บทที่ 5 5

“เดี๋ยวแม่จะบอกน้องให้นะ คินไม่ต้องคิดมากหรอกลูก” แพทชยาเห็นสายตาเศร้าๆ ของชายหนุ่มรุ่นลูกก็รู้สึกสงสารจับใจ และอดตำหนิบุตรสาวในใจไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะรีบร้อนไปไหนกัน น่าจะอยู่ให้จบๆ งานไปก่อน

“เอ่อ...แม่แพทครับ พรุ่งนี้ให้น้องมาพบผมที่บริษัทได้หรือเปล่าครับ ผมอยากจะทานข้าวกับน้องสักมื้อหนึ่ง” เมื่อเพียงตะวันหลีกเลี่ยงที่จะเจอหน้าเขา เขาคงต้องเข้าทางมารดาของหญิงสาวนี่แหละ ชายหนุ่มกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ

“แม่คงรับปากคินตอนนี้ไม่ได้ คงต้องถามน้องดูก่อน”

“แพทกลับกันเถอะ ดึกมากแล้ว พี่เป็นห่วงยัยหนูด้วย ไม่รู้กลับมาหรือยัง”

“ค่ะพี่ธี แม่กลับก่อนนะตาคิน เรื่องน้องเดี๋ยวแม่จะบอกให้” แพทชยาหันไปบอกชายหนุ่มก่อนกลับ

“น้ากลับก่อนนะตาคิน” อนาคินเดินไปส่งว่าที่พ่อตาแม่ยายเขาในอนาคตที่รถ ก่อนจะกลับเข้าในบ้าน ยืนลังเลอยู่สักพัก ก่อนตัดสินใจโทรหาเพียงตะวัน อยากรู้ว่าเธอไปไหนกันแน่ ถึงได้กล้าหนีออกจากงานเลี้ยง โดยไม่บอกเขาสักคำ น่าจะจับมาลงโทษเสียให้เข็ด ชายหนุ่มรอสายเพียงไม่นาน

“ตะวันอยู่ไหน” เสียงเข้มกรอกลงตามสายทันที ก่อนที่ปลายสายจะพูดอะไรออกมา

“แกเป็นใครวะ โทรมาหานางฟ้าของฉันทำไมฮะ” เมื่อได้ยินว่าผู้ชายรับสายแทนหญิงสาว อนาคินถึงกับโกรธจนหูอื้อ ตาลายไปหมด มันเป็นใคร กล้าดีอย่างไง มาเรียกน้องน้อยของเขาว่านางฟ้า ชายหนุ่มคิดแล้วขบเคี้ยวขบฟันด้วยความโมโห

“แกเป็นใครวะ กล้าดียังไงมารับสายแทนเพียงตะวัน” อนาคินเค้นเสียงถาม ขบกรามเป็นสันนูน นัยน์ตาแทบลุกเป็นไฟ ความหึงหวงเริ่มเข้าครอบงำจิตใจจนระงับไว้ไม่อยู่

“ฉันเป็นใคร แล้วมันเกี่ยวอะไรกับแกด้วยวะ” น้ำเสียงยียวนตอบกลับมา ทำให้อนาคินควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ กำมือทั้งสองข้างไว้แน่น ยืนสั่นเทิ้มไปทั้งร่างใหญ่ โกรธที่หญิงสาวไปกับผู้ชายคนอื่น โกรธที่ไม่รักษาสัญญาที่เธอเคยให้ไว้กับเขา ชายหนุ่มถึงกับเหวี่ยงโทรศัพท์มือถือไปกระแทกฝาผนังห้องรับแขกสุดแรง หล่นลงกับพื้น แตกละเอียดแทบไม่มีชิ้นดี

“ทำไมตะวัน? ทำไมทำกับพี่แบบนี้! พี่ไม่ยอม” อนาคินแผดเสียงตะโกนลั่นห้องรับแขกด้วยความคับแค้นใจ แทบจะระเบิดออกมาเป็นจุณ ใจร้อนรุ่มเหมือนโดนไฟเผาผลาญ

“ตาคินเป็นอะไรลูก” กานต์ธิดาวิ่งหน้าตาตื่นลงมาดูบุตรชายด้วยความเป็นห่วง ภาคีก็ตกใจไม่แพ้กัน

“คุณพ่อผมขอกุญแจรถหน่อย” อนาคินไม่สนใจที่จะตอบคำถามมารดา เพราะอารมณ์ของเขาตอนนี้กำลังเดือดพล่านจนไม่พร้อมที่จะตอบคำถามใคร

“แกจะไปไหนตาคิน พ่อไม่ให้แกไปไหนทั้งนั้น อารมณ์แบบนี้ จะออกไปข้างนอกได้ยังไง” ภาคีพูดเสียงเครียดใส่บุตรชาย

“ผมจะไปจัดการคนผิดสัญญา” ตอนนี้อนาคินไม่คิดจะฟังเสียงใครทั้งนั้น ถ้าเขาไม่ได้จัดการกับคนผิดสัญญาคืนนี้ เขาคงนอนไม่หลับเป็นแน่

“ลุงสมชายอยู่ไหน ลุงชาย!” อนาคินตะโกนเรียกลูกน้องคู่ใจของบิดาเสียงดังลั่นบ้าน ทำให้บรรดาสาวใช้ที่กำลังเก็บของที่อยู่สนามถึงกับตกใจ แตกตื่นกันเป็นแถว

“มีอะไรครับคุณหนู” สมชายพึ่งอาบน้ำเสร็จ วิ่งหน้าตาตื่นออกมา

“ลุงสมชายกุญแจรถอยู่ไหน” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น มีสีหน้าที่บึ้งตึง ราวกับว่ากำลังจะไปฆ่าใคร ช่างถอดแบบเจ้านายของเขาออกมาไม่มีผิดเพี้ยน

“เอ่อ...กุญแจรถแขวนไว้ที่ห้องครัวครับคุณหนู” อนาคินรีบวิ่งตรงไปที่ห้องครัวทันที โดยไม่สนใจเสียงห้ามปรามของบิดามารดา

“ตาคินบอกพ่อสิ ว่าเกิดอะไรขึ้น” ภาคีเดินเข้าไปขวางบุตรชายที่หน้าประตูรถ

“พ่อหลีกทางให้ผม ผมจะรีบไป” อนาคินกล่าวเสียงเครียดใส่บิดา ที่ท่านมายืนขวางทางเขา

“ไม่! ถ้าแกไม่ยอมบอกพ่อ ว่าจะไปไหน พ่อจะยืนขวางแกอยู่แบบนี้แหละ” ภาคียืนประจัญหน้ากับบุตรชาย จนอนาคินทนไม่ไหวจึงตัดสินใจเดินเลี่ยงออกไปที่ประตูหน้าบ้านทันที เมื่อเอารถออกจากบ้านไม่ได้ เขาจึงเรียกใช้บริการรถแท็กซี่แทน จะขอร้องบิดาก็ดูจะเปล่าประโยชน์ อย่างไรท่านก็คงขวางทางเขาถึงที่สุด แต่ในใจเขาตอนนี้ร้อนรุ่มไปหมด ต้องการถามเพียงตะวันให้รู้เรื่อง ทำไมเธอถึงกล้าขัดคำสั่งเขา คำพูดของเขาไม่มีความหมายกับเธอหรือว่าอย่างไร

“พี่คีย์คะ ตาคินเป็นอะไรไปคะ” ภาคีหันไปโอบกอดภรรยาอย่างปลอบใจ ที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างๆ คงตกใจในการกระทำของบุตรชายอยู่ไม่ใช่น้อย

“เดี๋ยวพี่จะรอถามแกเอง ธิดาขึ้นไปพักผ่อนเถอะ” ภาคีกล่าวกับภรรยาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน เพราะเขารู้ว่าเธอคงช็อกอยู่

“ธิดาคงนอนไม่หลับหรอกค่ะ ถ้าตาคินยังไม่กลับบ้าน” กานต์ธิดาเข้าไปสวมกอดสามีไว้แน่น กลัวบุตรชายจะเกิดอันตราย

“ขึ้นห้องเถอะธิดา เดี๋ยวพี่พาไป ดูสิหน้าซีดแทบไม่มีสีเลือด วันนี้ธิดาก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว มัวแต่วุ่นๆ กับงานตาคินทั้งวัน ควรจะพักผ่อนได้แล้วรู้มั้ย ไม่ต้องห่วงตาคินหรอก เดี๋ยวแกก็กลับมาเอง” ภาคีประคองภรรยาเดินขึ้นห้องอย่างทนุถนอม

“ไม่รู้แกโกรธใครนะคะพี่คีย์” ภาคีลูบไล้แผ่นหลังบางของภรรยาอย่างปลอบใจ เพียงไม่นานกานต์ธิดาก็ผล็อยหลับไปด้วยความเพลีย

แต่ภาคีกลับนอนไม่หลับ เพราะเป็นห่วงบุตรชาย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้โกรธดั่งพายุบุแคมแบบนี้ เป็นใครกันที่มีอิทธิพลเหนือจิตใจบุตรชายเขาแบบนี้ ถึงกับควบคุมสติอารมณ์ของตัวเองไม่อยู่ แม้แต่คนเป็นพ่ออย่างเขา ก็ยังไม่สามารถห้ามได้ ภาคีค่อยๆ ยกแขนภรรยาออกจากลำตัวทีละข้าง ก่อนจะลุกออกจากห้องไป เพื่อรอบุตรชายกลับ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป