บทที่ 2 อดีตแสนเจ็บปวด
ภายในห้องทำงานผู้บริหาร
อคิราห์ยืนอยู่ริมกระจกทรงสูง มองดูความวุ่นวายด้านล่างอย่างไร้จุดหมาย แต่ใบหน้าของเจ้าเอยยังคงวนเวียนอยู่ในหัว เหมือนเกินไป… เหมือนจนเขาแทบแยกไม่ออก
ทว่าพาฝันไม่มีทางมาปรากฏตัวที่นี่
“เจ้าเอย…” ชายหนุ่มพึมพำชื่อที่เห็นในแฟ้มประวัติ มือหนาเปิดอ่านเอกสารซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชื่อพ่อ ชื่อแม่ วันเดือนปีเกิด… ทุกอย่างยืนยันชัดเจนว่าเธอคือน้องสาวฝาแฝดของพาฝัน คนที่เขาคิดว่าชาตินี้จะไม่มีทางได้พบเจอกันอีก
“ทำไมต้องเป็นเธอด้วย!”
อคิราห์ข่มตาลง ภาพความทรงจำอันเจ็บปวดเมื่อหลายปีก่อนย้อนคืนกลับมาฉายซ้ำ…
ช่วงบ่าย
เจ้าเอยกำลังเรียงเอกสารอยู่หน้าห้องประชุม จู่ ๆ ประตูห้องก็เปิดออก ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทตัดเย็บประณีตเดินออกมา เธอรีบก้มหน้าและถอยหลบทางให้อย่างนอบน้อม
“สวัสดีค่ะ”
อคิราห์เดินผ่านเธอไปโดยไม่คิดจะตอบรับ เอยก้มหน้าลงอย่างเจียมตัว ทว่ายังไม่ทันได้หันกลับไปทำงาน น้ำเสียงเย็นชาชวนขนลุกก็ดังขึ้น
“เอกสารในมือ”
“คะ?”
“ใครให้คุณจัด”
“คุณเลขาฯ ค่ะ”
“ทำผิด”
เอยก้มมองเอกสารในมือทันที “ตรงไหนคะ?”
“เรียงลำดับใหม่ทั้งหมด”
“ค่ะ”
“แล้วทำไมยังยืนอยู่”
เอยเม้มปากแน่น “กำลังจะไปทำค่ะ”
“ก็ไปสิ” หญิงสาวหันหลังเตรียมเดินออกไป แต่เสียงเข้มด้านหลังยังคงตามมาราวกับตั้งใจหาเรื่อง “และครั้งหน้าอย่าทำงานแบบขอไปที”
เท้าของเอยชะงักกึก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนหันกลับมามองสบตาเขาตรง ๆ
“ฉันไม่ได้ทำแบบขอไปทีนะคะ”
อคิราห์เลิกคิ้ว สายตาคมกริบมองลงมาอย่างกดดัน “คุณกำลังเถียงผม?”
“เปล่าค่ะ” เอยพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น “แต่ถ้าฉันทำผิดตรงไหน รบกวนคุณอคิราห์ช่วยชี้แจงด้วยค่ะ ฉันจะได้แก้ไขให้ถูก”
คำตอบอย่างตรงไปตรงมาทำให้ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไป… น้ำเสียงและท่าทางของเธอไม่มีส่วนไหนเหมือนพาฝันเลยสักนิด พาฝันไม่เคยยอมใครและเหยียดหยามคนอื่นเสมอ แต่ผู้หญิงคนนี้กลับพูดด้วยความสุภาพ ทนทาน และแฝงความเด็ดเดี่ยวอยู่ภายใน
“กลับไปทำงาน” เขาตัดบทเสียงเรียบ
เจ้าเอยก้มหัวเล็กน้อยแล้วหันหลังเดินไปทันที อคิราห์มองตามแผ่นหลังเล็กนั้นไปโดยไม่รู้ตัว… เป็นครั้งแรกที่ความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว บางที… เธออาจจะไม่เหมือนพาฝัน
แต่เขาก็รีบสะบัดความคิดนั้นทิ้งอย่างรวดเร็ว สำหรับเขา… ฝาแฝดก็คือฝาแฝด เลือดเดียวกัน ใบหน้าเดียวกัน และเขาจะไม่มีวันยอมตกเป็นเหยื่อให้ผู้หญิงหน้าแบบนี้มาทำร้ายหัวใจซ้ำสองเด็ดขาด!
ค่ำวันนั้น…
เอยกลับถึงบ้านเกือบสองทุ่ม เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็พบว่าแม่กำลังนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร
“ทำไมยังไม่นอนคะแม่”
“รอลูกไง”
เอยเดินเข้าไปโอบกอดแม่จากด้านหลัง เอาคางเกยไหล่ผอมบางนั้นไว้ “เหนื่อยไหมคะวันนี้”
“นิดหน่อยจ้ะ… แล้วงานฝึกงานล่ะ หนักไหม”
เอยลังเลไปครู่หนึ่ง ก่อนจะฉายรอยยิ้มสดใสให้อีกฝ่าย “สบายมากค่ะ! แม่ไม่ต้องห่วงเลย”
เธอไม่อยากให้แม่ต้องมาพลอยเครียดไปด้วย เธออยากให้แม่มีแต่รอยยิ้ม
“จริงสิแม่ วันนี้เอยได้เจอเจ้าของบริษัทด้วยนะ”
“หือ? แล้วเป็นยังไงบ้าง หล่อไหม”
เอยหลุดหัวเราะ “แม่ถามอะไรเนี่ย”
“ก็ถามตามประสาคนแก่”
“...หล่อค่ะ” เธอตอบออกไปโดยไม่ทันคิด ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างน่าประหลาดเมื่อนึกถึงดวงตาคมกริบคู่นั้น ทั้งที่เขาใจร้ายและพูดจาไม่ดีใส่เธอแท้ ๆ แต่แปลกที่หัวใจของเธอกลับจดจำเขาได้ตั้งแต่แรกเห็น
สิ่งที่เอยไม่รู้เลยก็คือ ชายหนุ่มคนนั้นกำลังจะเข้ามาเป็นทั้งความสุข และความปวดร้าวที่สุดในชีวิตของเธอ
ติ๊ด!
เสียงสัญญาณข้อความโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะ ข้อความจากระบบของบริษัทปรากฏบนหน้าจอ:
‘พรุ่งนี้ 07.30 น. ให้เข้าพบคุณอคิราห์ที่ห้องทำงาน’
เอยขมวดคิ้วสงสัย
“มีอะไรหรือเปล่าลูก?” แม่ทัก
“ไม่มีอะไรค่ะแม่ เอกสารงานนิดหน่อย” หญิงสาวส่งยิ้มให้ก่อนกดปิดหน้าจอ ทว่าหัวใจกลับเต้นระทึกขึ้นเรื่อย ๆ
เจ้าเอยมาถึงบริษัทก่อนเวลานัดเกือบยี่สิบนาที เธอยืนอยู่หน้าห้องทำงานผู้บริหารพลางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ
เจ็ดโมงครึ่ง… ตรงเวลาพอดี
มือเล็กยกขึ้นเคาะประตูสองครั้งอย่างมีมารยาท
“เข้ามา” เสียงทุ้มดังกังวานจากด้านใน
เจ้าเอยดันประตูเปิดเข้าไป อคิราห์กำลังยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแกร่ง นาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือบอกชัดถึงฐานะ เขาหันกลับมา สายตาคมกริบสบเข้ากับดวงตาของเธอตรง ๆ
“มาแล้วเหรอ”
“ค่ะ”
“นั่งสิ”
