บทที่ 10 ไม่ใช่น้องสาว
กาแฟหอมกรุ่นถูกนำมาวางไว้ตรงหน้าของเขา ชายหนุ่มก้มมองกาแฟแว้บหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองคนชงที่รอลุ้นผลงานของตัวเอง เขายกถ้วยกาแฟขึ้นมาจิบเพียงเล็กน้อย ก่อนจะวางลงบนจานรอง เสียง ‘กริ๊ก’ เพียงเบา ๆ แต่ก็ทำให้คนชงตกใจขึ้นมาได้
“รสขมไป ไปชงมาใหม่” เขาบอกเสียงราบเรียบ มือเรียวยื่นไปยกถ้วยกาแฟแล้วเดินออกไป ชายหนุ่มชำเลืองมองด้วยหางตา ก่อนจะก้มหน้าก้มตาลงอ่านเอกสารบนโต๊ะ เขาไม่ได้เรื่องมากหรือหาทางกลั่นแกล้งเธอแต่อย่างใด แต่เขาชอบกินกาแฟรสหวาน เพราะเขาห่วงว่ากาแฟที่รสชาติเข้มจัดเกินไปจะไปทำลายผิวหน้าของเขาให้มันแก่ก่อนวัย เขาเชื่อผลการวิจัยเสมอ อะไรที่เกี่ยวกับผิวหน้าหรือผิวกายเขาจะระมัดระวังเป็นพิเศษ
กาแฟถูกนำมาวางไว้ตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนที่คนชงจะถอยมายืนอยู่ห่าง ๆ รอรับคำสั่งว่าเธอต้องชงแก้วต่อไปหรือไม่ มือหนายกกาแฟขึ้นมาจิบเล็กน้อยแล้ววางลงบนจานรอง เขาไม่ว่าอะไรอีก แต่ก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับเอกสารที่กำลังอ่าน
หญิงสาวจึงถอยออกมาแล้วไปนั่งตรงที่ของตัวเอง เอาโปรชัวร์ แคตตาล็อก และเอกสารต่าง ๆ ของทางรีสอร์ตขึ้นมาดู ทำตัวเป็นอากาศธาตุที่ลอยวนอยู่ในห้องที่เจ้าของห้องมองไม่เห็น เธอไม่เคยรู้สึกอึดอัดใจเช่นนี้มาก่อน
เช่นเดียวกับคนที่อยู่ในห้องเดียวกัน ที่เขาเองก็ไม่เคยรู้สึกอึดอัดใจอะไรเช่นนี้มาก่อนเช่นเดียวกัน แต่ทำได้แค่อยู่ให้นิ่งที่สุด เพื่อรอเวลาเพียงแค่สองสัปดาห์เป็นอย่างน้อยเท่านั้น ที่เขาจะต้องทนรับมือกับความอึดอัดเช่นนี้ ก่อนที่เขาจะวางปากกาในมือลงแล้วยกหูโทรศัพท์ขึ้นมา
“คุณภัครจิรา มีงานอะไรอีกไหม เอาเข้ามาให้ผมได้เลย” เลขานุการสาวใหญ่อายุราวสามสิบปลาย ๆ เดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารสีดำ เขาเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่เดินเข้ามา ก่อนที่เลื่อนแฟ้มเอกสารที่วางไว้เข้าหาตัว
“ท่านรองมีอะไรจะใช้ดิฉันอีกไหมคะ” ภัครจิราเอ่ยถาม
“เอ่อ... ใคร อ้อ คุณภัครว่างไหม พาคุณทอรุ้งเขาไปดูบริเวณรีสอร์ตของเราหน่อยแล้วกัน และก็พาเขาไปแนะนำกับแผนกต่าง ๆ ว่าคุณทอรุ้งเข้ามาทำงานที่นี่ในตำแหน่งผู้ช่วยรองประธานกรรมการของคีรีธารา พอดีผม เอ่อ ไม่สะดวกจะพาไป”
“อ้อ ได้สิคะ ภัครยินดีค่ะ” ภัครจิราตอบรับอย่างยินดี ก่อนจะหันไปยิ้มให้กับทอรุ้ง ซึ่งตอนนี้ก็ถือได้ว่าเป็นเจ้านายอีกคนหนึ่งของเธอ แม้จะยังไม่รู้ขอบเขตการทำงานของตำแหน่งผู้ช่วยรองประธานกรรมการฝ่ายบริหารมากนักก็ตาม
ทอรุ้งยิ้มให้กับภัครจิราก่อนที่จะลุกขึ้นยืน เตรียมพร้อมที่จะได้ออกไปจากห้องนี้ เพื่อหลีกหนีบรรยากาศแสนกดดันที่กำลังจะเข้าสู่สุญญากาศมากขึ้นทุกที
“งั้นก็ไปกันเถอะค่ะ คุณภัคร” ทอรุ้งเป็นคนเอ่ยปากขึ้นมาโดยที่ไม่ต้องรอให้ภัครจิราชวนซ้ำ
ภัครจิราคือหญิงสาวที่พาเธอมานั่งในห้องนี้ตั้งแต่เมื่อเช้าที่เธอมายืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าห้องของรองประธานกรรมการ ภัครจิราคงจะจำเธอได้จากข่าวฉาวของบิดาเธอกระมัง ถึงได้ตรงรี่เข้ามาทักตั้งแต่เธอยังไม่ได้แนะนำตัว และพาเธอเข้ามานั่งตรงนี้พร้อมกับบอกว่าท่านประธานสั่งไว้เรียบร้อยแล้ว
รองประธานแห่งคีรีธารามองตามสองสาวที่ตอนนี้เดินออกไปด้วยกัน ตอนแรกเขาอยากจะถามภัครจิราว่าใครบังอาจเข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไรมากมายในห้องทำงานของเขา แต่ในเมื่อรู้ดีอยู่แล้วว่าไม่มีใครหน้าไหนกล้าเข้ามาวุ่นวายกับห้องทำงานของเขาแน่ นอกจากประธานกรรมการของคีรีธาราที่ตอนนี้คงจะกำลังหวานชื่นอยู่กับภรรยาสาวสวย แล้วปล่อยให้เขาต้องหน้าชื่นอกตรมรับปัญหาที่โยนมากองไว้ให้ จึงไม่รู้ว่าจะถามเรื่องที่ตัวเองรู้แล้วทำไม
ถึงได้เปลี่ยนใจไปบอกให้ภัครจิราพาผู้ช่วยคนใหม่ที่เขาไม่คิดว่าจำเป็นจะต้องมีสักนิดไปแนะนำให้กับแผนกต่าง ๆ ได้รู้จักแทน เพราะอย่างน้อยการเอายายตัวร้ายนี่ออกไปจากห้องของเขาได้สักชั่วโมงสองชั่วโมงให้เขาหายใจหายคอได้โล่งหน่อยก็ยังดี
หลังจากบานประตูถูกปิดลง เขาจึงตัดสินใจโทร. ไปยังประธานใหญ่แห่งคีรีธาราอีกครั้ง ว่าจะให้เขาทำอย่างไรกับผู้หญิงที่เพิ่งจะเดินออกไปจากห้อง เพราะจริง ๆ แล้ว เขายังไม่ได้ขาดคนเลยสักนิด
เขามีเพียงภัครจิราที่ทำงานอยู่ตรงนี้ก็สามารถช่วยงานเขาได้อย่างสบายอยู่แล้ว ไม่ได้จำเป็นต้องมีตำแหน่งนี้เพิ่มให้สิ้นเปลืองงบประมาณแม้แต่น้อย ส่วนที่คีรีธารา แกรนด์ เขามีเลขานุการชายที่ไว้วางใจได้คอยดูแลและรับคำสั่งของเขา แล้วผู้ช่วยรองประธานกรรมการฝ่ายบริหารนี่เขาจะเอามาทำไมอีก
“นายก็มอบหมายงานเท่าที่เขาจะทำได้ให้เขารับผิดชอบไปสิ” คือคำตอบของคำถามที่ประธานใหญ่แห่งคีรีธาราตอบกลับมา
“เอาเป็นว่าคุณอนุญาตให้น้องสาวของคุณทำอะไรก็ได้ตามที่ผมสั่งใช่ไหม” ถามกลับไปด้วยน้ำเสียเจือหงุดหงิดอย่างที่คนปลายสายสัมผัสได้
“เขาก็น้องสาวนายด้วยนั่นล่ะ นายก็น้องชายฉัน เขาก็น้องสาวฉัน นายคิดดูดี ๆ แล้วกันชานนท์ว่าจะทำยังให้พี่ชายของนายสบายใจ เลิกงอแงได้แล้ว แค่นี้ก่อนล่ะ คุณฝนหลับอยู่ฉันไม่อยากคุยกับนายนานเดี๋ยวจะทำให้เขาตื่น” เขาอยากตะโกนใส่ว่ายายนั่นไม่ใช่น้องสาวของเขา แต่ไม่สามารถจะทำได้
