บทที่ 4 ความทรงจำในวัยเด็ก

ทอรุ้งหัวใจสั่นหวิว เธอได้เข้ามาอยู่บ้านหลังเดียวกับเขาอย่างที่ไม่เคยตั้งตัวมาก่อน ก่อนหน้านี้คิดแต่เพียงว่ามาทำงานร่วมกันกับเขาอย่างเดียวเท่านั้น แต่นี่กลับต้องมาอาศัยบ้านของเขาอยู่

คิดถึงดวงตาคมกร้าวที่ส่งมาให้เธอราวกับว่าเธอคือศัตรูคู่อาฆาตของเขาในคราวงานแต่งงานของพี่ชายแล้ว หญิงสาวรู้สึกเย็นยะเยือกขึ้นมาจับขั้วหัวใจ

เธอจะอดทนได้นานแค่ไหน?

หากผู้ชายที่เคยแสนดีในความทรงจำของเธอจะเกลียดชังเธอจนเขาไม่อาจจะทนมองหน้าของเธอได้อีก

คิดแล้วหญิงสาวก็อดน้ำตาคลอไม่ได้ หากไม่เพราะตัวเธอบิดาก็คงไม่ต้องทำงานหนักเพื่อสร้างฐานะเพื่ออยากให้ลูกได้มีทุกอย่างเท่าเทียมคนอื่น ถึงแม้เธอจะไม่รู้มาก่อนว่าบิดาของเธอสร้างฐานะให้ร่ำรวยมาได้เพราะการคดโกง แต่เธอรู้ดีว่าท่านทำทุกสิ่งทุกอย่างเพราะอยากให้เธอได้อยู่อย่างสุขสบาย

เพียงแต่การกระทำของท่านเป็นการกระทำที่ไม่ถูกทำนองคลองธรรม ขาดความสำนึกชั่วดี เกินกว่าที่ใครจะยอมรับได้ แต่ในฐานะของความเป็นลูกที่ได้รับความรักอย่างเต็มเปี่ยมมาตลอดชีวิตก็ไม่อาจโกรธแค้นผู้เป็นบิดาได้เช่นเดียวกัน

แต่ต่อไปจากนี้จะเป็นหน้าที่ของเธอที่จะชดเชยทุกอย่างให้กับเขาเท่าที่ชีวิตของเธอจะทำได้

ทุกอย่าง.... ทุกอย่างที่เธอทำได้... เธอจะทำ!

เพื่อไถ่โทษให้กับคนที่เป็นพี่ชายของเธอและเขา... ผู้ที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตไป... เพราะบิดาของเธอ

หลังจากเปิดประตูห้องนั้นห้องนี้เพื่อสำรวจดูพื้นที่ต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ทอรุ้งจึงมายกกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กขึ้นไปชั้นบน ซึ่งด้านบนนั้นมีสามห้องนอน และฝั่งซ้ายมือมีประตูห้องเพียงห้องเดียว อยู่เยื้อง ๆ กับห้องนอนของเธอ ที่สอนเอากระเป๋ามาวางไว้ให้ก่อนหน้านี้ แล้วมีห้องที่อยู่ติดกับห้องของเธออีกห้องหนึ่ง ซึ่งดูด้านนอกแล้วขนาดของห้องน่าจะเล็กกว่าห้องของเธอ

หญิงสาวหยิบกุญแจไขประตูห้องนอน เมื่อประตูห้องถูกเปิดออก เธอก็ยิ้มออกมาได้ เมื่อเห็นห้องนอนของตัวเองถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงาม พี่ชายของเธอคงจะเพิ่งสั่งคนให้มาจัดการทุกอย่างไว้รอเธอเป็นแน่ เพราะนอกจากจะเป็นห้องนอนที่จัดตกแต่งอย่างสวยงามแบบห้องนอนของผู้หญิงแล้ว ตรงผนังห้อง ก็มีรูปของเธอในวัยเด็กติดประดับไว้ด้วยพร้อมกับเด็กชายสองคน ซึ่งเธอจำได้ดีว่าฝั่งขวามือของเธอคือวริษพี่ชายลูกพี่ลูกน้องของเธอและฝั่งซ้ายมือคือเขา...

ชานนท์ ธีรประภากร! ผู้ชายที่ทำให้เธอรู้สึกหวั่นใจเหลือเกิน

หญิงสาวสลัดความคิดที่วุ่นวนอยู่ในสมองออกไปก่อนที่จะลงมือจัดข้าวของในกระเป๋าใบใหญ่ให้เข้าที่เข้าทาง และหวังลึก ๆ อยู่ในใจว่าเธอจะไม่ต้องอยู่บ้านหลังนี้นานนัก และเขาจะไม่ได้มาพักที่นี่บ่อย ๆ อย่างที่พี่ชายของเธอบอก

หลังจากจัดข้าวของเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้ว เธอจึงอาบน้ำแต่งตัวเสียใหม่แล้วเดินลงมาข้างล่างก่อนจะเข้าไปในครัว เมื่อเปิดดูตู้เย็นและเห็นความว่างเปล่าในตู้มีเพียงน้ำดื่มและน้ำผลไม้ในตู้เย็นเท่านั้น จึงเดินออกไปโทร.สั่งอาหารของทางรีสอร์ตมารับประทานแทนการทำเอง เพียงไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ หญิงสาวจัดการกับอาหารที่สั่งมาก่อนที่จะคว้ากุญแจรถแล้วขับออกไปข้างนอก

เธอชินกับการดูแลตัวเองมาตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่อยู่เมืองนอก ทำให้ไม่อยากใช้งานสอนให้ขับรถให้ในกรณีที่ต้องออกไปทำธุระอะไรในเรื่องส่วนตัว เธอควรจะใช้งานสอนให้ขับรถให้ในกรณีที่ต้องไปทำธุระเรื่องงานเท่านั้น นั่นคือสิ่งที่เธอคิด

ทอรุ้งขับรถเข้าไปในตัวเมืองซื้อข้าวของในซุปเปอร์มาร์เก็ตมาใส่ไว้ในตู้เย็น แล้วทำอาหารง่าย ๆ สำหรับตัวเอง เธอไม่อยากสั่งอาหารมารับประทาน เพราะถนัดที่จะทำกินเองมากกว่า ตอนที่อยู่เมืองนอกเธอก็ทำสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดด้วยตัวเอง เพราะการไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองกับญาติของรุ่งฤดีผู้เป็นมารดา แม้เขาจะจัดอยู่ในครอบครัวที่มีฐานะดีแต่ก็ใช่ว่าจะจ้างคนอื่นทำไปเสียทั้งหมด เธอถูกฝึกมาให้ทำทุกอย่างด้วยตัวเองมาตลอด

ยิ่งตอนเรียนมหาวิทยาลัย เธอย้ายออกมาอยู่หอพักของมหาวิทยาลัย จึงต้องรับผิดชอบชีวิตของตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ได้อยู่อย่างลูกคนรวยอย่างที่คิด โดยเฉพาะเธอเรียนด้านการบริหารโรงแรมตามคำขอของบิดา จึงทำให้เรื่องการทำอาหารการกิน และงานบริการ เป็นส่วนหนึ่งของการเรียน

แม้ว่าการเรียนด้านการบริหารโรงแรมในอเมริกาจะเน้นด้านการจัดการและการบริหารมากกว่าเน้นด้านการบริการเหมือนกับมหาวิทยาลัยด้านการโรงแรมในประเทศสวิตเซอร์แลนด์หรืออังกฤษ แต่เธอก็ถูกฝึกให้เรียนรู้ในทุกด้านเช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยในประเทศอื่น

ขณะที่หญิงสาวกำลังเพลิดเพลินกับการจัดโต๊ะอาหารเพื่อรับประทานในมื้อเย็น เสียงรถยนต์ก็มาจอดที่หน้าบ้าน เธอไม่ได้สนใจเสียงรถนั่นนัก เพราะคิดว่าคงเป็นรถของใครที่ผ่านมาแถวนี้ จึงนั่งลงรับประทานอาหารตรงหน้าด้วยความหิวจัด เพราะออกไปหาซื้อข้าวของมาตั้งแต่ตอนบ่ายกว่าจะลงมือทำอาหารเสร็จก็ใกล้ค่ำเต็มที

“กริ๊ก” เสียงประตูหน้าบ้านถูกเปิดออก พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในบ้านทำให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารใจสั่นระรัว เสียงย่ำเท้าเดินใกล้เข้ามา เธอหันมองไปยังประตูของห้องรับประทานอาหาร ช้อนในมือของเธอแทบจะร่วงจากมือเมื่อเห็นชายหนุ่มที่ยืนหน้าตาบึ้งตึงอยู่หน้าประตู

บทก่อนหน้า
บทถัดไป