บทที่ 3 พิสูจน์ตัวเอง

หญิงสาวเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงาน ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ได้พูดอะไรต่อ เขานั่งลง เปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้า แล้วอ่านมันอย่างใจเย็น ราวกับเธอไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น

ผ่านไปเกือบห้านาทีที่ความเงียบอันหนักอึ้งครอบคลุม เจ้าเอยเริ่มสงสัยว่าตัวเองถูกเรียกมาทำไม แต่ก็พยายามสำรวมท่าที จนกระทั่งชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง

“คุณเรียนอะไร”

“บริหารธุรกิจค่ะ”

“เกรดเฉลี่ยเท่าไร”

“สามจุดหกสองค่ะ”

“ภาษาอังกฤษ?”

“สื่อสารได้คล่องแคล่วค่ะ”

“ภาษาจีน?”

“พอใช้ได้ค่ะ”

“ภาษาญี่ปุ่น?”

เอยส่ายหน้าเล็กน้อย “ไม่ได้ค่ะ”

อคิราห์มองเธอนิ่ง ดวงตาคมกริบค้นหาความประหม่าในดวงตาคู่สวย “แล้วคิดว่าตัวเองมีอะไรดี ถึงได้เข้ามาฝึกงานในฝ่ายบริหาร”

คำถามเชิงดูถูกทำให้เอยชะงัก “หนูไม่ได้คิดว่าตัวเองเก่งเหนือคนอื่นค่ะ”

“แต่คุณเลือกสมัคร”

“ค่ะ”

“เพราะอะไร”

เอยเงียบไปครู่หนึ่ง “อยากหาประสบการณ์จริงค่ะ”

“แค่นั้น?” น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยแฝงความเย้ยหยัน “ทุกคนก็พูดแบบนี้ ผมไม่ต้องการเด็กฝึกงานที่มานั่งถ่ายเอกสาร ชงกาแฟ หรือรอให้พนักงานสั่งงานไปวัน ๆ”

“หนูทำได้ทุกอย่างค่ะ”

“ทุกอย่าง?”

“ถ้าเป็นงานที่ได้รับมอบหมาย หนูจะทำอย่างสุดความสามารถค่ะ”

ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าเธออีกครั้ง ความคล้ายคลึงระหว่างเอยกับพาฝันยังคงวนเวียนในหัว แต่ท่าทางอดทนไร้จริตมารยาของเธอทำให้เขาแปลกใจ

“งั้นผมจะให้คุณทำงานจริง” เขายกแฟ้มเอกสารสีดำหนาเตอะบนโต๊ะ แล้วโยนลงตรงหน้าเธออย่างไม่ใส่ใจ เอกสารภายในกระจายออกมาเล็กน้อย “นี่คือรายงานยอดขายและงบการเงินของบริษัทในช่วงสามปีที่ผ่านมา”

“ค่ะ…”

“ผมต้องการให้คุณวิเคราะห์ความผิดปกติของตัวเลข แล้วสรุปรายงานมาส่งผมภายในห้าโมงเย็น”

เอยเบิกตากว้าง “วันนี้เหรอคะ?”

“มีปัญหา?” อคิราห์เอนหลังพิงเก้าอี้ มองเธอด้วยสายตาจับผิด “คุณเป็นแค่เด็กฝึกงาน ผมไม่ได้คาดหวังว่าคุณจะทำได้หรอกนะ… แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็กลับไปทำหน้าที่แจกจ่ายเอกสารเหมือนเดิม”

เอยก้มมองแฟ้มตรงหน้า เธอรู้ดีว่าเขากำลัง 'ตั้งใจกลั่นแกล้งและทดสอบ' เธออยู่ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เธอก็ไม่คิดจะถอยหลังกลับเด็ดขาด

“ถ้าหนูทำได้ล่ะคะ”

อคิราห์เลิกคิ้ว “คุณต้องการอะไร”

“หนูอยากได้สิทธิ์ฝึกงานที่ฝ่ายบริหารต่อค่ะ”

ดวงตาคมวาววับขึ้นชั่วครู่ก่อนจะตอบกลับ “ตกลง”

เจ้าเอยเอยเก็บเอกสารรวบเข้าแฟ้มแน่น “ถ้าอย่างนั้น หนูจะทำให้เสร็จก่อนห้าโมงเย็นค่ะ”

เมื่อประตูปิดลง เจ้าเอยพ่นลมหายใจออกมาเพื่อกดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจลงไป ‘ใจเย็นไว้เอย… เธอมาที่นี่เพื่อเงินรักษาแม่ ไม่ได้มาเพื่อแคร์ความรู้สึกของใคร’

ตลอดทั้งวัน เจ้าเอยแทบไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากคอมพิวเตอร์ เธอไล่ดูตัวเลขทีละบรรทัด เปรียบเทียบงบการเงิน ตรวจสอบบัญชีรายรับ-รายจ่ายย้อนหลังอย่างละเอียดอ่อน เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว…

จนกระทั่งเกือบบ่ายสี่โมง ความละเอียดของเจ้าเอยก็พบสิ่งผิดปกติ ค่าใช้จ่ายบางหมวดของบริษัทเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงสองไตรมาสล่าสุด แต่ยอดขายกลับเติบโตไม่สอดคล้องกัน และที่สำคัญ มีการบันทึกเอกสารซ้ำซ้อนในรายการจัดซื้ออุปกรณ์สำนักงาน

เธอตรวจสอบซ้ำถึงสามรอบเพื่อให้มั่นใจ ก่อนจะเร่งทำสรุปและพิมพ์รายงานออกมา นำเข้าไปส่งหน้าโต๊ะทำงานผู้บริหารในเวลาสี่โมงสี่สิบห้านาที

“เสร็จแล้วค่ะ”

อคิราห์เงยหน้าขึ้นจากงาน “เร็วกว่าที่คิด”

“หนูตรวจเช็กข้อมูลย้อนหลังอย่างถี่ถ้วนแล้วค่ะ”

ชายหนุ่มหยิบเอกสารขึ้นมาอ่าน ตอนแรกสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความแคลงใจ แต่เพียงไม่กี่นาทีผ่านไป คิ้วหนาเริ่มขมวดเข้าหากัน สายตาเปลี่ยนเป็นจริงจังและพิเคราะห์

“คุณพบจุดนี้ได้ยังไง” เขากดเสียงต่ำ ถามถึงจุดผิดปกติที่เธอไฮไลต์ไว้

“หนูสังเกตเห็นตัวเลขงบแปรผันที่ไม่สอดคล้องกับยอดขายค่ะ เลยย้อนเช็กรายการจ่าย และพบว่ามีใบเสร็จของซัพพลายเออร์บางรายถูกบันทึกซ้ำซ้อนสองถึงสามครั้ง”

“คุณกำลังจะบอกว่าฝ่ายบัญชีทำผิดพลาด?”

“หนูไม่กล้าตัดสินค่ะ” เอยตอบอย่างระมัดระวัง “อาจเป็นความผิดพลาดของระบบ หรืออาจมีเหตุผลอื่น หนูคิดว่าควรแจ้งให้ฝ่ายตรวจสอบภายในลงไปเช็กเอกสารสั่งซื้อตัวจริงอีกครั้งค่ะ”

อคิราห์นิ่งเงียบไป เขามองรายงานตรงหน้าแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาว เป็นครั้งแรกที่สายตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความเกลียดชัง แต่กลับเต็มไปด้วยความทึ่งและประหลาดใจ

ผู้หญิงคนนี้แตกต่างจากพาฝันราวฟ้ากับดิน…

“ทำไมถึงตั้งใจขนาดนี้” คำถามหลุดจากปากชายหนุ่มอย่างลืมตัว

เอยชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบเสียงเบาแต่เด็ดเดี่ยว “เพราะหนูต้องการงานนี้ค่ะ”

“เงินสำคัญกับคุณมากขนาดนั้นเลย?”

“ค่ะ”

“มากแค่ไหน”

เอยก้มมองมือที่กำเข้าหากันแน่น “มากพอที่จะทำให้หนูยอมทุ่มเทและอดทนทำทุกอย่าง… ที่เป็นงานสุจริตค่ะ”

อคิราห์นิ่งอึ้ง เขาไม่เคยรู้เลยว่า เบื้องหลังคำว่า ‘เงิน’ ของเธอ คือชีวิตของแม่ที่กำลังนับถอยหลังอยู่ทุกวินาที...

“ออกไปได้แล้ว”

“ขอบคุณค่ะ”

ทว่าก่อนที่เธอจะเดินพ้นประตู อคิราห์กลับเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ “เจ้าเอย”

“คะ?”

“พรุ่งนี้ย้ายโต๊ะมาทำงานหน้าห้องผม… ผมรับคุณเข้าทีมฝ่ายบริหารเต็มตัว”

หัวใจของหญิงสาวพองโตด้วยความดีใจ “จริงเหรอคะ!”

อาการดีใจจนลืมเก็บอาการทำให้ชายหนุ่มหลุดยิ้มมุมปากอย่างไม่รู้ตัว ทว่าทันทีที่เอยเดินพ้นห้องไป รอยยิ้มนั้นก็หายวับไปทันที… อคิราห์ยกมือขึ้นกุมขมับ เขาเพิ่งรู้ตัวว่า ตัวเองกำลังเริ่มให้ความสนใจผู้หญิงที่มีใบหน้าเหมือนฝันร้ายในอดีต… มากเกินไปแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป