บทที่ 5 5
“ฉันไม่ได้จะเบี้ยวแค่ขอเวลาอีกหน่อยเท่านั้นเอง” กานต์ธีราพยายามพูดอย่างใจเย็น แต่อยู่ ๆ ผู้ชายคนหนึ่งก็พูดพร้อมกับทำสายตากรุ้มกริ่ม
“ถ้าอยากขอเวลาพวกเราพอจะช่วยได้ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนหน่อย เธอจะยอมไหมล่ะ”
“ข้อแลกเปลี่ยนอะไร” กานต์ธีราถามด้วยความกลัวและหวั่นใจไม่น้อย ตอนนี้เธอกำลังมองหาทางเอาตัวรอดอยู่
“ใช้ตัวเธอแลกกับเวลาในการใช้หนี้คืนของแม่เธอไง ให้ฉันสองคนหาความสุขจากร่างกายของเธอ” ชายคนหนึ่งพูดแล้วเลียปากตัวเองไปมาพร้อมกับใช้สายตากวาดขึ้นลงไปที่รูปร่างของกานต์ธีรา มันคิดในใจว่าไม่คิดว่าญาณีจะมีลูกสาวสวยและหุ่นดีขนาดนี้
“ไม่มีทาง!! นายต่อโทรศัพท์หาเสี่ยเลยเดี๋ยวฉัพูดกับเขาเอง” กานต์ธีราปฏิเสธเสียงแข็งทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของผู้ชายหน้าโหด
“คุยไปก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าเสี่ยเห็นเธอก็คงยื่นข้อเสนอเหมือนพวกฉันนี่แหละ ยอมง่าย ๆ ดีกว่านะจะได้ไม่เจ็บตัว” ชายคนเดิมพูดแล้วพุ่งเข้ามาหากานต์ธีราทันทีโดยที่หญิงสาวไม่ทันได้ตั้งตัว
“ปล่อยฉันนะ!! อยากได้เงินคืนเดี๋ยวฉันจะเอามาให้ ขอฉันโทรหาเพื่อนก่อน” กานต์ธีราพูดและดิ้นไปมาไม่ยอมให้ผู้ชายหน้าหื่นกามทำอะไรได้ ตอนนี้เธออยากร้องไห้ให้กับชีวิตบัดซบแต่ต้องบอกตัวเองว่าน้ำตาไม่สามารถช่วยให้รอดพ้นจากเหตุการณ์นรกได้ สติต่างหากที่จะทำให้เธอรอด
“เสียใจตอนนี้นอกจากเงินแล้วพวกฉันก็อยากได้ตัวเธอด้วยเหมือนกัน ถือว่าเป็นค่าน้ำมันที่ฉันมาที่นี่แล้วกันนะ” ชายหน้าหื่นพูดแล้วผลักตัวกานต์ธีราให้นอนไปที่โซฟา ส่วนชายอีกคนก็ไม่ได้ห้ามปรามเพื่อนแต่อย่างใด มันเดินมองหาของมีค่าที่จะเอาติดมือเพราไม่ได้สนใจหญิงสาว
“อย่านะ! อย่าทำอะไรฉันเลยฉันขอร้อง ถ้าปล่อยเดี๋ยวจะจ่ายเงินเพิ่มให้” กานต์ธีราพูดร้องขอชีวิตอย่างน่าสงสาร คิดแล้วก็อดน้อยใจแม่ที่ทิ้งเธอให้เจอเรื่องร้ายแรงแบบนี้
“เอาไว้ฉันมีความสุขแล้วค่อยมาคุยเรื่องเงินกันทีหลังนะจ๊ะ” ชายคนที่กำลังคร่อมตัวเธอพูดขึ้นมาพร้อมกับมือหนาที่กำลังจะถอดเสื้อผ้าของเธอ แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะเลวร้ายไปมากกว่าชายหน้าหื่นก็ชะงักค้างไปเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรมาจ่อที่หัวด้านหลัง
“กลางวันแสก ๆ มึงยังกล้าทำเลวอีกเหรอ” เสียงเข้มและเย็นดังขึ้นจากด้านหลัง กานต์ธีราพอเห็นว่ามีคนมาช่วยเธอก็รีบดิ้นรนหาทางเอาตัวรอดทันที
“ช่วยฉันด้วยค่ะ!!”
อัคนีชายตามองหญิงสาวที่ลุกมายืนด้านหลังของเขาเล็กน้อย ก่อนจะหันไปพูดกับชายหน้าหื่นช้า ๆ
“มึงลุกขึ้นช้า ๆ ถ้าตุกติกกูยิงมึงทิ้งแน่”
“มึงเป็นใครมายุ่งอะไรเรื่องของผัวเมียในบ้านคนอื่นเขา” ไอ้คนเลวยังปากดีแม้จะมีปืนจ่ออยู่ที่หัว
“ฉันไม่ได้เป็นเมียเขานะ!” กานต์ธีรารีบพูดออกมาเมื่อเห็นสายตาของพลเมืองดี
“มึงอย่ามายุ่งเรื่องของกูดีกว่าถ้าไม่อยากหายไปจากโลกนี้” ชายชั่วยังไม่วายพูดขู่ และตอนนั้นเองเพื่อนอีกคนที่เดินสำรวจบ้านก็ถูกชายคนหนึ่งหิ้วปีกมาโยนไว้ที่ห้องรับแขก
“มึงคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้าพูดแบบนี้กับกู” อัคนีจ่อปีนไปที่หน้าผากของคนปากดีที่ตอนนี้หน้าซีดอย่างเห็นได้ชัด
“ถ้าเจ้านายกูรู้เรื่องนี้มึงเดือดร้อนแน่”
“อย่างนั้นมึงก็ไปบอกเจ้านายมึงเลยว่ากูชื่ออัคนี เจ้าของที่ดินที่เสี่ยมึงแอบใช้ทำบ่อนอยู่ตอนนี้ ถ้าเจ้านายมึงมีปัญหาก็มาหากูได้ทุกเมื่อ” อัคนียกยิ้มมุมปากอย่างเยาะ ๆ แล้วใช้ด้ามปืนตบไปที่หน้าของชายชั่วอย่างแรงจนอีกฝ่ายหน้าหันเลือดกลบปาก
ชายชั่วที่ออกอาการหื่นและผยองอยู่เมื่อกี้หน้าซีดหนักกว่าเดิมเมื่อรู้ว่าผู้ชายหน้าดุตรงหน้าเป็นใคร ไม่มีใครไม่รู้จักคุณอัคนีหรอก งานนี้นอกจากโดนตบด้วยด้ามปืนกลับไปเขาคงโดนเสี่ยกระทืบอีกแน่
“ไกรจับไอ้สองคนนี้มัดเอาไว้แล้วโทรให้คนของเรามารับตัวมันไปส่งเจ้านายของมันเดี๋ยวฉันจะตามไปทีหลัง” อัคนีหันมาพูดกับคนสนิทด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่แววตาดุดันไม่น้อย แม้เขาจะโหดแค่ไหนแต่การที่ผู้ชายคนนี้จะข่มขืนผู้หญิงมันเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจและยอมรับไม่ได้
“ครับนาย” ไกรรับคำแต่ก่อนจะไปเดินไปหยิบเชือกเขาก็จัดการให้ชายสองคนนั้นสิ้นฤทธิ์เสียก่อน
กานต์ธีรามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตกใจ ตอนนี้มือและขาเธอสั่นไปหมดไม่รู้จะจับต้นชนปลายอย่างไรดี เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้มันหนักหนาเหลือเกิน และต้องสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงเข้มดุพูดขึ้นมา
“ส่วนคุณขึ้นไปเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเอาที่จำเป็นแล้วลงมาหาผมข้างล่าง ผมให้เวลาสิบห้านาที” อัคนีพูดกับหญิงสาวที่ยืนหน้าซีดขาวอยู่ข้าง ๆ เขา
“จะให้ฉันเก็บเสื้อผ้าไปไหนคะ” กานต์ธีราถามด้วยความอยากรู้ และความไม่ไว้ใจเพราะชายหน้าโหดที่จัดการไอ้คนเลวสองคนนั้นเป็นคนที่มาถามหาแม่เธอเมื่อไม่นานมานี่
“บอกให้ไปเก็บก็ไปเก็บเถอะ หรือจะอยู่รอให้ไอ้สองคนนี้หรือผู้ชายคนอื่นมาข่มขืนอีก ครั้งหน้าผมอาจจะมาช่วยคุณไม่ทันแล้วก็ได้นะ” อัคนีพูดขู่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมทำตามที่เขาพูด
“ฉันไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้น ฉันจะรอแม่อยู่บ้าน” กานต์ธีราดื้อไม่ยอมทำตามเพราะเธอก็กลัวว่าผู้ชายที่เป็นเหมือนฮีโร่มาชวนแท้จริงแล้วเขาก็เป็นเจ้าหนี้ของแม่คนหนึ่งเหมือนกัน
อัคนีใช้สายตาดุดันมองไปที่ผู้หญิงที่ปากดีเถียงและดื้อไม่ยอมทำตามที่เขาพูดทั้ง ๆ ที่เขาช่วยเหลือให้ผ่านเรื่องเลวร้ายมาได้แท้ ๆ เขาถอนหายใจแล้วพูดเสียงเข้มออกมา
“แล้วแม่คุณอยู่ที่ไหน”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” กานต์ธีราพูดเสียงแผ่วและทำหน้าเหมือนอยากร้องไห้
“งั้นก็ไปอยู่ที่บ้านผมก่อนแม่คุณกลับมาแล้วค่อยกลับมาที่นี่”
กานต์ธีราเงยหน้ามองผู้ชายที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือตัวเองก่อนจะตัดสินใจถามคำถามที่อยากรู้ออกมา
“คุณเป็นใครแล้วรู้จักแม่ฉันได้ไง”
“มันใช่เรื่องที่ต้องมาอยากรู้ตอนนี้ไหม” อัคนีเท้าเอวแล้วเอ่ยอย่างรำคาญ
“ถ้าคุณไม่บอกว่าเป็นใครฉันคงไม่กล้าไปกับคุณหรอกค่ะ” กานต์ธีราเองก็ยังดื้อดึงไม่ยอมไปไหน
อัคนีถอนใจอย่างหนักแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาก่อนจะพูดเสียงเข้มดุขึ้นมา
