บทที่ 11 ไม้กันหมา

“...เธอเป็นคนของผม และเธอแค่ทำตามหน้าที่”

น้ำเสียงทุ้มต่ำของอคิราห์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบหน้าห้องประธานบริหาร เจ้าเอยตัวแข็งทื่อ ไม่ใช่แค่เพราะประโยคเผ็ดร้อนนั้น แต่เป็นเพราะฝ่ามือหนาที่ถือสิทธิ์รวบกอดเอวบางไว้แน่น ร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามาชิดจนเธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นและอัตราการเต้นของหัวใจเขา

“คะ...คุณอคิราห์...”

เธอแหงนหน้ามองเขาด้วยความสับสน ทว่าชายหนุ่มกลับไม่แม้แต่จะปรายตาลงมา สายตาคมกริบยังคงจับจ้องหญิงสาวอีกคนที่ยืนหน้าชาอยู่ตรงหน้า

“อคิน...” แพรวพราวพึมพัมเสียงเบาอย่างไม่เชื่อสายตา “หมายความว่ายังไงคะ?”

“ตามที่พูด”

“แต่เด็กคนนี้เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่กี่วันเองนะคะ ทำไมคุณถึง—”

“เธอจะเป็นเลขาฯ ผมนานแค่ไหน ก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องยุ่ง”

น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นชาทำเอาคนฟังเม้มปากแน่น

“แพรวแค่เป็นห่วงคุณ”

“ผมไม่ได้ขอ”

คำตอบตัดร่อนทำเอาแพรวพราวหน้าเสียสนิท ขณะที่เจ้าเอยได้แต่นิ่งเกร็งอยู่ในอ้อมแขน จะขยับหนีก็กลายเป็นปฏิเสธเขาต่อหน้าคนอื่น แต่หากปล่อยไว้...เธอก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ในฐานะอะไรกันแน่

“แล้วนี่มันหมายความว่ายังไงคะ!” แพรวพราวชี้ไปยังมือหนาที่ยังคงวางเกาะกุมอยู่ที่เอวของหญิงสาวอีกคน

อคิราห์หลุบตามองมือตัวเอง ก่อนจะตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน “ไม่มีอะไร”

“ไม่มีอะไร?”

“ผมแค่กำลังเตือน...ว่าอย่ามายุ่งกับคนของผม”

คำว่า ‘คนของผม’ ที่ถูกเน้นหนัก สะกดให้ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

“คุณอคิราห์คะ...” เธอพยายามกระซิบเรียกเขา

ชายหนุ่มก้มลงมอง แววตาคมดุอ่อนแสงลงเพียงเสี้ยววินาที “มีอะไร?”

“หนู...” เธอเหลือบมองมือหนาเป็นเชิงบอก

อคิราห์มองตาม ทว่าแทนที่จะปล่อย นิ้วเรียวยาวกลับเพิ่มแรงกระชับเอวเธอแน่นขึ้นกว่าเดิม

“ทำงานต่อ”

“แต่”

“หรืออยากให้ผมประกาศต่อหน้าทุกคนตรงนี้ ว่าเราเป็นอะไรกัน?”

ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง “ไม่ใช่นะคะ!”

เสียงปฏิเสธที่ลืมตัวดังขึ้นนิดหน่อยจนพนักงานแถวนั้นเริ่มหันมามอง อคิราห์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“งั้นก็เงียบ”

เจ้าเอยเม้มริมฝีปากแน่น ผู้ชายคนนี้...ชอบต้อนเธอจนมุมอยู่เรื่อย!

แพรวพราวมองภาพตรงหน้าด้วยความเจ็บใจ ความชิดเชื้อที่เขาแสดงออกมันชัดเจนเกินกว่าจะมองเป็นแค่เรื่องงาน ที่ผ่านมาต่อให้มีหญิงสาวผ่านเข้ามาในชีวิตเขามับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยมีใครได้รับอนุญาตให้ข้ามเส้นเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว...แต่วันนี้ เขากลับยืนปกป้องเด็กฝึกงานคนหนึ่งอย่างไม่แคร์สายตาใคร

“แพรวเข้าใจแล้วค่ะ” หญิงสาวฝืนยิ้มเย็น “ถ้าอย่างนั้นแพรวขอตัว”

“เชิญ”

เมื่อประตูลิฟต์ปิดลงพร้อมร่างของแพรวพราว ความเงียบก็กลับเข้ามาปกคลุมอีกครั้ง เจ้าเอยลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ

“คุณอคิราห์คะ”

“หืม?”

“ปล่อยหนูได้แล้วค่ะ”

คราวนี้ชายหนุ่มยอมคลายมือออกจากเอวบางแต่โดยดี ทันทีที่เป็นอิสระ เจ้าเอยก็รีบก้าวถอยหลังก้มสายตาหลบ “ขอบคุณนะคะที่ช่วย”

“ผมไม่ได้ช่วยคุณ”

เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างกังขา “แล้วเมื่อกี้...”

“ผมแค่รำคาญแพรวพราว”

คำตอบนิ่งสนิททำเอาคนฟังชะงัก สายตาของเขาราบเรียบจนเธออ่านไม่ออก

“แค่นั้นเหรอคะ?”

“ใช่”

“...ค่ะ” เธอพยักหน้ารับ แม้ความรู้สึกบางอย่างข้างในจะตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หนูขอตัวไปทำงานนะคะ”

หญิงสาวหมุนตัวเตรียมกลับไปยังโต๊ะทำงาน ทว่าก้าวไปได้เพียงสามก้าว เสียงทุ้มก็ดังรั้งไว้จากด้านหลัง

“เจ้าเอย”

“คะ?”

“คืนนี้กลับกี่โมง”

คำถามเรียบง่ายกลับทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะ “วันนี้...หนูไม่มีกะที่คลับค่ะ”

“ดี”

“คะ?”

“ผมมีงานให้ทำ” อคิราห์หยิบแฟ้มเอกสารเล่มหนึ่งบนโต๊ะแล้วก้าวเข้ามาหาเธอ “ไปกับผมคืนนี้”

“ไปไหนคะ?”

ชายหนุ่มหยุดยืนตรงหน้า ร่างสูงโปร่งข่มให้พื้นที่รอบตัวดูเล็กลงไปถนัดตา

“บ้านผม”

คำตอบนั้นทำเอาหัวใจของเจ้าเอยกระตุกวูบ “ไป...บ้านคุณ?”

“ใช่”

“ทำไมคะ?”

อคิราห์ยื่นแฟ้มในมือให้ บนปกมีเพียงข้อความสั้น ๆ ‘เอกสารเกี่ยวกับบริษัท อัศวะดิลก’

เจ้าเอยอ่านแล้วขมวดคิ้ว “นี่เกี่ยวกับอะไรคะ?”

“พรุ่งนี้คุณจะรู้”

“แล้วทำไมต้องไปที่บ้านคุณด้วย...”

ชายหนุ่มสบตาเธอนิ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจเธอสั่นคลอนยิ่งกว่าเดิม

“เพราะผมไม่ไว้ใจให้คุณเปิดแฟ้มนี้ที่บริษัท”

เจ้าเอยกอดแฟ้มในอกแน่น โดยไม่รู้เลยว่าเอกสารภายในเล่มนั้น กำลังจะเปิดประตูไปสู่ความจริงที่อคิราห์ซ่อนไว้มานานหลายปี...และมันกำลังจะเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาไปตลอดกาล

บทก่อนหน้า
บทถัดไป