บทที่ 2 ราคาของการยื้อชีวิต
เสียงฝีเท้าของเพลงพิณดังสะท้อนบนพื้นกระเบื้องทางเดินที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากพรมหนานุ่มของโซนวีไอพีกลับมาเป็นพื้นกระเบื้องสีขาวเย็นตาของฝั่งผู้ป่วยทั่วไป ร่างบางเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์การเงินของแผนกฉุกเฉิน ป้ายไฟสีเหลืองสว่างจ้าเขียนว่า ‘ชำระเงิน/ติดต่อสอบถาม’
"สวัสดีค่ะ"
เพลงพิณเอ่ยเสียงแผ่ว สองมือเกาะขอบเคาน์เตอร์ไว้แน่นเพื่อพยุงตัวไม่ให้ล้ม
"มาติดต่อชำระเงินมัดจำค่ารักษาของคนไข้ที่เพิ่งถูกรถชนค่ะ...ชื่อแพรวพรรณ"
เจ้าหน้าที่การเงินในชุดเครื่องแบบสีฟ้าเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์
"ญาติผู้ป่วยเคสอุบัติเหตุฉุกเฉินนะคะ รบกวนขอรหัสคนไข้หรือบัตรประชาชนของคนไข้ด้วยค่ะ"
"นี่ค่ะ"
เธอล้วงบัตรประชาชนของน้องสาวที่พยาบาลเพิ่งส่งคืนให้เมื่อครู่วางลงบนเคาน์เตอร์
"รอสักครู่นะคะ"
เสียงรัวแป้นพิมพ์ดังขึ้นติดๆ กัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเงยหน้าขึ้นมาอธิบาย
"จากที่ทีมแพทย์ประเมินเมื่อสักครู่ ยอดค่าใช้จ่ายเบื้องต้นสำหรับการผ่าตัดด่วนเพื่อลดความดันในสมอง รวมกับค่าห้องไอซียูและเครื่องพยุงชีพ จะอยู่ที่สองแสนห้าหมื่นบาทถ้วนค่ะ"
"สองแสนห้าหมื่น..."
หญิงสาวทวนคำเสียงสั่น
"ใช่ค่ะ ทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องให้ญาติวางเงินมัดจำบางส่วน เพื่อยืนยันคิวการใช้ห้องผ่าตัดและเบิกอุปกรณ์พยุงชีพพิเศษค่ะ"
"ถ้า... ถ้าฉันจ่ายยอดนี้ คิวผ่าตัดจะเริ่มได้ทันทีเลยใช่ไหมคะ หมอจะไม่รอนานกว่านี้แล้วใช่ไหม"
"ทันทีที่ระบบการเงินยืนยันการชำระมัดจำเรียบร้อย ทางเราจะส่งเรื่องอัปเดตไปที่วอร์ดฉุกเฉิน ทีมศัลยแพทย์จะเตรียมห้องผ่าตัดและพยาบาลจะเข็นคนไข้ขึ้นไปทันทีเลยค่ะ"
มือเรียวที่สั่นเทาล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันธนาคาร เธอจ้องมองตัวเลขยอดเงินคงเหลือในบัญชี มันคือเงินเก็บก้อนแรกและก้อนเดียวในชีวิตที่เธออดตาหลับขับตานอนทำงานสายตัวแทบขาด ทั้งยืนหน้าเตาในครัวและรับงานพิเศษสารพัดเพื่อเก็บไว้เป็นค่าเทอมและทุนรอนสร้างอนาคตให้แพรวพรรณ นิ้วที่สั่นระริกกดระบุจำนวนเงินลงไป
"สองแสนห้าหมื่นบาท..."
เธอพึมพำกับตัวเอง กัดฟันข่มความรู้สึกมากมายที่ตีตื้นขึ้นมา เพราะเทียบกับชีวิตของน้องสาวแล้ว เงินพวกนี้มันเทียบไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว เธอกดยืนยันยอดการโอนเงินไปจนเกือบหมดบัญชี
"ติ๊ด!"
เสียงแจ้งเตือนจากระบบของโรงพยาบาลดังขึ้น
"ระบบได้รับยอดเงินเรียบร้อยแล้วค่ะ"
เจ้าหน้าที่ดึงสลิปใบเสร็จออกจากเครื่องพิมพ์
"รบกวนญาติเซ็นชื่อรับรองในใบเสร็จรับเงิน และเซ็นเอกสารยินยอมการผ่าตัดตรงจุดที่ทำเครื่องหมายไว้นะคะ"
"ตรงนี้ใช่ไหมคะ"
"ใช่ค่ะ ทั้งหมดสามแผ่นนะคะ ส่วนใบเสร็จตัวจริงญาติเก็บไว้เป็นหลักฐานได้เลยค่ะ... แต่ทางเราต้องขอแจ้งให้ทราบล่วงหน้านะคะว่า เงินมัดจำส่วนนี้จะรองรับค่าบริการทางการแพทย์ในหออภิบาลผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ได้เพียง 3 วันหลังจากสิ้นสุดสิทธิ์ 72 ชั่วโมงแรกค่ะ หากหลังจากนั้นคนไข้ยังมีภาวะวิกฤตหรือต้องสังเกตอาการต่อ ทางฝ่ายการเงินจำเป็นต้องเรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามจริงรายวันเพิ่มเติมนะคะ"
"สามวัน... เข้าใจแล้วค่ะ"
เพลงพิณรับใบเสร็จรับเงินมาถือไว้ แผ่นกระดาษบางเฉียบในมือกลับรู้สึกหนักอึ้งราวกับแผ่นตะกั่ว มันคือเส้นตายที่บอกให้รู้ว่าเธอมีเวลาแค่ไม่กี่วันในการหาเงินก้อนใหม่มาต่อลมหายใจให้น้องสาว ความกดดันมหาศาลบีบรัดหัวใจจนปวดหนึบ แต่เธอจะล้มตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด เธอบอกตัวเองว่าห้ามอ่อนแอ เพลงพิณพับใบเสร็จเก็บลงกระเป๋าอย่างระมัดระวัง ถอนหายใจยาวเพื่อไล่ความอ่อนล้า ก่อนจะเดินกลับไปที่หน้าห้อง ICU เพื่อดูหน้าน้องสาวอีกครั้งก่อนกลับ
“ญาติสวมชุดกาวน์ หมวกคลุมผม และล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ก่อนเข้าเยี่ยมนะคะ”
พยาบาลหน้าห้องไอซียูเอ่ยเตือนพร้อมกับยื่นชุดปลอดเชื้อสีเขียวอ่อนมาให้
“ให้เวลาเยี่ยมสิบห้านาทีนะคะ”
เพลงพิณหยุดยืนอยู่ปลายเตียงหมายเลขสาม เสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอสลับกับเสียงเครื่องช่วยหายใจ ภาพของแพรวพรรณที่นอนนิ่งสนิท ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือดมีผ้าพันแผลพันรอบศีรษะ สายยางและท่อระโยงระยางเชื่อมต่อกับร่างกายบอบบางจนดูน่ากลัว มันเป็นภาพที่บาดลึกเข้าไปในหัวใจของคนเป็นพี่สาว
แต่ครั้งนี้ เพลงพิณไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนตอนที่อยู่หน้าห้องฉุกเฉินอีกแล้ว
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ข่มความปวดร้าวทั้งหมดเอาไว้ ค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปยืนชิดขอบเตียง เธอเอื้อมมือที่สั่นเทาเล็กน้อยไปกอบกุมมือของน้องสาวที่วางอยู่ข้างลำตัว ผิวเนื้อของแพรวพรรณเย็นเฉียบจนเพลงพิณต้องยกมือนั้นขึ้นมาแนบกับแก้มของตัวเอง หวังเพียงว่าไออุ่นจากตัวเธอจะส่งผ่านไปถึงคนที่กำลังหลับใหล
“แพรว...”
น้ำเสียงหวานใสที่เคยใช้ปลอบประโลมน้องสาวเสมอ บัดนี้สั่นพร่าแต่กลับแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
“พี่อยู่นี่แล้วนะ ไม่ต้องกลัวนะคนดี”
ร่างบนเตียงยังคงนอนนิ่ง ไร้ซึ่งการตอบสนองใดๆ นอกจากหน้าอกที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะของเครื่องช่วยหายใจ
ความเงียบในห้องไอซียูมีเพียงเสียงเครื่องมือแพทย์ที่คอยตอบรับคำพูดของเธอ หญิงสาวจ้องมองใบหน้าของน้องสาว นัยน์ตาคู่สวยที่เคยฉายแววหวาดหวั่นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าว ดุดัน และเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความมุ่งมั่น
“พี่ไม่มีวันยอมปล่อยให้แพรวเป็นอะไรไปเด็ดขาด”
เธอเอ่ยออกมาทีละคำ ชัดเจนและหนักแน่นราวกับสลักมันลงไปในวิญญาณ
“ต่อให้ต้องทำงานจนตาย พี่ก็จะหาเงินมารักษาแพรว...และลากคอคนที่ทำผิดมาชดใช้ให้ได้”
สัญญาณไฟกะพริบจากหน้าจอมอนิเตอร์ยังคงทำหน้าที่ของมันไปตามปกติ เพลงพิณใช้เวลาที่เหลืออยู่อีกไม่กี่นาทีในการจดจำจังหวะลมหายใจของน้องสาว เพื่อใช้เป็นแรงผลักดันเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิต
“พี่จะรีบกลับมาหาแพรวนะ รอพี่นะ”
เมื่อครบกำหนดเวลาเยี่ยม เพลงพิณค่อยๆ วางมือของน้องสาวลงข้างลำตัวอย่างทะนุถนอมที่สุด เธอดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมทับให้จนถึงระดับหน้าอก จัดแจงขอบผ้าให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำร้ายคนที่เธอรัก หญิงสาวยืดตัวขึ้นตรง ถอยหลังออกห่างจากเตียงช้าๆ ก่อนจะหมุนตัวก้าวเดินออกจากห้องไอซียูด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความหวาดกลัวเป็นความมุ่งมั่นขั้นสุด พร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกความเหนื่อยยากบนโลกใบนี้เพื่อแลกกับเงิน
