บทที่ 1 ข่าวร้าย

เสียงฝีเท้าเร่งรีบสะท้อนก้องไปตามโถงทางเดินของโรงพยาบาลเอกชน กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและบรรยากาศตึงเครียดทำให้อกข้างซ้ายของ เจ้าเอย บีบเกร็งจนแทบหายใจไม่ออก นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ปีสุดท้ายอย่างเธอ ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตที่เคยเรียบง่ายจะต้องพังทลายลงในเวลาเพียงไม่กี่วัน

"ผลตรวจเนื้อเยื่อยืนยันแล้วครับ... แม่ของคุณเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย"

คำพูดของหมอยังคงก้องอยู่ในหัว เงินเก็บก้อนสุดท้ายของครอบครัวร่อยหรอลงไปทุกที แม่ทำงานหนักไม่ไหวอีกต่อไป ส่วนงานรับแปลเอกสารฟรีแลนซ์ที่เธอทำค้างคืนก็ไม่ได้มีเข้ามาบ่อยพอจะครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลมหาศาลนี้ได้ หนทางเดียวที่จะรอดคือเธอต้องผ่านการฝึกงานและก้าวเข้าสู่การทำงานจริงให้ไวที่สุด

และโอกาสนั้นก็มาถึง เมื่อเธอได้รับเลือกให้ขึ้นไปฝึกงานบนชั้นผู้บริหารของ อคิราห์ กรุ๊ป อาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับแสนล้าน

"เจ้าเอย เอาเอกสารชุดนี้ขึ้นไปส่งที่ห้องประธานบริหารชั้น 45 เดี๋ยวนี้นะ" เสียงรุ่นพี่ฝ่ายบุคคลสั่งการเร่งด่วน

เจ้าเอยสูดหายใจเข้าลึก กอดแฟ้มเอกสารแน่นในอ้อมอก เธออยู่ในชุดนักศึกษาเรียบร้อย ผมยาวถูกรวบเป็นมวยต่ำหลวมๆ ไร้ซึ่งเครื่องสำอางใดๆ บนใบหน้า แตกต่างจาก พาฝัน พี่สาวฝาแฝดของเธอโดยสิ้นเชิง...

หลังจากพ่อกับแม่หย่าร้างกันเพราะพ่อไปมีหญิงอื่น พาฝันเลือกไปอยู่กับพ่อ เติบโตมาด้วยความเป็นอยู่ที่ดี จนได้เป็นนางแบบและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ในขณะที่เจ้าเอยเลือกอยู่ดูแลแม่ ใช้ชีวิตเรียบง่ายทุ่มเทกับการเรียน และช่วยแม่ขายอาหารตามสั่งหลังเลิกเรียน จนมาในวันนี้วันที่แม่ล้มป่วย โดยที่ไม่สัญญาณใด ๆ มาก่อน

เสียงประตูห้องทำงานขนาดใหญ่เปิดออก เจ้าเอยก้าวเท้าเข้าไปในห้องประธานบริหารที่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้มเรียบหรู สายตาของเธอปะทะเข้ากับร่างสูงโปร่งในชุดสูทตัดเย็บประณีตที่กำลังยืนหันหลังมองวิวเมืองผ่านกระจกบานใหญ่

ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมา ชั่ววินาทีที่ดวงตาคู่คมกริบนั้นสบเข้ากับเธอ หัวใจของเจ้าเอยก็กระตุกวูบอย่างแรง... มันคือความรู้สึกตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ใบหน้าคมคาย ออร่าความน่าเกรงขาม และสายตาที่ลึกซึ้งคู่นั้นดึงดูดเธออย่างจัง

ทว่า... บรรยากาศในห้องกลับเย็นลงไปในทันที

อคิราห์ ชะงักนิ่งไป ดวงตาคู่คมขึงตึง ร่างสูงแข็งเกร็งราวกับถูกสตัฟฟ์ ภาพความทรงจำอันแสนเจ็บปวดในอดีตพุ่งวนกลับมาทำร้ายเขาอย่างรุนแรง...

ย้อนกลับไปตอนที่เขาเรียนอยู่อังกฤษ พาฝันคือคนที่เดินออกไปจากชีวิตเขาอย่างเลือดเย็น เพียงเพราะเขาปฏิเสธไม่ยอมให้เงินก้อนโตไปลงทุนทำธุรกิจที่ดูไม่น่าไว้วางใจกับเพื่อนของเธอ เธอบอกเลิกเขาอย่างไม่ยี่หระแล้วหันไปควงนักธุรกิจใหญ่เงินหนา และในวันเดียวกันนั้นเองที่เขาได้รับข่าวร้ายว่าพ่อและแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ อคิราห์เลือกบินกลับไทยทันทีโดยไม่คิดจะง้อผู้หญิงใจดำคนนั้นอีกเลย

และวันนี้... ผู้หญิงที่มีใบหน้าเหมือนกับคนที่เคยขยี้หัวใจเขาจนแหลกสลาย กลับมายืนอยู่ตรงหน้าเขาในฐานะเด็กฝึกงาน!

"คุณ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำของอคิราห์สั่นสะท้านไปด้วยความโกรธแค้นและประหลาดใจ

"เอ่อ... เอกสารอนุมัติโครงการใหม่ค่ะท่านประธาน" เจ้าเอยพยายามควบรวมสติ ส่งยิ้มบางๆ ตามมารยาท แม้จะสงสัยในท่าทีของเขาก็ตาม

อคิราห์ไม่ได้ยื่นมือไปรับแฟ้มเอกสาร เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเรียบเฉยไร้เดียงสาของเธอ ชั่วครู่หนึ่งเขารู้สึกได้ถึงความแตกต่างกิริยานอบน้อม ไม่แต่งหน้าทาปาก ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งแบบที่พาฝันเคยมี

"วางไว้ตรงนั้นแหละ และออกไปได้!" เสียงเข้มดุของเขาบอกเสียง ทำเอาเจ้าเอยจำต้องวางแฟ้มเอกสารนั้น ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง และทันทีที่คล้อยหลังเธอไปมือหนากเอื้อมไปากดอินเตอร์คอมบนโต๊ะทันที พร้อมกับน้ำเสียงเย็นชาจนดูน่าขนลุก

"ฝ่ายบุคคล... ส่งประวัติส่วนตัวของเด็กฝึกงานที่ชื่อเจ้าเอยขึ้นมาให้ผมบนโต๊ะเดี๋ยวนี้!"

....

เจ้าเอยเดินออกจากห้องผู้บริหารด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง

เธอไม่เข้าใจเลยสักนิด… ชายหนุ่มที่เพิ่งพบกันเป็นครั้งแรกมองเธอด้วยสายตาตกตะลึง ก่อนที่แววตาคู่นั้นจะสลับเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังและเย็นชาอย่างน่าประหลาด ทั้งที่เธอยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยด้วยซ้ำ

“เอย” เสียงพี่เลี้ยงฝึกงานเรียกขัดขึ้น ทำให้หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยแล้วรีบเดินเข้าไปหา

“เป็นยังไงบ้าง คุณอคิราห์ไม่ได้ว่าอะไรใช่ไหม”

เอยนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ค่ะ…”

“เขาว่ายังไงบ้าง”

“ไม่มีอะไรค่ะ” เธอเลือกที่จะไม่เล่า เพราะไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี… จะให้บอกว่าเจ้านายของเธอมองเธอราวกับเห็นศัตรูงั้นหรือ? คงไม่มีใครเชื่อ

“งั้นก็ดีแล้ว วันนี้เธอขึ้นมาช่วยงานฝ่ายบริหารเต็มวันเลยนะ ตั้งใจหน่อยล่ะ ผู้บริหารที่นี่เข้มงวดมาก”

“ได้ค่ะพี่แอม”

เธอไม่ได้กลัวงานหนัก สิ่งเดียวที่กลัวคือการไม่ได้ทำงานที่นี่ เพราะเงินเดือนฝึกงานแม้จะไม่มากมาย แต่มันคือทุกบาททุกสตางค์ที่เธอต้องนำไปต่อลมหายใจให้แม่ ทั้งค่าเดินทาง ค่ากิน ค่าใช้จ่ายในบ้าน และสำคัญที่สุด… ค่ารักษาพยาบาล

เธอไม่มีสิทธิ์เลือกมากนัก ต่อให้ต้องอดทนกับเจ้านายที่ไร้เหตุผล เธอก็พร้อมจะทน

เพียงแต่เจ้าเอยไม่รู้เลยว่า ชายหนุ่มไม่ได้แค่ไร้เหตุผล… แต่เขาเกลียดใบหน้าของเธอ เพราะมันซ้อนทับกับภาพของผู้หญิงที่เคยทำลายชีวิตเขาจนแหลกสลาย

บทถัดไป