บทที่ 12 ร้อนจัง
“ครับ”
“งั้นนายกินข้าวต่อเถอะ เดี๋ยวพี่บอกพ่อแม่ให้”
“ขอบคุณครับคุณแปง”
เขากดวางสายแล้วมองไปยังชายหญิงที่เหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยกตาเขม็ง แม้จะอยากเข้าไปแยกสองคนนั้นออกจากกันแต่ก็ไม่อาจทำได้
ตอนมาถึงโรงแรม เธอให้เขาไปหาข้าวกินแล้วมานั่งรอเธอที่ล็อบบี้จนกว่าเธอจะกินข้าวและฟังเพลงกับหมอนั่นเสร็จ แถมยังบอกด้วยว่าถ้าเขารอไม่ไหวให้กลับบ้านไปก่อน
แต่เขาสามารถทำแบบนั้นได้ที่ไหน ไม่ใช่เพราะกลัวจะโดนผู้ใหญ่ตำหนิ แต่เขากลัวว่าเธอจะได้รับอันตรายจากผู้ชายคนนั้นต่างหาก
ไม่นานเธอกับหมอนั่นก็เดินเข้าไปในคลับหรูของโรงแรมแห่งนี้ เขาจึงเดินตามเข้าไปนั่งในมุมมืดห่างไกลผู้คน
“ปายดื่มหน่อยนะครับ”
มาวินส่งแก้วไวน์แดงราคาแพงให้กับเธอแล้วกระดกเครื่องดื่มดีกรีแรงสีอำพันลงคออึกใหญ่ ดวงตาคมกล้าจ้องมองใบหน้าสวยงามไม่วางตา
“ผมดีใจนะครับ ที่ปายยอมมากินข้าวฟังเพลงกับผม”
เขาตามจีบเธอมานานตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันในงานปาร์ตี้วันเกิดของเซเลบคนดังเมื่อเกือบสองปีก่อน แต่เธอไม่เคยสนใจเขาเลยสักครั้งเพราะผู้ชายที่เธอเลือกออกเดตด้วยแต่ละคนต่างจากเขาโดยสิ้นเชิง
ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้คบกับใครเป็นแฟนหลังจากออกเดตเลยสักคน แบบนี้คงแปลว่าผู้ชายเพอร์เฟคเหล่านั้นไม่ใช่สำหรับเธอและเขาก็ยังมีโอกาส
“คุณชวนปายมานานแล้วนี่คะ ถ้าปายไม่ยอมมากินข้าวกับคุณเสียทีก็ใจร้ายเต็มทน”
“งั้นเรามากินข้าวฟังเพลงด้วยกันบ่อย ๆ ดีไหมครับ”
“ขอดูก่อนนะคะว่าปายว่างหรือเปล่า”
“ครับ ผมรอปายได้เสมอ”
ดวงตาคมกริบฉายแววปรารถนาอย่างไม่คิดปิดบังจนคนตัวบางขนลุกซู่ ผู้ชายก็เป็นเหมือนกันทุกคน ไม่ได้ต้องการมากินข้าวฟังเพลงกับเธอหรอก แต่อยากลากเธอขึ้นเตียงหลังจากนี้มากกว่า
“อย่าตั้งใจรอปายนักเลยค่ะ เดี๋ยวผู้หญิงของคุณจะว่าเอานะคะ”
“ก็แค่ของแก้ขัดครับ ไม่มีผู้หญิงคนไหนสำคัญสำหรับผมเท่าปายนะ ปายก็รู้ ถ้าปายยอมเป็นแฟนผม ผมจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงทุกคนให้หมด ปายลองดูไหมครับ”
“น่าสนใจเหมือนกันนะคะ”
ปราลีคนสวยมองสบตาเขาอย่างไม่มีลดละก่อนจะยกไวน์แดงราคาแพงขึ้นจิบอย่างยั่วยวนจนคนตัวโตกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่กับท่าทีแสนเซ็กซี่ของทายาทนักธุรกิจหมื่นล้าน
“ถ้าสนใจ งั้นคืนนี้ ไปต่อที่คอนโดของผมไหม”
“ใจเย็นสิคะ เราเพิ่งมากินข้าวกันแค่มื้อเดียวเอง”
“ผมรอปายมานานมากแล้วนะครับ และผมอยากให้ปายรู้ว่าผมจริงจังกับปายนะ แค่ปายคนเดียวเท่านั้นที่สำคัญ”
มือใหญ่ลูบไล้ลาดไหล่นวลเนียน ก่อนจะยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าของเธอเบา ๆ
“ใจเย็นสิคะ”
เธอไม่ได้ปัดป้อง แต่ค่อย ๆ ขยับตัวหนีสัมผัสของชายหนุ่มจอมเจ้าชู้อย่างไม่ให้เสียมารยาท
“ถ้าผมบอกว่าคืนนี้ผมเย็นไม่ไหวแล้วล่ะ ปายจะว่าไงครับ”
“ไม่ว่าไงค่ะ แต่ตอนนี้ปายขอไปห้องน้ำก่อน”
คนสวยส่งยิ้มยั่วยวนแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ แผ่นดินเห็นดังนั้นจึงเดินตามเธอไปทันที
“น้อง เอาไวน์มาอีกแก้ว”
เมื่อไวน์แก้วใหม่ถูกเสิร์ฟลงบนโต๊ะ มาวินก็หยิบขวดสีชาออกมาหยดบางอย่างที่อยู่ในนั้นใส่แก้วไวน์เพียงเล็กน้อยแล้วยกขึ้นเขย่าเบา ๆ ด้วยดวงตาเป็นประกายกร้าวมีรอยยิ้มร้ายแต่งแต้มมุมปาก
ร่างบางเดินออกมาจากห้องน้ำก็ถูกมือใหญ่กระชากจนถลาตามไปในมุมมืด
“นาย”
“คุณตั้งใจจะทำอะไร คุณปาย”
“ทำอะไร ฉันแค่มาดื่มกับวิน ต้องตั้งใจจะทำอะไรด้วยเหรอ แล้วใครใช้ให้นายตามฉันเข้ามาในนี้ บอกให้นั่งรออยู่ที่ล็อบบี้ไม่ใช่หรือไง”
“ถ้าผมไม่ตามมาจะรู้เหรอว่าคุณปายอ่อยผู้ชายคนนั้น”
“มันเรื่องของฉัน ปล่อย ฉันจะไปดื่มต่อ”
เธอสะบัดมือเขาจนหลุดแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะทันที เขาถอนหายใจพรืดก่อนจะเดินกลับไปนั่งมองเธอจากมุมมืดมุมเดิม
“ดื่มอีกแก้วนะครับปาย”
ปราลีรับไวน์แดงแก้วใหม่มาจิบ แต่เขากลับคะยั้นคะยอให้เธอดื่มจนหมดแก้ว ซึ่งคนอย่างปราลีก็ไม่เคยขัดศรัทธาจึงกระดกไวน์แดงแก้วนั้นจนหมด
เพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้น หัวใจดวงน้อยก็เต้นกระหน่ำจนแทบทะลุออกมานอกอก เลือดสูบฉีดวิ่งไหลแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่างก่อนจะกระจุกรวมกันตรงส่วนอ่อนไหวกลางกายสาวจนรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด
“อืม ร้อนจัง”
ปราลีสะบัดผมที่ปกคลุมบ่าบอบบาง มือเล็กปาดเหงื่อที่ผุดพรายเต็มซอกคอ ดวงตากลมโตหรี่ปรือมองเห็นภาพชายหนุ่มตรงหน้าซ้อนกันเป็นสองคน
