บทที่ 1 ปายยังไม่พร้อม
เสียงรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดกระทบพื้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอดังขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนประตูห้องทำงานของท่านประธานหนุ่มของบริษัทอธิพัฒน์โภคิน จำกัด (มหาชน) จะถูกเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้ถูกเคาะแต่อย่างใด
“พี่แปง ปายไม่ยอม”
ปาแปง ปารเมศ อธิพัฒน์โภคิน ท่านประธานหนุ่มรูปหล่อหันมองน้องสาวในไส้ที่อายุห่างกันสี่ปี ผู้เอาแต่ใจตัวเองที่สุดจนไม่มีใครเอาอยู่ เขาถอนหายใจแล้วมองใบหน้างดงามนั้นก่อนจะส่ายหน้าระอา
“ทำหน้าให้มันดี ๆ หน่อยยัยปาย”
ปาย ปราลี อธิพัฒน์โภคิน รองประธานสาวแสนสวยในชุดเดรสสายเดี่ยวสั้นรัดรูปสีดำคลุมทับด้วยเสื้อสูทสีแดงสีเดียวกับรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมที่กระทบพื้นเสียงดังเมื่อครู่ ใบหน้าเรียวรูปไข่ล้อมกรอบด้วยผมยาวสีน้ำตาลอ่อนดัดลอนตรงปลาย คิ้วถูกกันแต่งเป็นทรงสวยรับกับใบหน้า จมูกโด่งปลายเชิดรั้นบ่งบอกนิสัยเจ้าตัว ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดน่ามอง ดวงตากลมโตตกแต่งเครื่องสำอางสวยงามวาววับเอาเรื่อง
เธอเม้มปากแน่นด้วยความไม่พอใจที่เห็นหนังสือมอบหมายหน้าที่งานใหม่วางอยู่บนโต๊ะแต่เช้า ไหนจะคำสั่งเปลี่ยนเลขานุการสายฟ้าแลบอีก
แม้เธอจะชินกับการเปลี่ยนเลขานุการบ่อย ๆ เพราะใช้งานลูกน้องไม่เคยทนเลยสักคนเนื่องจากนิสัยเอาแต่ใจตัวเอง ขี้วีน ขี้เหวี่ยง งี่เง่าและไม่มีเหตุผล ไหนจะไม่เอางานเอาการที่สุดผิดพี่น้องเพราะชอบปาร์ตี้สังสรรค์เป็นชีวิตจิตใจจนเสียงานเสียการหลายครั้ง แต่เธอก็ไม่ชอบให้ใครมาออกคำสั่งเปลี่ยนแปลงตามอำเภอใจ
และเหตุที่มาโวยวายอยู่กลางห้องของพี่ชายเพราะเขามีคำสั่งให้เธอรับผิดชอบโครงการคอนโดมิเนียมสุดหรูแห่งใหม่ใจกลางเมืองภูเก็ต แม้จะเป็นเมืองท่องเที่ยวแต่ก็ห่างไกลจากสังคมของเธอ
“จะให้ปายทำหน้าดี ๆ ได้ยังไงคะ ดูพี่สั่งงานปายสิ จะแกล้งกันหรือไง”
“พี่ไปแกล้งอะไรแก หืม”
แม้รู้อยู่แก่ใจว่าที่น้องสาววิ่งโร่มาออกงิ้วให้ดูถึงที่เพราะเรื่องอะไร แต่ขืนยอมรับก็จะถูกงอนแถมเธออาจนำเรื่องนี้ไปฟ้องปู่กับย่าหาว่าเขารังแกหลานรัก ซึ่งแน่นอนว่าปู่และย่าของเขาตามใจหลานสาวคนเล็กที่สุด แม้จะอายุเท่ากันกับหลานชายอีกคนอย่าง ปัณณ์ ปัณณธี อธิพัฒน์โภคิน แต่รายนั้นเอางานเอาการและมีภาวะผู้นำ ดูแลธุรกิจบริษัทผลิตละครแถมยังเป็นผู้กำกับการแสดงอนาคตไกล ต่างจากน้องสาวของเขาเสียเหลือเกิน ที่วัน ๆ เอาแต่เที่ยวเล่น ปาร์ตี้ และขี้เกียจตัวเป็นขน
“พี่ไม่ต้องมาทำไก๋ ปายรู้ว่าพี่ตั้งใจแกล้งปาย ถึงส่งปายไปภูเก็ต”
“พี่ส่งแกไปอยู่ที่นั่นตลอดเวลาเสียที่ไหน แค่ไปรับผิดชอบตรวจงานเป็นครั้งคราว ที่มองโครงการนี้ให้ทำก็เพราะแกจะได้มีอะไรทำเป็นชิ้นเป็นอันเสียที เรียนจบกลับมาก็ไม่เห็นจะหยิบจับอะไร เที่ยวเล่นไปวัน ๆ”
“ก็ปายไม่ได้อยากทำนี่ พี่จะบังคับให้ปายมารับตำแหน่งบ้า ๆ นี่ทำไมก็ไม่รู้”
“นี่มันธุรกิจของครอบครัวเรา ถ้าแกไม่ทำแล้วใครจะทำ พี่น้องทุกคนเขาก็มีงานให้รับผิดชอบกันหมด แต่ละคนทำงานหนักกว่าแกทั้งนั้น ไม่เห็นมีใครบ่นหรือโยนงานที่ต้องรับผิดชอบให้คนอื่น”
เขาหมายถึงลูกพี่ลูกน้องของเขาทุกคนที่มีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบธุรกิจที่พ่อแม่สร้างขึ้น อย่างหมอน่านฟ้ากับเหนือเมฆ ก็รับผิดชอบโรงพยาบาลและบริษัทผลิตยาและขายอุปกรณ์ทางการแพทย์หลังจากขายธุรกิจกาสิโนทิ้ง ปุณณดา ปุณณิธิ ปัณณธี สามคนนี้รับผิดชอบธุรกิจบริษัทผลิตละครของคนเป็นพ่อจนเจริญรุ่งเรืองแตกยอดออกไปอีก ส่วนพี่สาวคนโตที่สุดอย่าง ปัณยตากับปัณจธร ก็รับผิดชอบโรงแรมในเครือของอธิพัฒน์โภคินทั้งหมด วิ่งรอกเดินทางไปมาแทบจะทั่วประเทศ ไม่เห็นมีใครบ่น มีแค่น้องสาวของเขาคนเดียวเท่านั้นที่ถูกตามใจและให้ท้ายจนเคยตัว
ใบหน้าสวยงามงอง้ำอีกเท่าตัวเมื่อพี่ชายพูดแทงใจดำ แต่เธอไม่ชอบถูกบังคับและไม่ชอบอยู่ในกรอบ เธอชอบใช้ชีวิตอิสระแบบสุดเหวี่ยงเท่านั้น แต่เห็นทีว่าคราวนี้จะต่อต้านไม่ได้เมื่อพ่อและแม่ก็เห็นดีเห็นงามและสนับสนุนพี่ชายให้ยัดเยียดงานมาให้เธอรับผิดชอบเพื่อดัดนิสัย
“ก็ปายยังไม่พร้อมนี่”
“ยัยปาย แกอายุสามสิบแล้ว เรียนจบปริญญาโทกลับมาก็หลายปี ถ้าแกไม่พร้อมตอนนี้แล้วจะไปพร้อมตอนไหน พี่ให้แกทำอะไรแกก็ไม่เอาสักอย่าง ลอยไปลอยมา วัน ๆ เอาแต่ปาร์ตี้”
“พอ ๆ ขี้บ่น ที่พี่จะให้ปายไปอยู่ภูเก็ตเพราะตั้งใจจับปายแยกจากกลุ่มเพื่อนใช่ไหม ปายรู้ทันพี่นะ”
“รู้ก็ดี”
“ทีพวกพี่ทุกคนยังปาร์ตี้ได้ มั่วผู้หญิง กินเหล้า ทำไมกับปายมาห้าม”
“แล้วพวกพี่มีใครเสียงานเสียการและไม่เอาถ่านอย่างแกสักคนไหม”
เธอถอนหายใจด้วยความหงุดหงิดที่เถียงอะไรก็ไม่ชนะพี่ชายจอมเผด็จการสักอย่าง ก่อนจะกระแทกเท้าเดินเข้าไปนั่งตรงข้ามกับเขา แล้วถลึงตากลมโตใส่อย่างไม่คิดจะยอมแพ้
“ก็ใครมันจะไปถึกเหมือนพวกพี่ล่ะ เที่ยวจนดึกดื่น นอนกับผู้หญิงจนเกือบเช้า แต่ก็ยังมีแรงลุกมาทำงานไหว พวกพี่มันเป็นผีดิบ”
“เหอะ คิดจะเที่ยวก็ต้องรับผิดชอบงานให้ได้”
“ปายทำได้ ปายจะทำ”
“ไม่ต้อง มันหมดโอกาสของแกแล้ว พี่ให้โอกาสแกมากี่ปีแล้วยัยปาย ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ไม่งั้นพี่จะสั่งระงับเงินเดือนแก”
“พี่แปง”
คนเป็นน้องเรียกชื่อพี่ชายเสียงหลง ก่อนจะเชิดใบหน้าสวยงามขึ้นอย่างถือดี เพราะต่อให้เธอไม่มีเงินเดือนหลักแสนที่ได้จากบริษัท แต่เธอก็มีเงินเก็บ มีทรัพย์สมบัติส่วนตัวมากมาย เดี๋ยวไปอ้อนของปู่กับย่าก็ได้มาอีกเยอะ
“ปายไม่สนหรอก”
“แล้วอย่าหวังจะไปอ้อนปู่กับย่าอีก ตอนนี้แม้แต่ปู่กับย่าก็เห็นด้วยกับพี่”
“ไม่จริง”
