บทที่ 4 ฟาดงวงฟาดงา
เสียงทุ้มพยายามเอ่ยออกไปให้ปกติที่สุด ทั้งที่ตอนนี้ใบหน้าหล่อเหลาเหยเก ขมวดคิ้วมุ่ม เม้มปากแน่น หอบหายใจกระเส่าเมื่อเมื่อเซเลบสาวที่เจอกันในงานปาร์ตี้เมื่อคืนกำลังอมรูดท่อนเนื้อใหญ่โตอย่างเมามัน
“ปายขอยกเลิกนัดดินเนอร์ของเราเย็นนี้ไปก่อนนะคะ”
“ทำไมครับ”
เขาแตะไหล่สาวสวยให้หยุดปรนเปรอท่อนเนื้อ ก่อนจะขยับตัวนั่งหลังตรง ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจที่จะโดนเธอเลื่อนนัดอีกแล้ว
เขากะว่าคืนนี้หลังดินเนอร์ อย่างไรก็ต้องพาเธอขึ้นเตียงกับเขาให้ได้ ถ้าไวน์ขวดเดียวไม่พอ คงต้องใช้ยากระตุ้น แต่แผนการทั้งหมดดันพังไม่เป็นท่า น่าหงุดหงิดชะมัด
“พอดีวันนี้ปายต้องกลับไปกินเลี้ยงที่บ้านค่ะ ดินเพิ่งกลับมาจากอเมริกา พ่อปายเลยจัดงานเลี้ยงต้อนรับค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ”
“ใครครับ ดิน”
คิ้วเข้มขมวดมุ่นด้วยความแปลกใจ คุยกับเธอมาตั้งนานไม่เห็นว่าเธอจะเคยพูดถึงชื่อนี้ให้ได้ยิน อีกอย่างเขาสืบประวัติครอบครัวที่แสนร่ำรวยของเธอมาหมดแล้วว่ามีญาติพี่น้องชื่ออะไรบ้าง และเขามั่นใจว่าไม่มีชื่อนี้
“เด็ก...เอ่อ หลานของพ่อค่ะ”
“เอ๊ะ ผมไม่เคยได้ยินชื่อนี้ ลูกพี่ลูกน้องคุณไม่มีชื่อนี้นี่ครับ หรืออาคุณแอบมีเมียน้อยแล้วมีลูกชาย”
“ไม่มีหรอกค่ะ บ้านปายใครจะกล้ามีเมียน้อยคะ มีแต่คนรักเดียวใจเดียวค่ะ”
มาวินลอบเบะปาก คนรักเดียวใจเดียวหรือโง่กันแน่ ทั้งรูปหล่อและร่ำรวยมหาศาล มีปัญญาหาผู้หญิงมาปรนเปรอได้อีกเป็นสิบ เงินและอำนาจเท่านั้นที่จะอุดปากผู้หญิงทุกคนได้ รวมทั้งเมียแต่งตีทะเบียนด้วย ซึ่งถ้าหากเขาได้เป็นเขยตระกูลอธิพัฒน์โภคิน ไม่มีทางที่เขาจะทำตัวโง่ ๆ แบบนั้นแน่
“เหรอครับ แล้วเป็นหลานพ่อปายทางไหนกันล่ะครับเนี่ย ผมเริ่มงงแล้วนะ จะนับญาติกันอย่างไรครับ”
คนหล่อมั่นใจว่าอย่างไรก็ต้องได้เธอคนนี้มาเป็นเมียและต้องได้เป็นลูกเขยตระกูลที่ร่ำรวยติดอันดับของประเทศแน่นอน โดยไม่รู้เลยว่าผู้หญิงอย่างปราลีไม่มีทางตกหลุมพรางของใครง่าย ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่ครองตัวอยู่เป็นโสดมาจนถึงทุกวันนี้
“ดินเป็นหลานที่พ่อกับแม่ปายรับอุปการะค่ะ ส่งเสียให้เรียน แต่เขาเก่งนะคะ สอบชิงทุนไปเรียนเมืองนอกมาเป็นสิบปี”
“อ้อ เด็กในบ้าน”
คำพูดที่หลุดออกมาทำเอาปราลีคิ้วกระตุก นอกจากเธอแล้ว อย่าหวังว่าใครจะมาดูถูกไอ้ลูกเป็ดของเธอง่าย ๆ
“ดินไม่ใช่เด็กในบ้านค่ะ ช่างเถอะ งั้นปายวางนะคะ จะรีบทำงานแล้วรีบกลับบ้านค่ะ”
“ครับ งั้นเราจะไปดินเนอร์กันวันไหนดีครับ”
“เอาไว้ก่อนค่ะ ปายหมดอารมณ์แล้ว แค่นี้นะคะ”
เธอกดวางสายแล้วรีบเข้าห้องทำงานของตัวเองทันที แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อในห้องมีพนักงานเดินวุ่นวายไปหมด
“เข้ามาทำอะไรกันเยอะแยะคะ”
ปราลีกวาดตามองรอบห้องทำงานซึ่งตกแต่งอย่างหรูหรา มุมตรงข้ามกับโต๊ะของเธอมีโต๊ะทำงานตัวใหม่ตั้งอยู่ รวมทั้งคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงานครบชุด
“นี่อะไร”
“เอ่อ ท่านประธานสั่งให้พวกเราเข้ามาจัดโต๊ะให้คุณแผ่นดิน เลขาคนใหม่ของคุณปายค่ะ”
“แล้วเอาโต๊ะหมอนั่นมาไว้ในห้องฉันทำไม ขนออกไปหน้าห้องให้หน่อยนะคะ”
เธอออกคำสั่งแล้วเดินกลับไปนั่งไขว่ห้างที่เก้าอี้ประจำตัว ก่อนจะเปิดแฟ้มงานมากมายบนโต๊ะเพื่อเคลียร์งาน จะได้รีบกลับไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อรอต้อนรับลูกชายนอกสายเลือดของพ่อ
แต่แล้วก็ต้องเงยหน้าจากแฟ้มเมื่อรู้สึกว่าคำสั่งของตนไม่ได้รับการตอบสนองจากพนักงานพวกนั้น
“อ้าว ทำไมยังไม่ขนโต๊ะพวกนี้ออกไปอีก”
“เอ่อ ไม่ได้ค่ะคุณปาย ท่านประธานสั่งเอาไว้ว่าให้จัดโต๊ะของคุณแผ่นดินที่ห้องนี้เท่านั้น ห้ามย้ายออกไปข้างนอกเด็ดขาด ไม่ว่าคุณปายจะว่าอย่างไรก็ตามค่ะ ส่วนข้างนอกเป็นโต๊ะของคุณมารี เลขาคนใหม่อีกคนที่จะมาทำงานพรุ่งนี้พร้อมคุณแผ่นดินค่ะ”
“ก็ฉันไม่สะดวกให้ใครมานั่งจ้องหน้าตอนทำงาน ย้ายออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ”
คนสวยฟาดงวงฟาดงา พนักงานทุกคนที่กำลังจัดของเข้าที่ก้มหน้างุด แต่ก็ไม่มีใครยอมยกของพวกนี้ออกไปจากห้องของเธอสักคน
“เอ่อ ขอโทษนะคะคุณปาย รบกวนคุณปายคุยกับท่านประธานเองดีไหมคะ พวกดิฉันแค่ทำตามคำสั่งของท่านประธานค่ะ ถ้าพวกดิฉันขัดคำสั่ง ต้องเดือดร้อนแน่ ๆ”
เธอถอนหายใจแล้วโบกมือไล่พนักงานทุกคนออกไป ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งจับจ้องไปยังโต๊ะทำงานเจ้าปัญหาด้วยแววตาวาววับแม้จะไม่มีเจ้าของโต๊ะมานั่งอยู่ตรงนั้นก็ตาม
“ไอ้ลูกเป็ด คอยดูนะ ฉันจะทำให้นายกระเด็นออกไปจากห้องฉันแทบไม่ทันเลย”
ปราลีลงจากรถ กำลังจะเดินเข้าบ้านก็ต้องปรายตามองไปยังสวนข้างคฤหาสน์ที่กำลังจัดงานเลี้ยงกันวุ่นวายไปหมด ก่อนจะเบะปากแล้วเดินกลับขึ้นตึกไปโดยไม่ได้เห็นเลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจากมุมตึกมองตามเธอไม่วางตา
“เอ๊ะ ทำไมยัยปายยังไม่ลงมาอีก งานจะเริ่มแล้ว พี่น้อยหน่าช่วยขึ้นไปตามให้หน่อยสิคะ”
“ได้ค่ะคุณผู้หญิง”
รินรดา ชะเง้อมองลูกสาวที่ปกติไม่เคยสายให้เสียมารยาท แต่วันนี้ทุกคนมากันครบจนนั่งประจำที่หมดแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นแม้เงา
“คงจะงอนพี่ ทั้งพี่ทั้งเจ้าแปงบังคับหลายเรื่อง”
ปรินทร์ ส่ายหน้าทั้งรักทั้งระอา แต่พยายามอย่างยิ่งที่จะใจแข็งเพราะไม่อยากให้ลูกสาวเสียคน
“ดีแล้วค่ะพี่ปรินซ์ ถ้าไม่บังคับเลยยัยปายก็จะเสียคน โตขนาดนี้แล้วยังไม่ได้เรื่อง ยาหยีขอโทษนะคะที่สั่งสอนลูกไม่ดี”
“คิดมากครับที่รัก ยาหยีทำดีที่สุดแล้ว ลูกเราก็เลี้ยงได้แค่ตัว ยัยปายก็ถูกพี่ตามใจตั้งแต่เด็ก ถ้าจะโทษต้องโทษพี่ครับ”
มือใหญ่กุมมือเล็กของเมียรัก ไม่อยากให้เธอโทษตัวเอง เพราะเธอทำหน้าที่ของแม่ได้ดีที่สุดแล้ว แต่ลูกสาวกลับมีนิสัยต่างจากคนเป็นแม่ราวฟ้ากับเหว
