บทที่ 5 รสมือที่ถูกใจ

ป้าจันทร์หันไปพยักหน้าเบาๆ เป็นสัญญาณให้คนที่แอบยืนลุ้นอยู่หลังบานประตูเดินเข้าไปด้านใน เพลงพิณสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ สองมือประสานกันไว้ด้านหน้าขณะก้าวเดินอย่างสำรวมผ่านพรมเปอร์เซียผืนหนาเข้าไปหยุดอยู่ห่างจากโต๊ะอาหารในระยะที่เหมาะสม ก่อนจะยกมือไหว้ผู้อาวุโสทั้งสองด้วยท่าทีอ่อนน้อม

"หนูเองรึ ที่เป็นคนทำอาหารมื้อนี้"

ประมุขของบ้านเอ่ยถามพลางวางแก้วน้ำลง นัยน์ตาคมกริบที่กวาดมองร่างโปร่งบางตั้งแต่หัวจรดเท้าแม้จะดูน่าเกรงขามแต่กลับไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด

"ใช่ค่ะท่าน ฉันชื่อเพลงพิณค่ะ"

"ไม่ต้องเรียกท่านหรอก เรียกคุณลุงกับคุณป้าเถอะ"

คุณหญิงของบ้านคลี่ยิ้มบางๆ อย่างเอ็นดู

"หนูเพลงพิณ... อาหารเมื่อกี้อร่อยมากเลยนะ รสชาติจัดจ้านกำลังดี ป้าแทบไม่เชื่อเลยว่ามันคืออาหารคุมโซเดียม"

"ขอบพระคุณค่ะคุณป้า"

เพลงพิณยิ้มรับด้วยความโล่งอก

"ตอนจันทร์เอาประวัติมาให้ดู ฉันยังคิดอยู่เลยว่าเด็กผู้หญิงตัวแค่นี้จะทำได้รึเปล่า... แล้วนี่ ทำไมถึงอยากมารับงานที่นี่ล่ะ ได้ยินว่าทำงานอยู่คลินิกชื่อดังไม่ใช่หรือ"

"เพลงมีน้องสาวที่ต้องดูแลค่ะ ตอนนี้น้องกำลังป่วยหนัก ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงมาก"

หญิงสาวตอบตามความจริง แววตาที่เคยมั่นใจไหววูบลงเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเด็ดเดี่ยว

"เพลงเลยอยากหาเงินเพิ่มค่ะ งานที่นี่ให้ค่าตอบแทนสูง เพลงมั่นใจว่าสามารถดูแลเรื่องโภชนาการให้คุณลุงกับคุณป้าได้อย่างดีที่สุดค่ะ"

ผู้สูงวัยทั้งสองลอบสบตากัน ประสบการณ์ที่ผ่านโลกมามากทำให้พวกเขามองเห็นเนื้อแท้ของเด็กสาวตรงหน้าได้ไม่ยาก ความกตัญญูและท่าทีสู้ชีวิตที่ไม่เสแสร้งประกอบกับความนอบน้อมนั้น ทำให้กำแพงความเจ้าระเบียบของทั้งคู่ลดระดับลงอย่างรวดเร็ว

"เป็นเด็กสู้ชีวิตดีนะ"

คุณลุงเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าในคราแรก

"แต่ทางเราต้องการคนดูแลมื้ออาหารทุกวัน ถ้าหนูมาทำที่นี่เต็มตัว แล้วงานที่คลินิกล่ะ จะทิ้งไปเลยหรือ"

"เอ่อ... เพลงคิดว่าจะขอลาออก..."

"ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกจ้ะ"

คุณหญิงแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

"หนูยังเด็ก อนาคตในสายอาชีพยังไปได้อีกไกล ป้าไม่อยากให้หนูต้องทิ้งงานประจำมาเป็นแม่บ้านเต็มตัวหรอกนะ"

"แต่ว่า..."

"เอาอย่างนี้ไหม" คุณลุงยื่นข้อเสนอ

"หนูรับผิดชอบแค่เมนูมื้อเช้ากับมื้อเย็นของฉันกับภรรยาก็พอ ส่วนมื้อกลางวันหนูแค่จัดเตรียมวัตถุดิบหรือเขียนสูตรทิ้งไว้ให้แม่ครัวคนอื่นทำตาม แบบนี้หนูก็ยังไปทำงานที่คลินิกได้... ตกลงไหม"

เพลงพิณเบิกตากว้าง ข้อเสนอที่ใจกว้างราวกับหยาดฝนชโลมลงบนดินที่แห้งผากทำให้หัวใจของเธอพองโต หญิงสาวยกมือไหว้ผู้สูงวัยทั้งสองอีกครั้งด้วยความตื้นตันจนขอบตาร้อนผ่าว

"ตกลงค่ะ! ขอบพระคุณคุณลุงกับคุณป้ามากๆ เลยนะคะที่เมตตาเพลง เพลงจะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดค่ะ"

"ดีมากจ้ะ"

คุณหญิงพยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปพยักพเยิดกับป้าจันทร์ที่ยืนอยู่ไม่ไกล

ป้าจันทร์เดินเข้าไปหยิบสิ่งของบางอย่างจากลิ้นชักตู้ไม้สลักลาย แล้วนำมาวางลงบนโต๊ะตรงหน้าคุณหญิง มันคือซองกระดาษสีขาวที่หนาเตอะจนเห็นรูปทรงของธนบัตรด้านใน คุณหญิงหยิบซองนั้นขึ้นมาแล้วยื่นส่งตรงหน้าเพลงพิณ

"รับไปสิจ๊ะ"

"นี่คือ..."

"เงินเดือนล่วงหน้าของหนู" คุณหญิงยิ้มกว้างขึ้น

"ป้าให้เป็นทุนตั้งต้นสำหรับเริ่มงาน แล้วก็ถือว่าเป็นการจองตัวหนูไว้เลย"

มือเรียวที่สั่นเทายื่นออกไปรับซองกระดาษสีขาวหนาเตอะจากมือของคุณหญิง น้ำหนักของมันทำให้ขอบตาของเพลงพิณร้อนผ่าวจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

"คุณป้าคะ... นี่มันเยอะมากเลยนะคะ เพลงเกรงใจจริงๆ ค่ะ"

"รับไว้เถอะหนูเพลง"

คุณลุงเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

"นี่เป็นค่าตอบแทนล่วงหน้า เอาไปจัดการเรื่องน้องสาวให้เรียบร้อยซะ จะได้มาทำงานให้เราด้วยความสบายใจ"

"ขอบพระคุณค่ะ... ขอบพระคุณคุณลุงกับคุณป้ามากๆ นะคะ"

น้ำตาหยดใสกลิ้งหล่นจากหางตา เพลงพิณยกมือไหว้ผู้อาวุโสทั้งสองอย่างสุดซึ้ง ความรู้สึกตื้อตันจุกแน่นอยู่ในลำคอ

"เพลงจะตั้งใจทำงานให้สมกับความเมตตาที่ได้รับเลยค่ะ"

………

ทันทีที่ก้าวพ้นประตูคฤหาสน์ตระกูลธนเกียรติ์ เพลงพิณไม่รอช้า เธอเรียกรถตรงดิ่งไปยังโรงพยาบาลทันที สองขาก้าวฉับๆ ตรงไปยังแผนกการเงินด้วยความหวังที่เปี่ยมล้น

"ญาติมาติดต่อชำระค่ารักษาเพิ่มใช่ไหมคะ" เจ้าหน้าที่การเงินเอ่ยถาม

"ใช่ค่ะ ฉันนำเงินมาจ่ายค่าห้องไอซียูและค่ายาของแพรวพรรณค่ะ"

เพลงพิณวางซองเงินสดลงบนเคาน์เตอร์ด้วยหัวใจที่พองโต ความหนักอึ้งที่เคยกดทับบ่าค่อยๆ ทุเลาลงราวกับภูเขาถูกยกออกจากอก

"ยอดทั้งหมดเก้าหมื่นแปดพันบาทค่ะ ยอดนี้จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายล่วงหน้าไปจนถึงวันที่ระบุในเอกสารนี้นะคะ"

"ขอบคุณค่ะ"

เพลงพิณรับใบเสร็จมาแนบอก รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่อิดโรย อย่างน้อยสัปดาห์นี้น้องสาวของเธอก็ปลอดภัยไปอีกเปราะหนึ่ง

………

ตั้งแต่วันนั้น ชีวิตของเพลงพิณก็กลายเป็นเหมือนลูกข่างที่หมุนวนไม่รู้จบ เธอตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อเดินทางไปเตรียมอาหารมื้อเช้าที่คฤหาสน์ จัดแจงโภชนาการอย่างพิถีพิถัน พอสายก็รีบนั่งรถกลับมาทำงานประจำที่คลินิกสุขภาพ ก่อนจะพุ่งตัวกลับไปที่คฤหาสน์อีกครั้งในตอนเย็นเพื่อเตรียมมื้อค่ำ

"เพลง แกแน่ใจนะว่าจะควบสองงานแบบนี้จริงๆ"

พี่ฟ้ายื่นแก้วกาแฟดำให้รุ่นน้องที่นั่งหน้าซีดอยู่หน้าโต๊ะทำงานในคลินิก

"ค่ะพี่ฟ้า" เพลงพิณรับแก้วกาแฟมาจิบ

"เพลงพักผ่อนพอค่ะ แค่ยังปรับตัวไม่ค่อยทันนิดหน่อย"

"แต่ตาแกโบ๋เป็นนกฮูกแล้วนะเพลง พักบ้างเถอะ ร่างกายพังไปจะแย่เอา"

พี่ฟ้าถอนหายใจยาว "แล้วนี่... พี่เห็นแกโทรหาแฟนหลายรอบแล้ว หมอนั่นไม่คิดจะมารับมาส่งแกบ้างเลยหรือไง"

คำถามของรุ่นพี่ทำให้รอยยิ้มของเพลงพิณเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

"เขาบอกว่าช่วงนี้งานยุ่งค่ะ... ติดโปรเจกต์ใหญ่"

"ยุ่งขนาดไหนกันเชียว แฟนตัวเองเหนื่อยสายตัวแทบขาด น้องสาวก็เข้าไอซียูทั้งคน ไม่คิดจะมาเยี่ยมหรือยื่นมือเข้ามาช่วยบ้างเลยเหรอ"

"เพลงก็พยายามโทรหาเขาอยู่ค่ะ"

"เออๆ งั้นพี่ไปเตรียมเคสคนไข้ก่อนนะ แกก็อย่าฝืนมากล่ะ มีอะไรให้ช่วยก็บอก"

"ขอบคุณค่ะพี่ฟ้า"

คล้อยหลังรุ่นพี่ เพลงพิณเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดู หน้าจอแสดงประวัติการโทรออกหาแฟนหนุ่มกว่าสิบสายที่ไม่ได้รับการตอบกลับ หญิงสาวถอนหายใจยาว ก่อนจะตัดสินใจกดโทรออกอีกครั้ง

เสียงสัญญาณรอสายดังอยู่นานจนเกือบจะตัดทิ้ง ปลายสายก็กดรับพร้อมกับเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่

"ฮัลโหล... ทำไมโทรไปตั้งหลายสายถึงไม่รับเลยคะ"

"พี่บอกเพลงแล้วไงว่าช่วงนี้พี่งานยุ่งมาก!"

เสียงทุ้มตวาดกลับมาอย่างหงุดหงิด

"มีอะไรก็รีบๆ พูดมา พี่ติดคุยงานกับลูกค้าอยู่"

"เพลงแค่... อยากรู้ว่าพี่พอจะมีเวลาแวะมาที่โรงพยาบาลบ้างไหมคะ แพรวยังไม่ฟื้นเลย เพลงอยากให้พี่..."

"โอ๊ย! เพลง พี่ทำงานหาเงินนะ ไม่ได้ว่างไปนั่งเฝ้าไข้ใคร! แค่นี้นะ ลูกค้ามาแล้ว!"

ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...

เพลงพิณจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ถูกกดตัดสายทิ้ง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ความรู้สึกตะหงิดใจเล็กๆ ก่อตัวขึ้นในอก ปกติเขาไม่เคยหงุดหงิดใส่เธอรุนแรงขนาดนี้ หรือมีเรื่องอะไรปิดบังเธออยู่กันแน่…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป