บทที่ 6 กลับมาในที่ของของตัวเอง
เวลาต่อมา_
ผู้เป็นแม่ช่วยประคองพาไอรดาเดินออกมาจากโรงพยาบาล ถึงจะเรียกรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่ริมถนน เมื่อทั้งสองขึ้นไปนั่งเรียบร้อยแล้ว รถจึงค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากบริเวณหน้าโรงพยาบาล
ร่างอรชรนั่งพิงอยู่เบาะด้านหลังคนขับ ดวงตาคู่กลมโตมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเรื่อยเปื่อย ไม่ให้ความรู้สึกที่สัมผัสกับหมอหนุ่มวนเวียนอยู่ในหัวสมอง แต่ทว่าเหมือนโชคชะตาก็ไม่ยอมปล่อยเธอง่าย ๆ
"...นั่นใช่หมอไตรหรือเปล่า" แม่มะลินั่งอยู่ข้างๆ เหลือบมองออกไปนอกรถ ก่อนสายตาจะสะดุดเข้ากับคนสองคนที่ยืนอยู่บริเวณหน้าอาคาร เป็นหมอไตรและผู้หญิงในชุดกาวน์อีกคน
ทั้งคู่กำลังยืนคุยกันอยู่ใกล้ๆ สีหน้าของหมอหญิงดูเป็นกันเองอย่างเห็นได้ชัด อีกฝ่ายถึงกับหัวเราะออกมา ขณะที่หมอไตรเองก็มีรอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา ผิดกับตอนที่เข้ามาตรวจไอรดาสิ้นเชิง
"...." แม่มะลิรีบหันกลับมามองที่ลูกสาวทันที่ แต่ไม่ทันเสียแล้ว...ไอรดาเองก็เห็นภาพนั้นผ่านกระจกหน้าต่างรถ ดวงตาคู่กลมสวยนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนี ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากเธอสักคำเดียว
"ไอ" แม่มะลิเอื้อมไปจับมือบางของลูกสาวเอาไว้
"คะ?"
"อย่าคิดมากนะลูก"
"หนูไม่ได้คิดอะไรค่ะ" ใบหน้าสวยฝืนยิ้มบางๆ แม้มันจะรู้สึกปวดหน่วงในใจดวงน้อย
"แน่ใจนะ"
"ค่ะ" คำตอบนั้นฟังดูเหมือนมั่นใจ แต่ปลายนิ้วที่ถูกแม่จับเอาไว้กลับเย็นเฉียบ
แม่มะลิถอนหายใจเบาๆ ก่อนลูบหลังมือของลูกสาว
"ถ้าเขามีคนที่ดูแลเขาอยู่แล้ว เราก็ต้องยินดีกับเขาสิลูก"
"แม่..." เธอเอ่ยคำใดไม่ออกเลย เพราะที่มารดาพูดมาเป็นเรื่องจริง เธอต้องยินดีและดีใจกับเขาถึงจะถูก
"แม่ไม่ได้บอกให้เราต้องลืมเขาในวันนี้พรุ่งนี้นะไอ แต่สิ่งที่ผ่านไปแล้วมันก็คืออดีต" น้ำเสียงของมารดาอ่อนโยนลง
"หนูรู้ค่ะ" ไอรดานิ่งฟัง นอกจากจะเป็นอดีตแล้ว เธอก็ยิ่งไม่ควรรื้อฟื้นเรื่องที่คนในอดีตมีแต่เสียใจ
"แล้วก็อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใครอีกเลยนะ ลูกของแม่ดีพอเสมอ"
"...ค่ะแม่" ประโยคนั้นทำให้ดวงตาของไอรดาร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อย เธอรีบหันออกไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้ง ภาพนั้นยังมองเห็นได้เต็มตา
เอี๊ยดดด~
จากนั้นตลอดทางกลับบ้าน เธอก็ไม่ได้พูดถึงหมอไตรอีก เพียงแค่นั่งเงียบๆ ปล่อยให้ภาพวิวสองข้างทางไหลผ่านไปเรื่อยๆ
เธอพยามบอกกับตัวเองว่าควรดีใจกับเขา และที่สำคัญเธอควรกลับมาใช้ชีวิตของตัวเองเสียที จนกระทั่งรถแท็กซี่เลี้ยวเข้ามาจอดหน้าบ้านในที่สุด
"ถึงบ้านเราแล้วลูก รีบเข้าไปพักผ่อนกันนะ" ผู้เป็นแม่บอก แล้วรีบพาลูกสาวเดินเข้าในบ้าน
ทันทีที่ทั้งคู่ผ่านบานประตูเข้ามา กลิ่นหอมของอาหารก็ลอยออกจากห้องครัว
จนท้องที่ยังว่างอยู่ของไอรดาร้องประท้วง
"กลับมากันแล้วเหรอ" เสียงของเหนือดังขึ้น รีบเดินดุ่มออกมาพร้อมผ้ากันเปื้อนที่ผูกอยู่รอบเอว ในมือยังถือทัพพีอยู่ด้วย
"พี่เหนือโชว์ฝีมือเหรอเนี้ย..."
"น้องสาวพี่กลับบ้านทั้งที พี่ก็ต้องทำอาหารต้อนรับสิ แล้วเป็นไงบ้าง หมอบอกว่าโอเคแล้วใช่ไหม" เหนือยิ้มกว้าง ทั้งที่รู้สึกผิด ที่ทิ้งน้องสาวให้หาทางกลับบ้านเอง จนอาการกำเริบต้องนอนโรงพยาบาล
"ดีขึ้นแล้ว หมอถึงให้กลับบ้านเนี้ย"
"ดีเลย งั้นเราไปนั่งพักก่อนนะ อาหารใกล้จะเสร็จพอดี" เขารีบคว้ากระเป๋าสัมภาระจากแม่มะลิไปวางบนโต๊ะ
"ทำไว้ตั้งเยอะ จะกินหมดหรือเปล่าก็ไม่รู้" แม่มะลิเอ่ยแซว เหนือเป็นลูกพี่ลูกน้องของไอรดา ไม่ได้ต่างจากพี่น้องร่วมสายเลือดเลย
"หมดสิครับ ระดับฝีมือผมแล้ว" เหนือพูดพลางยกจานอาหารออกมาวางบนโต๊ะ มีทั้งต้มจืดหมูสับ ผัดผัก และไข่เจียวฟูๆ ที่ไอรดาชอบมาตั้งแต่เด็ก
"ขอบคุณนะพี่เหนือ ไอจะกินให้หมดไม่เหลือเลยแหละ" เพียงเห็นอาหารตรงหน้า รอยยิ้มบาง ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยเป็นครั้งแรกตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล
"ไม่ต้องขอบคุณพี่หรอก กินเยอะๆ ก็พอ ไม่อยากจะพาไปโรงพยาบาลแล้วนะ" เหนือยื่นช้อนให้ ก่อนมองน้องสาวอย่างจับผิดพิรุธ
"ได้สิ ไม่มีปัญหา"
"แต่เดี๋ยวนะ..."
"อะไรเหรอ?"
"ทำไมเราหน้าตาเหมือนคนอกหักกลับบ้านเลยล่ะ" เขามองใบหน้าของไอรดาเป็นแบบนั้นจริงๆ หรือว่าการที่เธอกลับไปเจอหมอไตร กระตุ้นความรู้สึกกันขึ้นมา
"พี่เหนือ!" ไอรดารีบโวยรวดเร็ว ใบหน้าสวยแดงก่ำทันที ทำให้แม่มะลิที่กำลังตักข้าวถึงกับหลุดหัวเราะออกมา
"กินข้าวไปเถอะเหนือ อย่าไปแซวน้องเลย"
"อ้าว..ก็ผมถามเฉยๆ "
"ไอแค่เหนื่อยเองนะ จะมาอกหักอะไรมันตลก" ไอรดารีบก้มหน้าก้มตาตักข้าวต่อ ยกเว้นในหัวสมองมีภาพใครบางคนโลดแล่นอยู่ไม่ยอมจบ
"โอเค งั้นกินให้อิ่มแล้ววันนี้พักผ่อนเยอะๆ นะ" เหนือมองน้องสาวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะไม่ได้ซักต่อ
"ค่ะ" ไอรดาพยักหน้าเบาๆ ทำบรรยากาศภายในบ้านกลับมาคึกคักเหมือนเดิม เสียงพูดคุยของแม่กับพี่ชายดังสลับกับเสียงช้อนกระทบจาน
"กินเยอะๆ นะไอ กินเสร็จแล้วแม่จะปล่อยเจ้าจิ๋วออกมาเล่นด้วย"
"ได้เลยค่ะ" น้ำเสียงหวานรีบตอบอย่างไม่ต้องรอ เพราะเจ้าจิ๋วคือแมวตัวน้อยของเธอ เป็นสัตว์เลี้ยงและเพื่อนคุยในเวลาไม่มีเพื่อนคุย
"ป่านนี้มันร้องหาเจ้าของแล้วล่ะ รีบๆ กินนะ"
.....
