บทที่ 6 ถลำลึก

“จริง…” เขากระตุกยิ้มเย็น “มันไม่เกี่ยวกับผม”

เอยก้มหัวเล็กน้อย “ขอโทษที่ทำให้รบกวนค่ะ”

“แต่ถ้าคุณเป็นพนักงานในทีมผม…” อคิราห์หยุดเว้นจังหวะ สายตาคมสบเข้ากับดวงตาที่สั่นระริกของเธอ “การที่คุณมาทำงานกลางคืนจนอดนอน แล้วไปทำงานให้ผมผิดพลาดตอนกลางวัน… มันเกี่ยวกับผมแน่!”

“หนูไม่ทำงานผิดพลาดแน่นอนค่ะ”

“คุณจะนอนกี่โมง”

“เลิกงานตีสองค่ะ”

“แล้วแปดโมงเช้าคุณต้องเข้าบริษัท… คุณจะนอนแค่สี่ชั่วโมงเนี่ยนะ? บ้าไปแล้วหรือไง!” อคิราห์ตวาดเสียงเข้ม

เจ้าเอยสูดลมหายใจเข้าลึก เงยหน้าสบตาเขาตรง ๆ ดวงตาของเธอฉายแววตัดพ้อและเด็ดเดี่ยว “หนูไม่มีทางเลือกอื่นค่ะคุณอคิราห์…”

ประโยคเดียว… กลับหยุดทุกคำต่อว่าของอคิราห์ให้ชะงักงัน

‘ไม่มีทางเลือก’

คำพูดนั้นสะท้อนแววตาแลดูอ้างว้างและแบกรับภาระอันหนักอึ้ง… แววตาที่ย้อนให้นึกถึงตัวเขาเองในวันที่พังทลายและไร้ที่พึ่งพา เขามองเห็นเด็กสาวคนหนึ่งกำลังดิ้นรนต่อสู้กับมรสุมชีวิตอย่างเดียวดาย

อคิราห์เงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจออกมาหนัก ๆ

“เลิกงานแล้วกลับบ้านทันที” เขาออกคำสั่งเสียงนุ่มลงเล็กน้อย

“ค่ะ…”

อคิราห์หันหลังเตรียมเดินกลับไปที่โต๊ะ ทว่าเขาก็หยุดเท้าแล้วหันกลับมามองเธออีกครั้ง

“แล้วก็… อย่ารับเครื่องดื่ม หรือยอมให้ลูกค้าคนไหนมาแตะต้องตัวคุณอีก”

เจ้าเอยขมวดคิ้วเล็กน้อย “หนูระวังตัวอยู่แล้วค่ะ”

“ผมไม่ได้หมายถึงให้คุณระวัง” อคิราห์มองไปทางโต๊ะลูกค้าชายคนก่อนหน้าด้วยสายตาดุดัน “ผมหมายถึง… อย่ายอมให้ใครหน้าไหนมาข่มเหงคุณได้อีก ถ้ามีปัญหา ให้ไปบอกคิริน”

พูดจบ เขาก็เดินกลับเข้าโซน VIP ไป ทิ้งให้เจ้าเอยยืนมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยหัวใจที่เต้นระทึกผิดจังหวะ

ผู้ชายคนนี้ซับซ้อนเกินกว่าเธอจะเข้าใจ… บางเวลาเขาเย็นชาและใจร้ายจนเธอปวดใจ แต่ในยามนี้ เขากลับแสดงท่าทีปกป้องเธออย่างที่ไม่เคยมีใครทำให้อีกเลย


ค่ำคืนในคลับหรูยังคงดำเนินไปอย่างคึกคัก แต่สำหรับเจ้าเอยแล้ว เวลาแต่ละนาทีที่หมุนผ่านไปช้าๆ นั้นแฝงไปด้วยความกังวล เสียงที่แฝงความห่วงใยของอคิราห์ยังคงก้องอยู่ในหัวตลอดเวลา ทุกครั้งที่เธอเดินเสิร์ฟเครื่องดื่มผ่านโซน VIP สายตาคู่คมของเขามักจะจับจ้องลงมาจากชั้นบนเสมอ ราวกับเขาเป็นเงาคุ้มกันที่ทำให้พวกผู้ชายสายตาโลมเลียรอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะขยับเข้าใกล้เธออีก

กระทั่งเวลาล่วงเลยมาจนถึงตีสอง เสียงดนตรีเริ่มเบาลงตามเวลาปิดทำการ เจ้าเอยเปลี่ยนชุดกลับเป็นเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ตัวเก่า เธอรับเงินค่าจ้างรายวันก้อนแรกจากผู้จัดการคลับ มือบางกำแบงก์ในมือแน่นด้วยความตื้นตัน แม้จะเป็นเงินจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับภาระค่ารักษาพยาบาล แต่ก้อนนี้ก็พอจะต่อลมหายใจให้แม่ได้อีกหลายวัน

หญิงสาวเดินก้าวออกจากประตูหลังของคลับ ลมเย็นของยามดึกปะทะเข้ากับใบหน้า อากาศภายนอกเงียบสงบผิดกับบรรยากาศข้างในอย่างสิ้นเชิง แต่ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวันเริ่มจู่โจม ขาของเธอหนักอึ้ง เปลือกตาเกือบจะปิดลงทุกขณะ

ทว่าเมื่อเธอเดินมาถึงริมถนนเพื่อจะต่อรถกลับบ้าน ร่างสูงคุ้นตาที่ยืนพิงรถยนต์คันหรูฝั่งตรงข้ามก็ทำให้เธอต้องหยุดชะงัก

อคิราห์ยังไม่กลับ… เขายืนรอเธออยู่ตรงนั้น ในมือถือบุหรี่ที่จุดควันกรุ่น แต่เมื่อเห็นเธอเดินออกมา เขาก็ดับมันลงทันทีแล้วเดินตรงเข้ามาหา

"คุณอคิราห์..." เจ้าเอยเบิ่งตาโตด้วยความประหลาดใจ "ยังไม่กลับอีกเหรอคะ?"

"ขึ้นรถ" เขาสั่งเสียงเรียบ ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ซักถาม

"เอ่อ... ไม่เป็นไรค่ะ หนูเรียกรถแท็กซี่กลับเองได้"

"ดึกขนาดนี้ แล้วสภาพคุณเหมือนพร้อมจะล้มพับไปได้ทุกเมื่อเนี่ยนะ?" อคิราห์หรี่ตามองพลางขยับเข้าไปใกล้ "อย่าให้ผมต้องพูดซ้ำเป็นครั้งที่สาม เจ้าเอย ขึ้นรถ"

น้ำเสียงแกมบังคับและสายตาที่ฉายแววเด็ดขาดทำให้เธอต้องพยักหน้ารับอย่างจำยอม ชายหนุ่มเปิดประตูฝั่งคนขับให้เธอด้วยท่าทีเฉียบขาดทว่าแฝงความระมัดระวัง เมื่อเธอเข้าไปนั่ง เรียวขาเล็กที่ปวดเกร็งจากการเดินเสิร์ฟทั้งคืนก็ผ่อนคลายลงทันที ความเงียบปกคลุมบรรยากาศภายในรถยนต์ที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ และกลิ่นหอมประจำตัวของเขาที่ชวนให้รู้สึกอบอุ่นใจอย่างน่าประหลาด

รถยนต์หรูเคลื่อนตัวไปตามท้องถนนยามค่ำคืน อคิราห์ขับรถด้วยความนุ่มนวล เขาไม่ได้ชวนเธอคุย เพราะรู้ดีว่าหญิงสาวข้างกายเหนื่อยล้าเต็มที ไม่นานนัก เจ้าเอยก็เผลอหลับตาและสลบไสลไปข้างเบาะด้วยความอ่อนเพลีย

อคิราห์ชะลอความเร็วลงเมื่อถึงไฟแดง เขามองใบหน้าหวานยามหลับใหล รอยหมองคล้ำใต้ตาและขนตาที่งอนยาวเปียกชื้นเล็กน้อยเหมือนเพิ่งผ่านการร้องไห้มา ทำให้หัวใจของเขารู้สึกบีบรัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่รู้ว่าเธอแบกรับเรื่องราวอะไรไว้บ้าง แต่สิ่งที่แน่ใจคือ ผู้หญิงคนนี้มีความเข้มแข็งอย่างน่าเหลือเชื่อ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป