บทที่ 4 4
“โทรศัพท์ไม่ได้เปิดเสียง มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”
“มีค่ะ เมื่อเย็นมีคนมาหาแม่ที่บ้าน” เธอตัดสินใจพูดออกมาเลยเพราะรู้ว่าแม่กำลังหาทางชิงหนี
ญาณีชะงักไปนิดเมื่อได้ยินที่ลูกสาวพูด เพราะรู้ว่าวันนี้จะมีคนมาหาเธอเลยหนีออกไปอยู่บ้านเพื่อนมา
“แม่จะไม่ถามหนูเหรอว่าเขาชื่ออะไร หรือว่าแม่รู้อยู่แล้วว่าวันนี้เขาจะมาแม่เลยหนี” กานต์ธีราไล่ถามจี้เรื่อย ๆ
“รู้ มีอะไรอีกไหมง่วงนอนอยากนอนแล้ว” ญาณีพูดและเดินเลี่ยงออกจากครัวไปแต่ก็ต้องชะงักอีกรอบเมื่อได้ยินเสียงตัดพ้อของลูกสาวที่ดังมา
“คนนั้นเป็นเจ้าหนี้อีกคนของแม่ใช่ไหม แม่เป็นหนี้เขาอีกเท่าไร แล้วแม่ก็ทิ้งให้หนูรับหน้าเขาคนเดียวถ้าเกิดพวกเขาทำอะไรหนูขึ้นมาแม่จะทำยังไง” กานต์ธีราถามด้วยเสียงสั่นเครือ ตั้งแต่อยู่กันตามลำพังเธอต้องตามใช้หนี้ที่แม่ก่อไว้ไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง ทุกครั้งมันก็หนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าแม่เป็นหนี้ผู้ชายที่ชื่ออัคนีเท่าไร
“แล้วเราเป็นอะไรไหมล่ะ อย่ามาถามเซ้าซี้ได้ไหม ถ้าอยากรู้ก็ไปถามเขาเองว่าฉันเป็นหนี้เท่าไร” พูดจบญาณีก็เดินหนีขึ้นห้องไปทันที
กานต์ธีราส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจและปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ แม่ไม่เคยเป็นห่วงเลยว่าเธอจะอยู่ยังไง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแม่ที่แสนดีคนเดิมหายไปไหน ไม่คิดเลยว่าผีพนันจะน่ากลัวขนาดนี้ และไม่รู้วันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น เธอจะรับมือกับเรื่องพวกนั้นได้ไหม แต่ไม่ว่าแม่จะเป็นยังไงก็ไม่เคยคิดจะทิ้งให้ท่านเจอเรื่องร้าย ๆ คนเดียว
แม้จะเป็นวันหยุดแต่คนขยันอย่างอัคนีก็ไม่เคยพักเหมือนคนอื่น ด้วยความที่งานเยอะและตัวเองเป็นคนละเอียดทำให้งานทุกอย่างต้องผ่านตาทุกชิ้นกันความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ยิ่งธุรกิจในมือมีเยอะเขายิ่งต้องละเอียดและเข้มงวดมากขึ้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับประตูเปิดเข้ามา และคนที่เข้ามาก็ไม่ใช่ใครแต่เป็นลูกน้องคู่ใจนั่นเอง
“เอกสารของคุณญาณีที่นายต้องการได้แล้วครับ” ไกรวางซองเอกสารให้เจ้านายแล้วขยับมายืนรอรับคำสั่ง
อัคนีหยิบเอกสารมาอ่านทีละแผ่นอย่างตั้งใจทำให้รู้ว่าหญิงสาวร่างบางที่เขาเห็นวันนั้นอายุห่างจากเขาแปดปีเลย พออ่านจบก็ต้องถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองหน้าลูกน้องคนสนิท
“ผีพนันนี่น่ากลัวนะ เสียดายอายุก็เยอะแล้วแต่คิดไม่ได้ คิดยังไงสร้างหนี้ไปทั่วขนาดนี้” เขาให้ไกรตามสืบเรื่องของญาณีเพิ่มขึ้นเพราะตอนนี้มันเลยกำหนดใช้หนี้คืนมาหลายวันแล้ว และญาณีเองก็ไม่ได้โทรติดต่อมาหาเลยแค่นี้ก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะหนีไม่ใช้หนี้ ที่จริงเรื่องปล่อยเงินกู้เขาไม่ได้อยากทำแต่เพราะคุณย่าของเขาเป็นคนเริ่มทำแล้วท่านเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปีที่แล้วทำให้ทุกอย่างตกมาเป็นหน้าที่ของเขาที่เป็นทายาทเพียงคนเดียวของท่าน
“แล้วลูกสาวไม่ได้ห้ามหรือเตือนแม่ตัวเองเลยหรือไง”
“ผมถามชาวบ้านแถวนั้นก็ได้รู้ว่าคุณกานต์ธีราเป็นคนประหยัดมากครับ ส่วนมากจะหมดเงินไปเพราะตามใช้หนี้ให้คุณญาณี ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าคุณญาณีเป็นคนที่ดื้อรั้นใครเตือนเรื่องการใช้เงินก็ไม่ค่อยเชื่อขนาดลูกสาวพูดยังทะเลาะกันเสียงดังลั่นบ้านเลยครับ” ไกรรายงานตามที่เขาได้แอบไปถามจากชาวบ้านแถวนั้นมา
“ถ้าอย่างนั้นฉันคงต้องไปพูดคุยกันหน่อยแล้ว ดูสิว่าถ้าเป็นฉันเขาจะเชื่อไหม” อัคนีพูดอย่างอ่อนใจ
“นายจะไปเมื่อไรครับ”
“พรุ่งนี้แล้วกัน เดี๋ยวนายเตรียมเอกสารเงินกู้ที่คุณญาณีทำไว้มาด้วยนะเผื่อต้องใช้ เตรียมเสร็จนายก็ไปพักผ่อนได้แล้วไม่ต้องอยู่เฝ้าฉันหรอก”
เมื่อได้รับคำสั่งไกรก็ออกจากห้องทำงานไปทันที เขาอาศัยอยู่ในบริเวณบ้านของอัคนีโดยแยกไปอยู่ทางด้านหลัง ด้วยความที่ไม่มีครอบครัวและญาติพี่น้องที่ไหนเลยไม่คิดมากเรื่องที่อยู่ ทำให้เงินเดือนที่ได้จากงานที่ทำเหลือเต็มทุกเดือน
ทุกวันหยุดกานต์ธีรามักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า ทำสวนไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกที่ไหน ยิ่งตอนนี้สถานการณ์ไม่ค่อยดียิ่งไม่มีอารมณ์จะออกไปไหนทั้งนั้น นี่แม่เธอก็หายออกจากบ้านไปสามวันแล้วโทรติดต่อไม่ได้ แต่ท่านก็ยังใจดีส่งข้อความมาหาบอกว่าไปธุระบ้านเพื่อนสักพักเดี๋ยวกลับ เป็นแบบนี้ก็ยิ่งไม่สบายใจกลัวว่าจะไปสร้างหนี้ที่ไหนเพิ่มอีก ไม่รู้ว่าท่านไปอยู่ที่ไหน หลังทำทุกอย่างเสร็จเธอก็ขึ้นมาอาบน้ำแต่ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงกุกกักจากด้านล่างก็รีบปิดน้ำแล้วเงี่ยหูฟังว่าสิ่งที่ตัวเองได้ยินเมื่อกี้คืออะไร หรือแค่คิดมากและหูฝาดไม่เอง
“หรือว่าเราหูฝาดไปเองนะ” กานต์ธีราพูดบ่นคนเดียวก่อนจะรีบจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยโดยเร็ว
...
กานต์ธีราเดินลงมาข้างล่างและต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นว่าตอนนี้ในห้องรับแขกของบ้านมีผู้ชายแปลกหน้าหน้าตาโหดนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เสียงที่ได้ยินเมื่อครู่ก็เกิดมาจากสองคนนี้สินะ คิดแล้วก็อดขนลุกไม่ได้ เพราะถ้าสองคนนี้เข้าไปในห้องนอนของเธอตอนที่กำลังอาบน้ำอยู่ไม่อยากคิดต่อเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“พะ พวกคุณเป็นใครเข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง!!”
“คุณญาณีอยู่ที่ไหน” ชายหน้าโหดถามพร้อมกับมองไปรอบ ๆ บ้าน
“แม่ไม่อยู่ที่นี่หรอก คุณมีเรื่องอะไรก็บอกฉันไว้เดี๋ยวถ้าแม่กลับมาฉันจะบอกเขาให้” กานต์ธีราพูดแล้วขยับตัวออกห่างผู้ชายทั้งสองคน
“อย่าพูดเหมือนไม่รู้ดีกว่า แม่เธอติดหนี้ที่บ่อนนี่มันเลยกำหนดที่เสี่ยบอกไว้แล้ว ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็คืนเงินมาดีกว่าพวกเราไม่ใช้แรงถ้าไม่จำเป็น”
“ขอเวลาอีกหน่อยไม่ได้เหรอฉันกำลังหาเงินมาคืนให้อยู่”
“ไม่ได้!! นี่พวกเราก็ให้โอกาสนานแล้วนะ แม่เธอก็จงใจหลบหน้าไม่รับโทรศัพท์พวกเราด้วย ถ้าคิดจะเบี้ยวขอเตือนว่าอย่าคิดที่จะทำ เพราะคนที่ทำไม่เคยมีใครรอดชีวิตสักคน” ไอ้หน้าโหดพูดขู่เสียงดัง
