บทที่ 10 นายหัว ตอนที่ : 09 ฉลอง

#เวลาต่อมา 

หลังจากที่ได้กลับมาอยู่ที่บ้านที่กรุงเทพฯ ฉันก็ได้ใช้ชีวิตแบบปกติ แต่ก็ไม่รู้ว่ามันขาดอะไรไป มันเหมือนต้องปรับตัวใหม่อยู่เหมือนกัน เพราะตอนที่อยู่ที่นั่นฉันเองก็ต้องปรับตัวเป็นการใหญ่เลย 

แต่คงเป็นเพราะความเคยชินกับที่นี่ที่ฉันอยู่มาตั้งแต่เกิด มันเลยทำให้ฉันปรับตัวไม่ยาก และเข้ากับคนง่าย สังคมภายนอกมันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดหรอก ถ้าเราเลือกที่จะมองผ่านน่ะนะ คนไหนไม่น่าคบเราก็แค่ปล่อยผ่าน คิดอะไรง่าย ๆ ไม่ต้องยุ่งยากให้มันซับซ้อนปวดหัว 

หลังจากรายงานตัว ฉันก็เข้าทำกิจกรรมต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย จนกระทั่งตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้วล่ะ ฉันมีเพื่อนขึ้นเยอะ แต่ก็ไม่รู้ว่าฉันถูกคบเพราะที่บ้านมีเงินหรือเปล่า แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้หรอก แล้วแต่คนจะคิดเลย สำหรับฉันแค่ไม่ล้ำเส้นกันก็นับว่าเป็นเพื่อนได้แล้ว 

"น้ำตาล ๆ วันนี้เพื่อนนัดไปดื่มกัน เธอไปด้วยกันนะ" 

"อ๋อ เดี๋ยวกลับถึงบ้านแล้วจะทักบอกอีกทีนะ" 

"โอเค ๆ แต่มาให้ได้นะ จะได้เปิดหูเปิดตา" 

"อื้ม" 

เคยคิดอยู่เหมือนกันนะตอนที่เรียนอยู่มัธยม ว่าสักวันหนึ่งที่ฉันอายุครบ 20 ฉันจะเข้าผับเข้าบาร์ เข้าไปเปิดหูเปิดตาในนั้นบ้าง เพราะอยากรู้ว่าข้างในมันเป็นยังไง ที่เขาบอกว่ามันสนุกมีความสุขและได้ปลดปล่อย ฉันอยากสัมผัสความรู้สึกแบบนั้น 

#ที่บ้าน

"คุณหนูจะแต่งตัวออกไปไหนคะ" 

"ไปเที่ยวกับเพื่อนค่ะ คงกลับดึก ๆ โน่นเลย ไม่ต้องรอเปิดประตูก็ได้ค่ะ หนูมีกุญแจอยู่ เดี๋ยวกลับมาเปิดเองค่ะ" 

"แล้วจะกลับยังไงคะ ดื่มหรือเปล่า" 

"ก็คิดว่ามีค่ะ ขากลับก็คงกลับแท็กซี่" 

"ไม่ดีมั้งคะคุณหนู เมากลับมา นั่งรถแท็กซี่มันอันตรายนะคะ แค่ปกติกลับแท็กซี่ตอนดึก ๆ ก็ว่าอันตรายแล้ว นี่เมาด้วย ให้คนขับรถไปรอรับกลับนั่นแหละค่ะดีแล้ว" 

"เอาแบบนั้นก็ได้ค่ะ" 

ฉันเองก็ไม่อยากขัดใจป้าแม่บ้านเพราะแกคงเป็นห่วงจริง ๆ ถึงได้ไม่ยอมให้ฉันกลับรถแท็กซี่ตอนดึก ฉันก็ไม่ได้อยากรบกวนพวกเขาหรอก แต่ทำไงได้ นอกจากพวกเขาฉันก็ไม่มีใครแล้วนี่นา 

พอถึงเวลานัดฉันก็ออกจากบ้านทันที ให้คนขับรถของตัวเองพาไปที่คลับแห่งหนึ่ง ก่อนที่ฉันจะเข้าไปเจอเพื่อน ๆ ด้านใน ซึ่งเพื่อน ๆ จองโต๊ะเอาไว้เรียบร้อยแล้ว 

บรรยากาศข้างในมันต่างจากบรรยากาศข้างนอกมาก เรียกได้ว่าคนละโลกเลย 

"ทางนี้น้ำตาล" 

ขณะที่กำลังยืนมองหากลุ่มเพื่อน ๆ เสียงของเพื่อนคนหนึ่งก็ดังขึ้น เพราะเสียงเพลงข้างในยังไม่ดังมาก เลยยังพอได้ยินเสียงพูดคุยอยู่บ้าง 

"พวกแกมากันครบแล้ว รอนานไหมเนี่ย ฉันช้าสุดเลยใช่ไหม" 

"ไม่หรอก คลับเพิ่งเปิดได้ไม่นานเอง" 

"แกดื่มอะไรได้บ้างเนี่ยน้ำตาล" เพื่อนคนนึงถามขึ้น 

"อะไรก็ได้ แต่ขอแบบไม่แรงมากนะ ฉันยังไม่เคย" 

"โอเค" 

ดูเพื่อนทุกคนของฉันดูเหมือนได้ใช้ชีวิตมาอย่างยาวนาน รู้จักรสชาติอะไรพวกนี้เป็นอย่างดี ในขณะที่ฉันยังไม่เคยแตะมันเลยแม้แต่หยดเดียว ตอนที่พ่อแม่ฉันยังอยู่ก็ยังไม่ได้คิดหรอกเพราะยังไม่โต แต่พอพวกเขาจากไปแล้วฉันต้องย้ายไปอยู่กับนายหัวคาวี ยิ่งไม่ต้องถามถึงเลย รายนั้นน่ะแทบจะไม่ให้ฉันกระดิกออกจากบ้าน ถ้าฉันไปสังสรรค์กับเพื่อนแล้วดื่มนะ มีหวังได้หัวร้อนจนไฟไหม้บ้าน คนอะไรทำตามกฎเกณฑ์ไปซะทุกอย่าง ไม้บรรทัดที่ว่าตรงแล้ว ยังไม่เท่ากับเขาเลย 

"ดื่มนี่ไปก่อนนะ เอาไว้กรึ่มแล้วค่อยลองอย่างอื่น" 

"ขอบใจนะ" 

แก้วค็อกเทลถูกยื่นให้กับฉัน ที่รู้เพราะฉันเองก็พอจะเคยเห็นมาบ้าง มันมีหลายสีหลายรสชาติ ส่วนแอลกอฮอล์ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใส่เข้าไป จะแรงหรือน้อยก็แล้วแต่คนชอบ 

"เห็นว่าแกย้ายมาจากต่างจังหวัดเหรอน้ำตาล" 

"นั่นดิ เห็นว่าได้เข้ามหาลัยเพราะเกรดสูงด้วย เรียนเก่งนะเนี่ย" 

"เปล่าหรอก ฉันไม่ใช่คนต่างจังหวัด ฉันก็อยู่ที่นี่แหละ แค่พ่อแม่ตายแล้วต้องไปอยู่กับญาติผู้ใหญ่มั้งที่อยู่ต่างจังหวัด แล้วก็ได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยที่นี่ ก็เลยได้ย้ายกลับมา" ฉันไม่รู้ต้องใช้สรรพนามเรียกเขาว่ายังไง เพราะฉันเองก็ยังไม่รู้เลย ว่าเขาเป็นอะไรกับพ่อแม่ของฉัน แต่เท่าที่รู้ พ่อแม่ของฉันเขาไม่ได้มีพี่น้องนี่นา 

"อ๋อ.." เพื่อนทุกคนพูดพร้อมกัน 

ก็ไม่แปลกหรอก เพราะเอกสารของฉันมันถูกย้ายมาจากต่างจังหวัดนี่นา ก็ไม่แปลกที่จะมีคนเข้าใจว่าฉันย้ายมาจากต่างจังหวัด 

พอดื่มไปมากขึ้นเรื่อย ๆ จากแก้วนึงเบา ๆ แอลกอฮอล์นิดเดียว ก็เริ่มแรงขึ้นด้วยการเพิ่มช็อต จากนั้นก็เปลี่ยนไปดื่มของที่มันแรงกว่านั้น จนฉันรู้สึกว่าตัวเองตัวเบามาก หัวเริ่มหมุน แสงไฟและแสงสีในคลับมันเริ่มปลุกเร้าอารมณ์ พร้อมกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม ทำเอาคนอินโทรเวิร์ดไม่ค่อยชอบเสียงเพลงดัง ๆ อย่างฉันลุกขึ้นเต้นขึ้นมาได้ 

มันสนุกดีนะ รู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยเลย มีความสุขในแบบพิลึกดี หรือเป็นเพราะตอนนี้ฉันกำลังเมาอยู่กันนะ 

เริ่มรู้สึกชอบขึ้นมาซะแล้วสิ 

ไม่ใช่ฉันแค่คนเดียวนะที่ลุกขึ้นเต้น เพื่อนทั้งกลุ่มก็พากันลุกขึ้นเต้นด้วย ก่อนที่ฉันจะถูกดึงไปเต้นอยู่กลางคลับ ตรงที่คนเยอะ ๆ แสงไฟและแสงสีจดจ่อลงไปตรงนั้น รู้สึกว่านี่เหมือนเวทีเลย ปกติฉันต้องอาย แต่นี่ฉันใส่แบบจัดเต็ม ทั้งยกขวดเหล้าดื่มและก็เต้นไปด้วย มันโคตรมีความสุขเลย ! นี่เหรอชีวิตที่เขาเรียกว่าอิสระ 

************** 

#เช้าวันต่อมา 

โอกกก !!! แหวะ !!! 

ตื่นเช้ามาฉันอาเจียนจนหมดไส้หมดพุง ทั้งคลื่นไส้ทั้งมึนหัว รู้สึกเหมือนกับว่าบ้านมันหมุนไปหมดเลย ฉันไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน เคยได้ยินมาเหมือนกันว่าหลังดื่มเหล้าหนัก ๆ จะมีอาการแฮงค์ ฉันก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ โคตรทรมานเลย มันปวดหัวด้วยสิ 

ดีนะที่เมื่อคืนเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์พอดี วันนี้ก็เลยไม่มีเรียน หยุดอยู่บ้านได้ ไม่อย่างนั้นฉันคงเรียนไม่รู้เรื่อง 

"น้ำหวานค่ะคุณหนู ดื่มแก้แฮงค์นะคะ" 

"ขอบคุณค่ะ ยังไม่ต้องเตรียมอาหารเช้านะคะ หนูกินไม่ไหว" 

"ค่ะ อยากทานเมื่อไหร่ก็บอกนะคะ" 

"....." ฉันได้แต่พยักหน้าตอบรับ ก่อนจะทิ้งตัวฟุบลงกับโต๊ะ ด้วยความหมดแรงหลังจากที่เพิ่งอาเจียนไปจนหมดไส้หมดพุง 

ครืด ครืด ครืด 

สายเรียกเข้า >>> คนหน้าตึง 

"อือ..." 

อันที่จริงก็ไม่อยากรับหรอกนะ แต่เดี๋ยวก็โดนบ่นอีก 

( ทำอะไรอยู่ สายแล้วนะ ยังไม่ตื่นอีกหรือไง )

"ตื่นแล้ว" ตอบเสียงอู้อี้ 

( แล้วทำไมเสียงเป็นแบบนั้น ไม่สบายหรือไง )

"อือ เปล่า ๆ สบายดี" 

( ...... ) ปลายสายเงียบไป เขาชอบเป็นแบบนี้แหละ คุยกันอยู่ดี ๆ ก็เงียบ จนบางครั้งก็คิดว่าวางสายไปแล้วมั้ง 

"นายหัวโทรมาไม ?"

( กินเหล้ามาเหรอ ) 

"อือ เพื่อนชวนไปน่ะ ก็เลยไปดื่มนั่งแฮงค์อยู่เนี่ย" 

( แล้วไปกับใคร ใครไปส่ง เป็นผู้หญิงนะ ทำไมทำแบบนั้น ) 

"บ่นอีกแล้ว !!" 

ที่จริงอยากจะโวยวายมากกว่านี้นะ แต่มันหมดแรงมากกว่า ไม่อย่างนั้นนะเถียงกลับมากกว่านี้ไปแล้ว ฉันโตแล้วนะ !! 

( ก็รู้ว่าโตแล้ว แต่คนอย่างเธอถ้าไม่มีผู้ใหญ่กำกับเนี่ย จะเป็นยังไง ดื้อชะมัดเลย ) 

"จะบ่นทำไมเนี่ย ก็แค่กินเหล้าเอง" 

( สภาพเสียงแบบนี้ คงดื่มหนักเลยสิท่า )

"ไม่รู้อ่ะ คงหนักมั้ง ออกไปเต้นกลางผับด้วยนะ โคตรสนุกเลยมีคนมาเต้นด้วยนะ หนุ่ม ๆ เยอะเพียบ" 

( น้ำตาล! ) 

น้ำเสียงปลายสายเย็นยะเยือกมาก ดูเหมือนกำลังดุฉันและข่มอารมณ์ไปด้วย เล่นเอาตาสว่างเลยเหมือนกัน 

เหมือนคนยังไม่สร่างเมาพูดไปเรื่อยเปื่อย พูดไปมั่วหมด แต่ไอ้ที่พูดน่ะกำลังนึกถึงเรื่องเมื่อคืนอยู่ด้วยน่ะสิ 

( ฉันจะบอกป้าพร ว่าเธอทำอะไรลงไป ) 

"ยะ อย่านะ อย่าบอกป้าพรนะหนูขอ" 

( ..... ) เขาเงียบอีกแล้ว เงียบแบบไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรอีก 

"เอาเป็นว่า ต่อไปหนูจะระมัดระวังตัวก็แล้วกัน" 

( ฉันคงต้องนั่งบ่นเธอสักชั่วโมงนึงสินะ ถึงจะดี )

"หึหึ ไม่ดีหรอก ไม่ต้องมาบ่น แค่นี้นะหนูปวดหัว" 

ไม่ทันไรฉันก็กดวางแล้ว มันไม่ไหวจริง ๆ อยากอยู่เงียบ ๆ มากกว่า ขืนได้คุยกับเขามากกว่านี้นะ ฉันได้อ้วกแตกอ้วกแตนอีกแน่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป