บทที่ 8 พรุ่งนี้เขาจะไปนอนที่ไหน
ชายหนุ่มขยับตัวเพราะความรู้สึกร้อนอึดอัดจนหายใจไม่ออกกับกลิ่นเหม็นไหม้ซึ่งลอยอวลอยู่ในห้อง ที่มาพร้อม ๆ กับอาการแสบจมูกและเสียงเคาะประตูระรัวดังมาจากด้านนอก ทำให้คนที่นอนหลับอยู่บนเตียงรู้สึกตัวตื่นก่อนจะสะดุ้งและลุกพรวดขึ้นมานั่งบนเตียงนอนเมื่อผนังอีกฝั่งนึงไฟกำลังลุกโชนพร้อมกับควันพวยพุ่งโขมงเต็มห้องไปหมด
“เฮ้ย ตายล่ะ!” ชายหนุ่มกระโจนพรวดออกมาจากเตียงแล้ววิ่งไปยังประตูในทันที เปิดประตูออกไปก็เห็นชะเอมยืนหน้าตื่นอยู่ข้างนอกที่เปิดไฟไว้สว่างจ้า เพราะไฟฟ้าเพิ่งจะมาตอนที่เขาพล็อยหลับไป
“ไฟ ไฟไหม้ น้าชะเอม ช่วยผมด้วย ช่วยเอาน้ำมาดับไฟที” ชะเอมวิ่งไปคว้าถังใบใหญ่แล้วจ้วงน้ำในโอ่งวิ่งรี่เอาน้ำมาราด แต่ระหว่างทางไปเอาน้ำและกว่าจะมาถึง ไฟก็ลุกลามจนไหม้ผนังไปจนเป็นรูโหว่
ขณะที่ชายหนุ่มวิ่งไปหิ้วน้ำอีกถังหนึ่งตามมาด้วยแล้วสาดโครมลงไปแต่ปริมาณน้ำกับไฟที่สวนทางกันทำให้เขาแทบจะทำอะไรไม่ถูก น้ำที่ขนมาได้ทีละถังกับไฟที่โหมขึ้นอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะที่เขาจะขนน้ำมาดับทันเพราะไม้เป็นเชื้อไฟชั้นดี
ก่อนเขาจะคิดทำอะไรต่อไปก็หันไปเห็นผู้เป็นย่าเดินงัวเงียออกมาจากห้อง แล้วตกใจจนหน้าซีดเผือดที่ผนังบ้านไฟกำลังลุกโชน
“ตาย ๆ ตายแล้วบ้านช้านนน! เร็ว ๆ ช่วยกันดับที” นางร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ
“ครับ ๆ ผมกำลังช่วยดับ คุณย่าออกไปข้างนอกก่อนครับ เพื่อความปลอดภัย” ชายหนุ่มพยายามดึงผู้เป็นย่าให้ลงไปข้างล่าง แต่นางก็ไม่ยอมลงไปพลางรีบสะบัดมือหลานชายออกแล้ววิ่งเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง
ชานนท์รีบวิ่งตามไปเพราะคิดว่าย่าคงห่วงสมบัติจึงเข้าไปเอา เขากลัวว่าไฟจะลุกลามจนรับมือไม่ไหวแล้วผู้เป็นย่าจะติดอยู่ในนั้น แต่สิ่งที่เขาเห็นก็คือพริ้มเพรากำลังลากถังดับเพลิงสีแดงถูลู่ถูกังออกมาจากห้อง
“นี่ ๆ ถังดับเพลิงรีบเอาไปดับซะ” เขารีบไปคว้าเอามา เพราะดูแล้วว่าชะเอมกับเขาคงไม่มีปัญญาจะรับมือกับไฟที่กำลังลุกโชนนั่นแน่ ๆ สวรรค์มาโปรดแท้ ๆ ที่ย่าของเขามีเครื่องดับเพลิงอยู่ในบ้าน ชายหนุ่มรีบอ่านวิธีใช้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะปลดสลักแล้วฉีดไปยังผนังห้องที่ไฟกำลังลุกลามออกมาด้านนอก
ฟองฟู่สีขาวโพลนถูกฉีดออกไปจากถังสีแดงทำให้ไฟที่กำลังลุกโชนจนเกือบถึงหลังคาบ้านค่อย ๆ มอดลงจนเห็นผนังบ้านพังไปเป็นแถบ บางส่วนก็เป็นรูโหว่มองทะลุเข้าไปในห้องนอนได้ชัดเจน และที่สำคัญส่วนที่เหลือก็ดำเป็นถ่าน
ชานนท์วางถังดับเพลิงลงก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นอย่างหมดแรงเมื่อไฟมอดดับลงไปหมดแล้ว ทิ้งไว้เพียงเศษซากความเสียหายและแววตาตื่นตระหนกของผู้เป็นย่าที่ตอนนี้กำลังจะเปลี่ยนมาเป็นสายตาแห่งการตำหนิติติงถึงความสะเพร่าของเขาที่ทำให้เขาเสียวสันหลังวาบ เพราะรู้ดีว่าย่าของเขารักบ้านหลังนี้เท่า ๆ กับรักชีวิตของตัวเอง เพราะเป็นสิ่งมีคุณค่าสูงสุดทางจิตใจ เนื่องจากปู่ของเขาเป็นคนสร้างไว้ก่อนจะเสียชีวิต
“ขอโทษครับ คุณย่า ผมทำบ้านคุณย่าไฟไหม้ คุณย่าอย่าโกรธเลยนะครับ พรุ่งนี้ผมจะให้ช่างมาซ่อมให้ใหม่” กล่าวขอโทษเสียงอู้อี้อย่างสำนึกผิด
“ย่าไม่ได้โกรธที่บ้านไฟไหม้ แต่โกรธที่ไม่ระมัดระวัง บ้านไหม้มันสร้างใหม่ได้ แต่ถ้าเกิดเราเป็นอะไรขึ้นมาอีกคนย่าจะทำยังไง หือ ถ้าตื่นไม่ทันโดนไฟครอกอยู่ในห้องนั้นย่าคงขาดใจ” นางว่าน้ำตารื้นเพราะเสียลูกชายไปแล้วหนึ่งคนอย่าให้ต้องเสียหลานชายไปอีกคนเลย
“ขอโทษครับคุณย่า ต่อไปผมจะระมัดระวัง” ว่าพลางขยับไปกอดผู้เป็นย่าไว้นิ่ง พลางนึกตำหนิตัวเองที่ไม่คิดอะไรให้ลึกซึ้ง
“เอาเถอะ ไปนอนเถอะไป พรุ่งนี้ค่อยมาเก็บกวาด โชคดีที่ที่หลับที่นอนไม่โดนเผาไปด้วย” นางว่าพลางมองผ่านรูโหว่ของผนังห้องเห็นเตียงนอนที่ยังพอจะนอนให้ผ่านพ้นคืนนี้ไปได้
รองประธานแห่งคีรีธาราถอนใจยาว นี่มันคือวันวินาศสันตะโรอะไรของเขา ที่เจอแต่เรื่องแย่ ๆ มาทั้งวัน ก่อนจะเดินเข้าห้องของตัวเอง เขาต้องทนนอนในห้องที่เหม็นกลิ่นควันไฟนี่ไปจนกระทั่งเช้า คิดแล้วก็อดโทษตัวต้นเหตุไม่ได้ที่ทำให้เขาต้องอัปเปหิตัวเองออกมาจากบ้าน แล้วต้องเจอกับเรื่องร้าย ๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก ตั้งแต่มาถึงก็ไฟดับ เลยต้องทนกินของเหลือ แล้วยังจะทำไฟไหม้บ้านอีก
“ซวย ซวยจริง ๆ” บ่นกับตัวเองอย่างหัวเสีย ยิ่งเมื่อคิดว่ายายตัวร้ายนั่นคงกำลังนอนหลับสบายอยู่ในบ้านของเขา ในขณะที่เขาต้องนอนทนร้อนและทนกลิ่นเหม็นไหม้อยู่แบบนี้แล้วความหงุดหงิดยิ่งพุ่งทะลุจุดเดือด
ไหนเขาจะต้องทนให้ยายเด็กแสบนั่นอยู่ที่บ้านของเขาจนกว่าพี่ชายของเธอจะกลับมา ซึ่งเขาก็จะปล่อยให้เธออยู่ดูแลคีรีธารา เดอ เขาใหญ่ ตามลำพังอย่างที่พี่ชายของเธอบอกไว้ไม่ได้แน่ เพราะเขาไม่มีวันไว้ใจว่าลูกศัตรูจะไม่วางแผนร้ายเพื่อเอาคืนที่เขากับวริษร่วมกันวางแผนเพื่อจับกุมพ่อของเธอใส่คุกเป็นแน่ เธอต้องมาที่นี่พร้อมกับแผนการร้ายเหมือนกับพ่อของเธอ ส่วนคืนนี้เขาก็ทำไฟไหม้ห้องนอนที่นี่เสียแล้ว
แล้วพรุ่งนี้เขาจะไปนอนที่ไหน!
คำถามค้างอยู่ในหัวก่อนจะหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน...
