บทที่ 9 ให้เธอได้ทำอะไรเพื่อเขาบ้าง

รองประธานคีรีธาราจอดรถสปอร์ตสีน้ำเงินสุดหรูของตัวเองไว้ที่หน้าอาคารสำนักงานของคีรีธารา เดอ เขาใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ สายตายังหรี่ปรือด้วยนอนหลับไม่เต็มตื่นเพราะเกิดเหตุให้ลุ้นระทึกกลางดึก แถมยังต้องทนนอนร้อนเหงื่อตกมาตลอดทั้งคืน เนื่องจากผนังห้องโดนไฟไหม้พังไปเป็นแถบ พอเปิดเครื่องปรับอากาศความเย็นก็กระจายออกไปข้างนอกจนหมด จนเขาต้องเปิดหน้าต่างนอน แต่สุดท้ายก็ต้องปิดหน้าต่างมานั่งตบยุงที่เข้ามามะรุมมะตุ้มจนนอนไม่ได้

มือหนาลูบลงบนแก้มเนียนใสราวกับสตรีของตน ก่อนที่จะดึงกระจกหน้ารถลงมาส่องใบหน้าของตัวเองซึ่งตอนนี้มีตุ่มแดง ๆ ที่โดนยุงกัดสองสามตุ่มอยู่บนใบหน้า คิดแล้วก็ยิ่งโมโห เพราะผิวหน้าของเขาบอบบางมาก คงอีกหลายวันกว่าจะหายดี หรือไม่เขาคงต้องแจ้นไปหาหมอรักษาผิวหน้าประจำตัวของเขาอีกเป็นแน่ ถ้าหากมันยังไม่หายภายในวันสองวันนี้

ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทหรูก้าวลงจากรถแล้วยืดตัวตรงอย่างสง่าผ่าเผย สลัดภาพชายหนุ่มตกอับของเมื่อคืนที่ผ่านมาทิ้งไป ก่อนจะเดินทำหน้านิ่งอย่างที่เคยเป็นไปยังตัวอาคาร ด้วยบุคลิกโดดเด่นที่ทำให้คนในปกครองยำเกรงนี่เองที่ทำให้ใคร ๆ ก็ให้ความนับถือเขาไม่น้อยกว่าที่ให้ความนับถือประธานใหญ่แห่งคีรีธารา

เขาเดินตัวตรงผ่านบรรดานักท่องเที่ยวและพนักงานเข้ามายังลิฟต์ ซึ่งสำนักงานของคีรีธาราอยู่ในตัวอาคารแบบโรงแรม เป็นอาคารที่สูงกว่าอาคารอื่น ๆ แต่เพื่อไม่ให้เป็นการบดบังทัศนียภาพอันสวยงามของรีสอร์ตจนมากเกินไปที่นี่จึงสร้างเป็นที่พักแบบบ้านเดี่ยว บ้างก็เป็นอาคารแบบสองชั้นถึงสี่ชั้นซึ่งอยู่รายรอบ

เขาถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าเดินผ่านมาถึงประตูห้องได้โดยที่ไม่มีใครสนใจตุ่มแดง ๆ บนใบหน้า ซึ่งหน้าห้องเป็นบานประตูไม้ติดป้ายชื่อของเขาพร้อมกับตำแหน่งด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษสีทองว่า Vice-President เขาเหลือบมองไปยังโต๊ะของเลขานุการซึ่งเจ้าของโต๊ะไม่อยู่ จึงเปิดประตูห้องทำงานเข้าไปอย่างเคยชิน

แต่ภาพที่เห็นทำให้เขาแทบล้มทั้งยืนเมื่อเข้าไปแล้วทุกอย่างในห้องเปลี่ยนแปลงไปหมด ห้องของเขาถูกตกแต่งใหม่อย่างสวยงามและเป็นที่ถูกใจเขาอย่างมาก ถ้าไม่มีโต๊ะตัวนั้นที่เพิ่มขึ้นมาแล้วมีเพียงพาร์ทิชั่นเตี้ย ๆ กั้นอยู่ด้านข้าง

และ... คนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะนั่น!

พร้อมกับป้ายบอกตำแหน่งผู้ช่วยรองประธานสีเงินติดอยู่ เขาถอยกรูดไปดูประตูห้อง ชื่อที่ติดไว้มันเป็นชื่อของเขาแน่นอน ก่อนจะเดินตัวตรงแหน่วไปยังโต๊ะของตัวเอง วางแฟ้มเอกสารที่ถือมาไว้บนโต๊ะเสียงดังอย่างหงุดหงิด จนคนที่นั่งตัวลีบอยู่ที่โต๊ะสะดุ้งเฮือก

เขาหันไปมองหญิงสาวที่กำลังลุกขึ้นยืน ร่างของเธอบอบบางเครื่องหน้าเรียวหวาน ส่วนประกอบบนใบหน้าของเธอเหมาะเจาะงดงาม ผมสีน้ำตาลเข้มถักเปียล้อมกรอบใบหน้าเอาไว้อย่างสวยงามแล้วรวบเส้นผมส่วนที่เหลือยกสูงเป็นหางม้าอย่างง่าย ๆ ดูเรียบร้อยและอ่อนหวาน เธออยู่ในชุดเดรสสั้นเรียบเก๋สีเทาอ่อนที่ทำให้บุคลิกดูโดดเด่นอย่างที่เขารู้สึกได้ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเดินไปยังโต๊ะของคนที่เป็นเจ้านายโดยตรงของตัวเอง

“สวัสดีค่ะ พี่ชานนท์” หญิงสาวยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม คนตัวใหญ่เงยหน้าขึ้นมาจ้องนิ่งอยู่ที่คนตรงหน้า ในเมื่อถอยไม่ได้เขาก็ต้องลุยไปข้างหน้า ‘พี่ชานนท์...’ คือถ้อยคำแสลงหูที่เขาไม่อยากได้ยินจากปากของเธออีกต่อไป

“ผมไม่มีพี่น้อง คุณคงรู้ว่าเพราะอะไร” น้ำเสียงเข้มขุ่นที่เอ่ยออกมา มันออกมาจากหัวใจของคนที่สูญเสียทั้งพ่อ แม่ และน้องซึ่งยังอยู่ในท้องแม่ของเขา น้องที่เขาเพิ่งจะรู้ว่าเป็นน้องสาว หลังจากที่แม่ของเขาไปอัลตร้าซาวด์ได้เพียงสองวัน

เขายังจำความดีใจของเขาในวันนั้นได้ดี วันที่ลูกคนเดียวในอายุสิบแปดอย่างเขาจะได้มีน้อง ซึ่งแม่ของเขาบอกว่าน้องเป็นลูกหลง พ่อกับแม่ของเขาพยายามมานานที่จะมีน้องอย่างที่เขารบเร้า แต่สุดท้ายพ่อ แม่ และน้องของเขาก็จากไปพร้อมกัน เพราะแผนชั่วร้ายเห็นแก่ตัวของผู้ชายที่เป็นบิดาของผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา มันไม่ง่ายเลยที่จะทำให้เขาทำใจยอมรับได้

“เอ่อ...” หญิงสาวอึกอัก เขาจ้องหน้าเธอนิ่งด้วยดวงตาที่ไร้ซึ่งความเป็นมิตรอย่างสิ้นเชิง

“ค่ะ คุณชานนท์ น้อง... เอ่อ ดิฉันอยากทราบว่าจะให้ดิฉันรับผิดชอบหน้าที่อะไรบ้างคะ” หญิงสาวเอ่ยปากออกไปอย่างยากลำบาก

“แล้วพี่ชายของคุณเขาบอกว่าคุณต้องทำหน้าที่อะไรบ้างล่ะ... คุณทอรุ้ง” น้ำเสียงห่างเหินถามกลับมา

“เอ่อ พี่วิริษบอกว่าให้น้อง... เอ่อ ให้ดิฉันรับคำสั่งจากคุณโดยตรงค่ะ”

“งั้น ไปชงกาแฟให้ผมแก้วหนึ่ง หวังว่าผู้บริหารที่จบการบริหารโรงแรมจากมหาวิทยาลัยคอร์แนลคงจะไม่รังเกียจที่จะทำหน้าที่นี้” เขายิ้มเยาะมุมปาก หญิงสาวก้มหน้านิ่งก่อนที่จะเดินไปยังโซนเล็ก ๆ ภายในห้องที่จัดเป็นมุมกาแฟ พร้อมกับเสียงตอบรับที่ดังก้องอยู่ในหัวใจ ว่าเธอไม่เคยคิดจะรังเกียจเลยสักนิด ดีใจที่สุดด้วยซ้ำที่อย่างน้อยเขายังเอ่ยปากพูดกับเธอ ใช้งานเธอ ให้เธอได้ทำอะไรเพื่อเขาบ้าง หรือจะดุด่าเธอก็ยังดีกว่าที่จะนิ่งเงียบไม่มองหน้าอย่างที่ผ่านมา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป