บทที่ 10 10

“แม่คิดแบบนี้ได้ยังไง นี่เท่ากับว่าแม่ขายหนูให้เขาเลยนะ” กานต์ธีราพูดเสียงแผ่วไม่คิดว่าแม่จะคิดอะไรไปไกลขนาดนี้

“ขายอะไรล่ะก็แค่หาผัวรวย ๆ ให้ หรือเราอยากลำบากเหมือนแม่” ญาณีขึ้งตาดุใส่ลูกสาว

“ที่แม่ลำบากเพราะแม่ทำตัวเอง ถ้าแม่ไม่ติดการพนันไม่ก่อหนี้สินเยอะขนาดนี้ก็คงอยู่สบายไปแล้ว ทุกวันนี้หนูก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าแม่เอาเงินเขาไปทำอะไรมากมาย แล้วอีกอย่างนะคะแม่มั่นใจได้ยังไงว่าเขาจะยอมให้หนูเป็นเมียเขา อย่างมากก็แค่นางบำเรอและหนูก็จะไม่ทำอะไรแบบนั้นด้วย” กานต์ธีราพูดยืดยาวหวังให้แม่ได้คิดเฉลียวใจบ้าง คนระดับอย่างอัคนีไม่มีทางที่เขาจะเชิดหน้าชูตาลูกหนี้อย่างเธอที่มีแม่ติดการพนันอย่างหนักเป็นเมียออกหน้าแน่

“พูดมาก เอาเป็นว่ายังไงเราก็ต้องไปอยู่ที่บ้านของคุณอัคนีเขา ถ้าไม่ทำแม่จะหนีไปให้ไกลไม่กลับมาที่บ้านนี้อีกเลย” ญาณีโยนไพ่ใบสุดท้ายทิ้ง เพราะรู้ว่ายังไงกานต์ธีราก็ไม่มีทางยอมให้เธอหนีไปไหนแน่

กานต์ธีรามองหน้าแม่อย่างตัดพ้อที่ท่านเอาเรื่องนี้มาขู่บังคับให้เธอเดินเข้าไปดงเสือร้าย ที่พูดแบบนี้เพราะสายตาเย้ยหยันดูถูกที่อัคนีมองมาที่เธอทำให้รู้ว่าผู้ชายคนนี้อันตรายและไม่ควรอยู่ใกล้ที่สุด

“ตกลงตามนี้ไม่ต้องเถียงอีกนะ ออกไปได้แล้วปล่อยให้คุณอัคนีรอมันน่าเกลียด” พูดจบญาณีก็ดึงแขนกานต์ธีรากลับไปที่ห้องรับแขก

“ตกลงว่ายังไงครับ” อัคนีถามขึ้น

“ตกลงพวกเรารับข้อเสนอของคุณอัคนีค่ะ” ญาณีตอบเองเสร็จสรรพ กานต์ธีราน้ำตาคลอและเม้มปากแน่นเพราะกลัวว่าตัวเองจะหลุดสะอื้นออกมา

อัคนีมองหน้าญาณีรวมไปถึงกานต์ธีราแล้วยกยิ้มมุมปากอย่างดูถูก ซึ่งกานต์ธีราเห็นเต็ม ๆ เธออยากจะเอ่ยอะไรขึ้นมาบ้าง แต่เพราะแรงบีบมือจากแม่ทำให้เหมือนคนน้ำท่วมปากพูดอะไรไม่ออกได้แต่ก้มหน้ารับสภาพไป

“ถ้าอย่างนั้นคุณญาณีก็จดรายละเอียดหนี้สินทั้งหมดมาให้ผมดูอีกทีแล้วอีกสองวันผมจะมาหาที่นี่และไปใช้หนี้ให้ครับ”

“ได้ค่ะ ขอบคุณคุณอัคนีมากนะคะที่เมตตาฉันและเกรซ” ญาณีพูดอย่างดีใจและไม่เก็บอาการสักนิด โดยไม่เฉลียวใจเลยว่าเพราะอะไรนักธุรกิจอย่างอัคนีต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ถ้าเขาไม่ได้อะไรตอบแทนที่คุ้มค่า

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” พูดจบอัคนีก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากบ้านไปพร้อมกับคนสนิทที่เดินตามหลัง

++++++

วันนี้เป็นวันครบกำหนดที่อัคนีจะมาใช้หนี้ให้กับแม่แล้ว และเธอต้องเข้าไปอยู่ในบ้านของเขาในฐานะลูกหนี้หรือตัวค้ำประกัน แม้หน้าที่การงานที่กำลังเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แต่ในใจเธอกลับมีความระแวงตลอดเวลาเรื่องที่ตัวเองต้องเข้าไปอยู่ในบ้านของอัคนี

“เก็บของเรียบร้อยหรือยังเดี๋ยวคุณอัคนีจะมาแล้วนะ” ญาณีเปิดประตูห้องนอนลูกสาวเข้ามา

“เรียบร้อยแล้วค่ะ” กานต์ธีราตอบเสียงแผ่วและมองไปรอบ ๆ ห้องนอนที่ตัวเองอยู่มาตั้งแต่เด็กด้วยอย่างใจหาย

“ทำหน้าให้มันดี ๆ หน่อย ชีวิตกำลังจะดีขึ้นแท้ ๆ” ญาณีพูดอย่างไม่สบอารมณ์ที่เห็นกานต์ธีราทำหน้าเหมือนกำลังจะไปตายอย่างนั้นแหละ

“แม่คิดอย่างนั้นเหรอคะ แต่หนูไม่รู้สึกแบบนั้นเลย”

“ลงไปรอคุณอัคนีข้างล่างได้แล้วมัวแต่พูดมากไร้สาระอยู่ได้”

กานต์ธีราและญาณีนั่งรออยู่ครบชั่วโมงคนที่รอก็มาถึงพร้อมกับคนสนิทที่เดินหน้านิ่งเข้ามา

“ขอโทษที่ให้รอนานครับ” อัคนีพูดแล้วนั่งลงที่โซฟาตัวยาว ส่วนไกรก็ยืนอยู่ไม่ห่างในมือของชายหนุ่มมีซองเอกสารสีน้ำตาลอยู่ด้วย

“ไม่เป็นไรคะ คุณอัคนีจะดื่มอะไรก่อนไหมคะ” ญาณีถามออกมา

“ไม่เป็นไรครับ ผมว่าเรามาจัดการเรื่องธุระของเราให้เสร็จดีกว่า” อัคนีพูดแล้วหันไปรับซองเอกสารจากคนสนิทที่ส่งมาให้อย่างรู้หน้าที่

“นี่เป็นเอกสารหนี้ชุดใหม่ที่ผมทำขึ้น เพราะฉบับเก่าคงต้องยกเลิกไป”

“อ่านเอกสารให้ครบนะครับ ส่วนจำนวนเงินผมจะกรอกที่หลังเมื่อไปใช้หนี้ให้คุณญาณีเรียบร้อยแล้ว” อัคนีพูดขึ้นพร้อมกับเลื่อนซองเอกสารให้สองแม่ลูกได้ดู

ญาณีหยิบเอกสารขึ้นมาอ่านคร่าว ๆ อย่างไม่ใส่ใจและหยิบปากกาขึ้นมาเพื่อจะเซ็น แต่กานต์ธีราคว้าเอาไว้ก่อนแล้วพูดขึ้นมา

“อะไรของเรายัยเกรซ” ญาณีหันมาถามลูกสาวเสียงเขียว

“ฉันขอยังไม่เซ็นชื่อตอนนี้นะคะ รอให้การชำระหนี้เรียบร้อยก่อนแล้วฉันถึงจะเซ็นค่ะ” กานต์ธีราพูดเพราะเห็นว่าแม่ไม่ได้อ่านอย่างละเอียด

อัคนียิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าหญิงสาวฉลาดทันคนดี รู้จักรอบคอบไม่เหมือนผู้เป็นแม่ที่เห็นเงินก็ประมาทไม่อ่านรายละเอียดให้ดี แต่ถึงอย่างนั้นเขาเองก็ไม่ได้เล่นแง่อะไรเลยไม่มีอะไรต้องกังวล

“ตามสบาย ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเลยดีไหม”

กานต์ธีราพยักหน้าแล้วเดินตามอัคนีเข้าไปนั่งในรถคันหรูเพื่อไปจ่ายหนี้ให้แม่ที่มีประมาณห้าที่ แต่ละที่หลักแสนทั้งนั้น ตอนที่เห็นเธอแทบจะเป็นลมเพราะไม่คิดว่าแม่จะหมกเม็ดเรื่องหนี้สินไว้เยอะขนาดนี้

อัคนีลอบสังเกตสองคนแม่ลูกแล้วต้องยิ้มเยาะเย้ยในใจ ญาณีดูจะมีความสุขที่ได้ใช้หนี้และได้นั่งในรถคันหรูแบบนี้ ซึ่งต่างไปจากกานต์ธีราที่มีทีท่าทางสงบนิ่งมาก สายตาของหญิงสาวมองออกไปนอกรถไม่ได้สนใจความหรูหราที่อยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป