพร้อมทำทุกอย่างนั่นแหละ!”
ยิ่งพูด ยิ่งทอดเวลานาน ความต้องการก็ยิ่งถีบตัวขึ้นสูง...
อลันกำหมัดแน่น…
ดวงตาคมเข้มมืดลงอย่างน่ากลัว เมื่อมองหญิงสาวในอ้อมแขนที่กำลังสั่นจากฤทธิ์ยามากขึ้นเรื่อยๆ
โดยพื้นเพ...เขาไม่ใช่คนใจดี และไม่โง่ที่จะเดินตามเกมใคร
แต่ในเมื่อหลี่เซิ่งอยากให้เขาเล่นเกมนัก เขาก็จะสนองให้อย่างที่อีกฝ่ายต้องการ แต่คนคุมกระดาน ต้องเป็นเขา ไม่ใช่มัน!
“ไปขึ้นรถ” เขาสั่งเสียงเข้มหลังตัดสินใจได้
“จะยอมเล่นเกมกับหลี่เซิ่งจริงๆ เหรอครับนาย?”
“ใช่”
“แต่ผมว่า...”
“ไม่เชื่อใจฉันหรือไง?”
อลันถามกลับเสียงเรียบ ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อย ยามที่สบตากับมือขวาคนสนิท
“ผมแค่ไม่อยากเห็นเจ้านายถูกหลอกใช้”
คำตอบนั้นทำให้คนฟังยิ้มเจ้าเล่ห์ แม้ใบหน้าจะเริ่มแดงก่ำ
“ก็แค่สนุกตามประสาผู้ชาย”
“หมายความว่า?”
“ในเมื่อกล้าส่งลูกสาวมา ฉันก็จะสนองให้ แต่อย่าหวังว่าฉันจะรับผิดชอบหรือสนใจเรื่องศีลธรรมอะไร เพราะมันจะไม่มีวันเกิดขึ้น”
เขาก้มลงเล็กน้อย สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากผมของหญิงสาวไล่ลามไปจนถึงข้างแก้ม จงใจปลุกความร้อนในอกให้ปะทุขึ้นทีละนิด ก่อนจะอุ้มเธอไปที่รถอย่างไม่ลังเล
แม้เธอจะเป็นแค่เหยื่อที่ถูกส่งมา...
แต่รับรองได้ว่าคืนนี้... เขาจะดูแลอย่างดีจนเธอจำไม่ลืม!
