บทที่ 11 ไอ้เด็กบ้า
“มองหน้าฉันทำไม ไอ้ลูกเป็ด อย่าบอกนะว่าฉันสวย”
คนตัวโตถอนหายใจพรืด หันกลับมามองหน้าเธอด้วยแววตาเย็นชาไร้ความรู้สึกราวกับเรื่องที่เธอพูดมันไร้สาระสิ้นดี
“คุณปายสวยจริงครับ แต่ผมไม่ได้มองคุณปาย ผมมองว่าคุณจะตั้งใจทำงานมากแค่ไหนต่างหาก อย่าลืมสิครับว่าผมมีหน้าที่มาทำอะไรในห้องนี้”
“นี่พี่แปงส่งนายมาเป็นผู้ช่วยฉันหรือส่งนายมาจับผิดฉันกันแน่”
“ก็ทั้งสองอย่างครับ ถ้ารู้อย่างนี้แล้วก็ช่วยทำตัวให้มันดี ๆ หน่อยนะครับคุณปาย”
“ไอ้เด็กบ้า”
“ผมไม่เด็กแล้วนะครับ ผมโตแล้วคุณปายก็รู้”
ดวงตาคมวาบขึ้นราวกับมีลูกไฟถูกจุดก่อนจะมอดดับลงไปอย่างรวดเร็ว แต่ถึงกระนั้นคนตัวบางที่จ้องตาเขาอยู่ก็ทันได้เห็น
ความประหม่าเกิดขึ้นทันทีเพราะแววตาแบบนั้นมันทำเอาชายหนุ่มตรงหน้าดูหล่อเหลาอย่างร้ายกาจจนหัวใจดวงน้อยเต้นกระตุก
“พูดมาก จะอ่านก็เอาไปอ่านสิ ฉันจะได้เซ็นสักที”
เธอยื่นแฟ้มให้เขาอย่างกระแทกกระทั้น เมื่อเขารับไปเปิดอ่าน เธอก็โทรหาผู้ชายที่เธอเพิ่งเบี้ยวนัดไปเมื่อวาน
“ยุ่งอยู่ไหมคะวิน”
ชื่อที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดทำเอาแผ่นดินชะงักสายตาที่กำลังไล่อ่านรายละเอียด สมาธิถูกทำลายทันที
“ไม่ยุ่งเลยครับ ปายมีอะไรหรือเปล่าถึงโทรหาผมแต่เช้าเลย”
มาวินขยับตัวลงจากเรือนร่างเย้ายวนหลังจากเสร็จสมหมาด ๆ เขาทิ้งตัวลงนอนหงายแล้วบังคับลมหายใจที่กำลังหอบกระเส่าให้เป็นปกติโดยเร็วที่สุด
“ไม่ได้ไปทำงานหรือคะ”
เธอยกข้อมือขึ้นมาดูเวลา นาฬิกาเรือนหรูราคาแพงบอกว่าเวลานี้มันสายมากแล้วด้วยซ้ำ
“เอ่อ ทำสิครับ นี่ผมก็นั่งอยู่ที่บริษัท”
คาสโนว่าหนุ่มโกหกคำโต นาน ๆ ทีเขาถึงจะเข้าบริษัท ถ้าไม่โดนตามให้เข้าประชุมหรือมีงานด่วนที่เขาต้องเซ็นก็แทบไม่ย่างกรายเข้าไปเลย แม้ว่าพ่อและพี่ชายจะบ่นที่เขาไร้ความรับผิดชอบแค่ไหนก็ตาม
“ค่ะ เย็นนี้คุณว่าไหมคะ ปายจะชวนคุณไปดินเนอร์ ชดเชยที่ปายเบี้ยวนัดคุณเมื่อคืนนี้”
เขาขยับตัวขึ้นนั่งแล้วเปิดลิ้นชักข้างเตียงเพื่อหยิบขวดสีชาขนาดเล็กออกมาดู มุมปากหยักยกยิ้มด้วยใบหน้าร้ายกาจ
“ว่างสิครับ เพื่อปายผมว่างตลอดเวลา งั้นมาเจอผมที่โรงแรมเดินนะครับ ดินเนอร์เสร็จแล้วเราลงไปฟังเพลงที่คลับกันต่อ ดีไหมครับ”
“ก็ได้ค่ะ งั้นค่ำนี้เจอกันนะคะ”
“ครับปาย”
เธอกดวางสายไปก่อนจะหันมามองหน้าชายหนุ่มซึ่งเขามองเธออยู่ก่อนแล้วด้วยแววตาวาววับ
“ทำไม มองอะไร”
“คุณปายจะไปเจอเขาที่โรงแรมหรือครับ”
“ใช่ มีอะไร”
“คุณปายไม่ควรเข้าโรงแรมกับผู้ชายคนนั้น พี่ ๆ คุณก็เตือนแล้วไม่ใช่หรือ อยากท้องไม่มีพ่อหรือไงครับ”
กรามแกร่งขบกันแน่น ความกรุ่นโกรธตีวนจนแทบหลุดการควบคุม
“ฉันโตแล้ว ป้องกันเป็น เรื่องส่วนตัวของฉันนายไม่ต้องมายุ่ง ถ้าฉันท้องก็ไม่ได้ให้นายมารับเป็นพ่อ หุบปากให้สนิทแล้วตั้งใจทำงานของนายไป”
“ผมไม่ให้คุณปายเข้าโรงแรมกับเขา”
“นายเป็นแค่เลขา มีสิทธิอะไรมาสั่งห้าม ต่อให้เป็นพ่อหรือพี่ชายฉันมาสั่ง ฉันก็ไม่เชื่อ ถ้ายังอยากทำงานด้วยกันดี ๆ ก็อย่ายุ่ง”
“ผมเตือนคุณแล้วนะ คุณปาย”
“ขอบใจที่เป็นห่วง แต่นี่มันความสุขของฉัน เพราะงั้นฉันสั่งให้นายขับรถพาฉันไปแล้วนั่งรอ นายก็ทำแค่นั้น ถ้าคิดว่าหน้าที่นี้มันหนักหนาไปสำหรับนายก็แค่นอนรออยู่ที่บ้าน ฉันไปและกลับเองได้”
“ผมจะพาคุณไปเอง”
“คุณปายให้ผมพามาดินเนอร์กับคุณมาวินที่โรงแรมครับ ตอนนี้ผมนั่งแอบอยู่ที่โต๊ะมุมห้อง คุณปายไม่เห็นครับ เห็นว่าจะไปฟังเพลงต่อกับคุณมาวินด้วย คืนนี้คงกลับดึกครับคุณแปง”
แผ่นดินโทรรายงานพฤติกรรมของปราลีให้คนเป็นพี่ชายได้รับรู้ เพราะคืนนี้เจ้าตัวคงกลับดึกเลยกลัวครอบครัวของเธอจะเป็นห่วง
“อืม หมอนั่นทำรุ่มร่ามอะไรกับยัยปายหรือเปล่า”
“เท่าที่มองก็ไม่นะครับ ตอนแรกผมคิดว่าคุณปายจะเปิดโรงแรมนอนกับหมอนั่น เห็นว่าโทรนัดกันที่โรงแรม ตกใจแทบแย่”
ดวงตาคมทอดมองสาวสวยที่กำลังนั่งพูดคุยกับผู้ชายอีกคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ที่จริงแม้ว่าเธอจะเปิดห้องนอนกับใครมันก็เป็นสิทธิของเธอ เพราะเธอโตแล้วและรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้ ไม่ว่าเขาหรือใครก็ไม่มีสิทธิห้าม แต่บังเอิญว่าผู้ชายคนนั้นมีพฤติกรรมไม่น่าไว้ใจจนครอบครัวของเธอไม่สบายใจให้คบหา เขาจึงต้องทำหน้าที่คอยติดตามและสอดส่องอยู่แบบนี้
“อืม ที่จริงต่อให้ยัยปายจะไปนอนกับหมอนั่น เราก็ไม่มีสิทธิไปยุ่ง แต่ฉันไม่อยากได้หมอนั่นเป็นน้องเขย ประวัติมันไม่น่าไว้ใจ ไม่รู้ว่ามันมีอะไรดี ยัยปายถึงไปเดตกับมัน แถมดื้อ ๆ อย่างยัยปายยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ อะไรตามใจได้ก็ตามใจไป แต่ช่วยตามดูให้หน่อย”
“ครับคุณแปง ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมจะช่วยดูแลคุณปายให้”
“ถ้ายัยปายเมาหรือวันไหนกลับบ้านไม่ไหวนายก็พายัยปายไปนอนที่คอนโดนะ อยู่ใกล้บริษัทเรานิดเดียว แต่ที่ไม่อนุญาตให้ยัยปายไปอยู่ที่นั่นทุกวันเพราะไม่ไว้ใจ กลัวเด็กดื้อมันเอาผู้ชายมานอนด้วย”
