บทที่ 9 9

กานต์ธีรามองหน้าชายหนุ่มหน้าดุแล้วถอนหายใจออกมา ก่อนจะเอ่ยขึ้น

“เชิญคุณอัคนีนั่งรอที่ห้องรับแขกสักครู่นะคะเดี๋ยวฉันยกน้ำไปเสิร์ฟให้”

อัคนีปรายตามองคนพูดแล้วเดินออกไปด้านนอกทันที ญาณีเองเมื่อไม่มีทางเลี่ยงจำต้องเดินตามเจ้าหนี้รายใหญ่ไปเช่นเดียวกัน ไม่นานกานต์ธีราก็เดินเอาน้ำมาเสิร์ฟอัคนี้รวมไปถึงชายหนุ่มหน้าเข้มที่นั่งรออยู่ด้านนอกด้วย

“เอาล่ะครับในเมื่อมาพร้อมกันแล้วงั้นผมเริ่มคุยธุระเลยแล้วกัน” อัคนี้พูดขึ้นมาเป็นคนแรก

“เชิญค่ะ”

“คุณญาณีคงไม่ลืมใช่ไหมครับว่าคุณติดค้างชำระเงินผมอยู่หลายครั้งแล้ว” อัคนีเลือกที่จะถามกับหญิงวัยกลางคนเป็นคนแรก

“ไม่ลืมค่ะ แต่ฉันไม่มีเงินจริง ๆ ทำธุรกิจอะไรก็เจ๊งไปหมด ถ้าคุณจะยึดบ้านหลังนี้ไปเลยก็ได้นะคะ” ญาณีพูดเสียงเศร้าออกมา ผิดกลับกานต์ธีราที่ได้ยินพูดเหมือนตัดช่องน้อยแต่พอตัวแบบนี้

“ไม่ได้นะคะ!! ถ้าให้เขายึดบ้านแล้วเราจะไปอยู่ที่ไหน แล้วบ้านหลังนี้ก็เป็นบ้านที่พ่อรักด้วย”

“แล้วจะให้แม่ทำยังไง เรามีเงินมาใช้หนี้คุณอัคนีเขาหรือไง” ญาณีตวาดลูกสาวที่หวงบ้านไม่เข้าท่า

กานต์ธีราหันไปมองหน้าชายหนุ่มหน้าดุแล้วตัดสินใจพูดออกมา

“ข้อเสนอที่คุณบอกมาฉันยอมรับก็ได้ค่ะ ฉันจะไปทำงานกับคุณแต่ขอร้องว่าอย่ายึดบ้านหลังนี้เลยนะคะ”

“ข้อเสนออะไร เราคุยอะไรกับคุณอัคนี” ญาณีหูผึ่งรีบถามทันที

อัคนีเห็นแบบนั้นก็เอ่ยขึ้นมา

“ผมยื่นข้อเสนอให้กานต์ธีราไปทำงานกับผมแล้วผมจะให้เงินเดือนเพิ่มจากที่เก่าอีกสองเท่า เพราะผมเห็นว่าถ้าไม่ทำแบบนี้ผมคงไม่ได้เงินคืนแน่ และพวกคุณก็คงไม่มีเงินไปใช้หนี้คนอื่นด้วย เพราะดูท่าคุณญาณีคงไม่เลิกเล่นการพนันง่าย ๆ ใช่ไหมครับ”

คำพูดของอัคนีทำให้ญาณีหน้าชารวมไปถึงกานต์ธีราที่อายเพราะสิ่งที่ชายหนุ่มพูดมันคือเรื่องจริง

“ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันก็ขอบคุณคุณอัคนีมากที่เมตตาพวกเรา” ญาณีพูดเพราะคิดว่าถ้าลูกสาวเธอทำงานที่นี่ก็มีความมั่นคงเงินเดือนก็มาก ต่อไปกานต์ธีราก็จะมีเงินมาให้เธอมากขึ้นตามไปด้วย

“แต่สิ่งหนึ่งที่คุณญาณีต้องรู้เอาไว้ก่อน คุณไม่ได้เป็นหนี้ผมตามจำนวนเงินเท่าเดิมแล้วนะครับ” อัคนีพูดขึ้นมา ในใจก็อดระอาไม่ได้ที่เห็นญาณีดูไม่สลดเลยที่ตัวเองสร้างหนี้สินไว้เยอะแล้วยังเบี้ยวหนี้อีกต่างหาก

“ทำไมคะ”

“หนี้ของเสี่ยสุชาติผมจัดการใช้หนี้พร้อมดอกเบี้ยให้แล้ว ถ้าไม่อย่างนั้นลูกสาวคุณญาณีก็คงจะ...” อัคนีพูดยังไม่ทันจบกานต์ธีราก็รีบแย้งขึ้นมาด้วยความที่ไม่อยากให้แม่รู้เรื่องนี้

“ขอบคุณคุณอัคนีมากนะคะ เอาเป็นว่าคุณรวมกับหนี้ของคุณมาเลยว่าฉันต้องผ่อนเดือนละเท่าไร พอเงินเดือนออกฉันจะจัดการจ่ายคืนทันที”

ญาณีได้ยินก็ตาลุกวาวในหัวก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมา หนทางที่จะทำให้ตัวเองไม่ต้องหลบซ่อนเจ้าหนี้รายอื่นอีกแถมยังสามารถเอาเงินไปแก้มือในบ่อนได้อีกด้วย โดยไม่ได้สนใจเลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับกานต์ธีราบ้าง

“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยเหลือฉัน ฉันรับรองว่ายัยเกรซจะทำงานใช้หนี้คุณจนหมดแน่นอน แต่ฉันก็มีเรื่องอยากจะขอร้องคุณอัคนีอีกเรื่องเหมือนกัน”

“เรื่องอะไรเหรอครับ”

“คืออย่างนี้นะคะ ฉันบอกตรง ๆ เลยว่าฉันมีหนี้จากคนอื่นอยู่อีกนิดหน่อย ถ้าคุณอัคนีจะกรุณาช่วยใช้หนี้พวกนั้นให้ก่อนได้ไหมคะแล้วจะได้รวมหนี้ของคุณคนเดียวไปเลยยัยเกรซจะได้ไม่ต้องวิ่งไปใช้หนี้คนอื่นอีก” ญาณีพูดออกมาอย่างไม่ละอายใจ

“แม่!!” กานต์ธีราเรียกแม่ด้วยความคิดไม่ถึงว่าท่านจะกล้าเอ่ยแบบนี้ อัคนีก็อึ้งไม่น้อยเขาก็ไม่คิดว่าหญิงวัยกลางคนคนนี้จะกล้าขอทั้งที่ตัวเองเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบผลักภาระที่ตัวเองก่อไปให้คนอื่น

“ในเมื่อคุณกล้าขอผมก็กล้าให้ แต่ผมมีข้อแม้สองข้อถ้าคุณญาณีทำตามได้ผมก็ไม่มีปัญหา”

“ข้อแม้อะไรคะ” ญาณีรีบถามขึ้นมาทันที โดยไม่สนใจถามความเห็นของกานต์ธีราเลย

“ข้อแรกผมจะให้เงินไปใช้หนี้ตามที่คุณต้องการ แต่ผมจะให้กานต์ธีราเป็นคนไปใช้หนี้โดยที่มีผมไปด้วยเท่านั้น” ข้อแม้แรกทำให้ญาณียิ้มแหย ๆ เมื่อถูกรู้ทัน เมื่อไม่มีทางเลือกเธอจำต้องต้องพยักหน้ารับอย่างเลี่ยงไม่ได้

“แล้วอีกข้อล่ะคะ”

“นอกจากกานต์ธีราจะไปทำงานที่บริษัทผมแล้ว เธอต้องเข้าไปอยู่ในบ้านของผมด้วย” อัคนีพูดแล้วยกยิ้มมุมปากอย่างร้าย ๆ

“อะไรนะ!! ฉันไม่มีทางไปอยู่บ้านคุณหรอก” กานต์ธีราพูดเสียงดังขึ้นมาทันที

“อย่าหาว่าผมเขี้ยวเลยนะ เพราะเงินที่ผมต้องใช้หนี้ให้แม่คุณคงมีจำนวนไม่น้อยแน่ ถ้าเกินคุณหนีไปผมจะทำยังไง การที่คุณไปอยู่ในสายตาผมย่อมปลอดภัยกว่า”

“คุณก็ให้คนมาคอยเฝ้าฉันที่บ้านหลังนี้ก็ได้นี่ ไม่เห็นจำเป็นต้องให้ฉันเข้าไปอยู่ในบ้านของคุณเลย” กานต์ธีรารีบเถียงโต้แย้งทันที

“ถ้าคุณมีปัญหางั้นสิ่งแม่คุณอยากได้ก็เป็นอันยกเลิก” อัคนีแกล้งพูดขู่เพราะรู้ว่ายังไงญาณีก็ไม่มีทางยอมให้เงินก้อนโตหลุดมือไปแน่

“อย่าเพิ่งยกเลิกนะคะคุณอัคนี ฉันขอเวลาคุยกับลูกสาวสักครู่นะคะ...มานี่เดี๋ยวนี้เลย!” ญาณีพูดแล้วดึงแขนลูกสาวให้ไปคุยที่ห้องครัวตามลำพัง

“เป็นบ้าอะไรถึงกล้าปฏิเสธคุณอัคนีเขาแบบนั้น”

“ทำไมจะปฏิเสธไม่ได้ล่ะคะ แม่กล้าไว้ใจเขาให้หนูไปอยู่บ้านเขาได้ยังไง ถ้าเขาทำอะไรหนูขึ้นมาจะทำยังไงคะ” กานต์ธีราถามด้วยความไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรแม่ถึงยอมได้ง่ายดายขนาดนี้

“นี่เราโง่ขนาดนี้เลยเหรอเสียดายเรียนมาก็สูงไม่มีหัวคิด ถ้าเขาทำอะไรก็ยอม ๆ ไปเถอะ ถ้าได้เป็นเมียคุณอัคนีก็ดีน่ะสิเราสองคนจะได้สบายไปตลอดชาติ” ญาณีพูดและคิดอย่างเพ้อฝันว่าถ้ากานต์ธีราเป็นเมียของอัคนี้เธอคงมีเงินใช้ไม่ขาดมือแน่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป