บทที่ 2 2

“ตาคิน” กานต์ธิดาเสียงเขียวใส่บุตรชาย ด้วยความไม่ชอบใจ

“ครับคุณแม่ เอ่อ...แอนนี่ นี่คุณพ่อกับคุณแม่ของผม และนั่นน้าธี แม่แพท และก็ตะวันครับ” สาวสวยยกมือไหว้อย่างนอบน้อม หวังเรียกคะแนนความเอ็นดูในสายตาของบิดามารดา และญาติๆ ของชายหนุ่มที่รัก แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล

“หวัดดีจ้ะหนู” ภาคีเอ่ยทักทายเพื่อนสาวของบุตรชาย ตามฉบับผู้ใหญ่ที่ใจดี ส่วนกานต์ธิดาเธอไม่พูดอะไร นอกจากรับไหว้เฉยๆ กลับถึงบ้านเมื่อไหร่ คงต้องซักฟอกลูกชายตัวดีสักหน่อย เธอหันไปมองว่าที่ลูกสะใภ้คนสวย ที่กำลังมองบุตรชายเธอตาละห้อย ช่างน่าสงสารเหลือเกิน

“แม่ว่าเรารีบกลับกันเถอะตาคิน แม่รู้สึกเหนื่อยๆ” อนาคินหันไปเอ่ยลาเพื่อนสาว ก่อนจะรีบเข็นรถเดินตามบิดามารดาไปที่ลานจอดรถอย่างรีบเร่ง

“แพทอย่าลืมงานฉลองเย็นนี้นะจ๊ะ” กานต์ธิดาหันไปกำชับเพื่อนรัก ก่อนขึ้นรถตามสามีไป

บรรยากาศภายในรถดูอึมครึมจนน่าอึดอัด อนาคินหันไปสะกิดแขน และกระซิบกระซาบบิดาเบาๆ ท่านเพียงแต่ส่ายหน้าให้เท่านั้น ทำให้เขาได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ หลังจากนั้นก็นั่งเงียบไปตลอดทางจนถึงบ้านอัครภาค ทันทีที่อนาคินก้าวเท้าลงจากรถ ชายหนุ่มมองสำรวจไปรอบๆ บริเวณ ด้วยความคิดถึง ภาคีเดินเข้าตบบ่าบุตรชาย ให้เดินตามเข้าไปในบ้าน

“ตาคินอย่าพึ่งขึ้นห้อง แม่ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ” กานต์ธิดาเดินนำบุตรชายเข้าไปนั่งที่ห้องรับแขก

“แต่ว่า...ตาคินพึ่งกลับมาเหนื่อยๆ นะธิดา ให้ลูกไปพักผ่อนก่อนดีกว่ามั้ย”

“ธิดาจะคุยกับตาคิน พี่คีย์ห้ามยุ่ง” เมื่อถูกภรรยาสุดที่รักตวาดให้ ภาคีทำหน้าจ๋อยถึงกับพูดอะไรไม่ออก

“คุณแม่มีอะไรจะคุยกับผมหรือครับ” ร่างสูงทรุดตัวนั่งลงข้างๆ มารดา รอรับฟังอย่างตั้งใจ

“แม่จะให้เราหมั้น”

“คุณแม่/ธิดา” สองหนุ่มต่างวัยถึงกับเบิกตากว้าง ด้วยความตกใจในคำพูดของกานต์ธิดา

“ไม่! ผมไม่ยอม ผมจะไม่หมั้นกับใครทั้งนั้น” อนาคินลุกยืนปฏิเสธเสียงแข็ง หัวเด็ดตีนขาดอย่างไงเขาจะไม่หมั้นเด็ดขาด เรื่องนี้ก็ไม่มีใครมาสามารถบังคับเขาได้ และมารดาเขาช่างชอบสรรหา พาสาวๆ หลายคนมาแนะนำให้เขารู้จัก ล้วนมีคุณสมบัติเพียบพร้อมไปทุกอย่าง แต่เขาก็ปฏิเสธทุกครั้ง เพราะเขาได้มอบใจให้น้องน้อยเพียงตะวันแต่เพียงผู้เดียวและตลอดไป

“แล้วคินจะไม่ถามแม่สักหน่อยเหรอ ว่าแม่จะให้หมั้นหมายกับใคร” กานต์ธิดาพยายามพูดกับบุตรชายอย่างใจเย็นที่สุด

“ไม่ครับคุณแม่ ผมไม่อยากรับรู้หรือว่ายุ่งเกี่ยวอะไรกับผู้หญิงคนนั้น แต่ก็คงไม่พ้นพวกผู้หญิงไร้ยางอาย ถึงได้กล้าเสนอตัวให้ผู้ชาย ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้า หรือว่ารู้จักนิสัยใจคอกันมาก่อน” อนาคินรู้สึกเกลียดชังผู้หญิงที่มารดาต้องการให้หมั้นหมาย ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน แม้แต่ชื่อเขายังไม่อยากจะได้ยิน ให้อารมณ์ขุ่นมัวไปมากกว่านี้

“ตาคิน! ทำไมถึงปากคอเราะร้ายแบบนี้ นิสัยเหมือนพ่อเราไม่มีผิด ปากร้าย ชอบทำร้ายจิตใจผู้หญิงเป็นที่หนึ่ง” กานต์ธิดาหันไปพูดกระทบสามีที่นั่งรับฟังอยู่อย่างสงบเสงี่ยม

“โธ่! ธิดาจ๋า ไม่เห็นจะเกี่ยวกับพี่ตรงไหนเลยนะ”

“เกี่ยวสิ ก็พ่อลูกกัน ถอดนิสัยกันมาไม่มีผิดเพี้ยน” ทำให้ภาคีถึงกับอึกอักเถียงไม่ออก เป็นลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ

“พอเถอะครับคุณพ่อคุณแม่ อย่าทะเลาะกันเพราะผมเลยครับ” อนาคินรีบร้องห้าม ก่อนจะมีเรื่องบานปลายไปมากกว่านี้ ทำให้เขารู้สึกผิด ที่ทำให้บิดามารดาทะเลาะกันเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง เป็นเพราะผู้หญิงไร้ยางอายคนนั้นคนเดียว ชายหนุ่มมิวายกล่าวโทษตัวต้นเหตุของเรื่อง

“เอาล่ะ แม่อยากรู้ว่าลูกมีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธการหมั้นหมายครั้งนี้ ไม่แน่นะ ถ้าลูกรู้ว่าเธอเป็นใคร ลูกอาจจะรีบให้แม่ไปสู่ขอ พรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำ”

“เอ่อ...ผมมีคนรักแล้วครับ” ทันทีที่อนาคินพูดจบ เสียงของตกดังขึ้นที่หน้าห้องรับแขก ทำให้ทุกคนถึงกับหยุดชะงัก

“อ้าวหนูตะวันนั่นเอง” ภาคีร้องทักหลานสาวสวยด้วยความแปลกใจ ส่วนอนาคินถึงกับดีใจจนออกนอกหน้า รีบเดินเข้าไปหาสาวน้อยหวานใจของเขาทันที

“ขอโทษค่ะที่ตะวันมาขัดจังหวะ คือตะวันลืมมอบของขวัญให้พี่คินค่ะ ขอต้อนรับการกลับบ้านนะคะพี่คิน” ชายหนุ่มเอื้อมไปรับ แถมจับมือสาวน้อยไม่ยอมปล่อย ส่งสายตาหวานเชื่อมให้อย่างไม่เกรงใจใคร

“ขอบคุณครับตะวัน” เสียงกระแอมของบิดาดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตัว ยิ้มออกมาด้วยความเก้อเขิน

“หนูตะวันมานั่งใกล้ๆ แม่สิลูก” กานต์ธิดากวักมือเรียกสาวน้อยหน้าหวานเข้ามานั่งข้างๆ

“อยู่ทานข้าวเที่ยงกับแม่ก่อนนะลูก” ใบหน้าสวยดูหมองเศร้าจนเห็นได้ชัดเจน กานต์ธิดาจึงยกมือขึ้นโอบกระชับอย่างปลอบโยน

“วันนี้ตะวันคงอยู่ทานด้วยไม่ได้ค่ะคุณแม่ พอดีตะวันนัดกับเพื่อนไว้”

“ยกเลิกนัดกับเพื่อนไม่ได้เหรอตะวัน อยู่คุยกับพี่ก่อนสิครับ” อนาคินทรุดตัวนั่งลงข้างๆ ร่างเล็ก

“คงไม่ได้หรอกค่ะพี่คิน งั้นตะวันขอตัวก่อนนะคะคุณแม่ คุณลุง” หญิงสาวหันไปลาบุคคลที่เคารพรักทั้งสอง

“เดี๋ยวพี่เดินไปส่งที่รถนะครับ” อนาคินถือวิสาสะจับข้อมือเล็ก ก็จะพาเดินออกไปจากห้องรับแขกทันที ด้วยไม่สนใจสีหน้างุนงงของบุพการีทั้งสอง

“ตะวันจะมางานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาเย็นนี้หรือเปล่า” ชายหนุ่มรีบเดินไปเปิดประตูรถเบนซ์คันหรูให้เธอตามแบบฉบับ สุภาพบุรุษที่พึงกระทำต่ออิสตรี

“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวก้าวเท้าไปขึ้นนั่งบนรถเป็นที่เรียบร้อย โดยมีอนาคินปิดประตูรถตามหลังให้

“ตะวันยังไม่ตอบคำถามพี่เลย ว่าเย็นนี้จะมาหรือเปล่า” อนาคินเห็นความลังเลในดวงตาคู่สวย เหมือนเธอกำลังคิดหนัก

“ตะวันไม่แน่ใจว่าจะทำธุระเสร็จทันหรือเปล่าค่ะ”

“ธุระของตะวัน คงมีความสำคัญมากกว่าพี่ชายคนนี้ใช่มั้ย” ชายหนุ่มรู้สึกน้อยใจ ที่เธอไม่ให้ความสำคัญ

“เอ่อ...ถ้าทำธุระเสร็จแล้ว ตะวันจะรีบมาค่ะ” แค่เห็นแววตาที่ตัดพ้อของชายที่รัก ทำให้หญิงสาวปฏิเสธเขาไม่ลง

“จริงๆ นะตะวัน แล้วพี่จะรอ” เพียงตะวันฝืนยิ้มให้ชายหนุ่มก่อนจะขับรถออกไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป