บทที่ 10 Chapter 10

“เป็นไง เถียงไม่ออก ใบ้กินเพราะฉันรู้ทันใช่ไหม” ก็ทำไมเขาจะพูดแบบนี้ไม่ได้ละ ในเมื่อเขา...เป็นคนแปลกหน้าแท้ๆ เจอกันไม่ทันจะได้พูดจาแนะนำชื่อเลย แค่แกล้งกระตุกร่างลงมากอดหน่อยเดียวเอง ก็ทำตัวอ่อนระทวย ยั่วเข้าให้แล้ว โถ...แม่ผู้ดีแปดสาแหรก รวยเงินแต่ทำตัวเละเทะยิ่งกว่าบางคน ซึ่งไม่มีเงินจะกินข้าวจนต้องแบกหน้าขายนาผืนน้อยเสียอีก

“ไอ้...” เธอไม่รู้ว่าจะสรรหาคำพูดไหนมาด่าคนตรงหน้าให้เจ็บแสบไปถึงทรวง

“อยากเปลี่ยนรสชาติการนอนกับผู้ชายไหมคุณผู้หญิง เอาไอ้ที่กลัดมัน ขย้ำเธอเหมือนเสือกินอาหาร กลางพื้นดินทรายแบบนี้ ฉันว่าได้รสชาติกว่านอนกับพวกสุภาพบุรุษจะทำอะไรทีก็ค่อยๆ ละเลียดชิมอย่างกับกลัวจะบอกช้ำแตกหักในห้องหรูเริดติดแอร์จนเย็นฉ่ำดีกว่านะ รับรองรสชาติจัดจ้านถึงใจจนคุณลืมไม่ลงเชียวละ”

มัญชิษฐาได้แต่งุนงง ผู้ชายที่รายล้อมรอบกายนั้นล้วนแล้วแต่พูดจาสุภาพเรียบร้อย แม้จะหาทางให้เธอยอมก็ยังคอยตะล่อมไม่กระโตกกระตาก แม้จะมือเร็วไปบ้าง แต่ก็ไม่เคยถึงขั้นกอดกระชับแนบชิด จนร่างแทบจะจมหายไปในอ้อมกอดแบบนี้ แล้วที่สำคัญคือ...ไม่เคยมีใครพูดจายิ่งกว่าหมาไม่รับประทานใส่หน้าเธอแบบนี้เลย

“เอาน่าคุณผู้หญิง นอนกับฉันก็เหมือนนอนกับผู้ชายคนอื่นนั่นแหละ เพียงเปลี่ยนจากรสชาติหวานเลี่ยนคอเป็นแซบดุดันเท่านั้นเอง”

ชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นจับสองแขนกลมกลึงไพล่ไปด้านหลังและจับไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว แนบปากลงบนลำคอระหง ขบกัดเม้มดูดลงไปแรงๆ ขาแกร่งสอดไพล่เล็กน้อยรัดสองขาเรียวยาวซึ่งพยายามจะขยับไหวทำร้ายเขาอยู่ตลอดเวลาให้อยู่เฉยสักเสี้ยวนาทีก็ยังดี

“ไอ้...อื้อ ๆ ” คำด่ากลายเป็นเสียงกระอึกกระอักในลำคอ เมื่อกลีบปากนุ่มถูกปิดทับอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตเบิกกว้าง หัวใจแทบจะกระเด้งกระดอนหลุดหายออกจากตัว นี่มันจูบแรกของเธอนะ...ไอ้วายร้ายนี่เป็นใครถึงได้มาปล้นเอาไปนะ แกต้องตาย...

เพราะโทสะซึ่งพุ่งปรี่ขึ้นมาราวกับปรอทถูกไฟร้อนมากเกินไปจนแตกกระจาย แรงฮึดมาจากไหนไม่รู้มากมายมหาศาลทำให้มัญชิษฐาสามารถสลัดร่างหลุดออกจากแขนใหญ่ได้ แต่ไม่...คราวนี้เธอไม่ได้คิดหนีอีกแล้ว มือเรียวยกขึ้นชี้หน้าอีกฝ่าย

“แก...ไอ้วายร้าย แกเป็นใคร แกรู้จักฉันใช่ไหม คิดจะรวบรัดปล้ำฉัน แล้วตัวเองก็ทำตัวเป็นลูกผู้ชาย ยืดอกรับว่าทำผิดไปแล้ว เพราะอารมณ์เฮงซวยนั่นบังคับเอาไว้ไม่ได้ใช่ไหม อย่าคิดว่าฉันรู้ไม่ทันแกนะไอ้คนหน้าไม่อาย คิดเกาะผู้หญิงกิน ไอ้แมงดา ฉันจะเอาเลือดหัวแกออก ไอ้คนทุเรศ ไอ้ตัวสะกั้ง ไอ้คนเลว!”

แรกเริ่มก็แค่ยิ้มหยันระคนสมเพชที่อีกฝ่ายคิดเข้าข้างตัวเองแบบนั้น กลั้นยิ้มจนหน้าดำหน้าแดง ก่อนจะทนไม่ไหวปล่อยพรืดออกมาราวกับใครเอาขนไก่แหย่ที่ฝ่าเท้า ลำตัวแข็งแกร่งงอลงเหมือนใครเอาไม้ไปตีแผ่นหลัง สองมือกุมท้องให้หยุดเคลื่อนไหว ก่อนเขาจะหายใจไม่ทัน

จากที่คิดจะทุ่มตัวไปทำร้ายอีกฝ่ายให้เลือดกบปาก ทว่ากลับต้องหยุด เพราะเสียงหัวเราะเสียดแทงเข้าไปในช่องหูของอีตาวายร้ายร่างยักษ์ ถ้ามีแสงสว่างสาดส่องมาพอ คงจะได้เห็นวงหน้านวลผุดผ่องแดงปลั่งจรดลำคอ นัยน์ตาลุกโชนเป็นประกายดุกร้าว

“หยุด...หยุดหัวเราะเลยนะไอ้วายร้าย แกหัวเราะอะไรของแก” มัญชิษฐาสั่งความพร้อมเอ่ยถามเสียงลอดไรฟัน เวลาอาจผ่านไปเพียงแค่น้อยนิดเดียว แต่ก็ทำให้ความโกรธที่มีอยู่เจือจางลงแม้จะไม่หมดทว่าก็ทำให้มีสติคิดได้ ไม่ควรพาตัวเองไปเสี่ยสู้กับศัตรูที่เขาเหนือกว่า แล้วตอนนี้อีกฝ่ายกำลังเผลอ เธอควรใช้โอกาสที่มีหนี เพียงแค่คิดได้ เท้าเล็กๆ ก็ถอยย่ำไปด้านหลังอย่างช้าๆ

“เกาะคุณกินนะหรือคุณผู้หญิง พูดผิดพูดใหม่ได้นะใครเกาะใคร ฉันมีงานมีการทำอย่างมั่นคง มีเงินทองพอใช้จ่ายได้เป็นปี ๆ โดยไม่ต้องทำอะไรเลย ส่วนเธอจบมาตั้งนานแล้ว แต่ไม่เคยคิดทำงานทำการให้เป็นชิ้นเป็นอัน ดีแต่คอยแบมือขอเงินพ่อไปวัน ๆ จะมีดีหน่อยก็ตรงรูปร่างหนาตานี่แหละที่ทำให้ผู้ชายหันมองได้ แต่ก็สวยเพียงแค่ข้างนอก ส่วนเนื้อใน...” ชายหนุ่มหัวเราะอย่างหยามหยัน

“เน่าเฟะ เหม็นจนอยากจะคายของเก่าทิ้ง ได้คุณมาเป็นตัวภาระเสียมากกว่า”

เพราะคำพูดที่ออกมาจากไอ้วายร้ายทำให้มัญชิษฐาลืมความตั้งใจเดิมเสียสิ้น “ไอ้...ไอ้คนปากหมา” เธอด่ากลับปากสั่น

“ทำเป็นพูดดี อย่างแกนะหรือรวย...ถ้ารวยจริง แกคงไม่หาเรื่องมาวอแวกับฉันหรอก” ไม่รู้ว่าจะสรรหาคำไหนมาต่อว่าให้อีกฝ่ายเจ็บปวดได้ เพราะทุกคนซึ่งหลุดออกไปจากปาก ล้วนแล้วแต่ทำให้อีกฝ่ายสนุกสนานครื้นเครง จนหัวเราะดังลั่น แล้วเมื่อทนไม่ได้มัญชิษฐาก็ต้องหาทางเอาคืน และแล้วเธอก็เลือกที่จะ...

หญิงสาวย่อตัวลง คว้าทรายเปียก ๆ มากำมือก่อนจะส่งยื่นไปใส่ปากหนา “ปากเน่า ๆ เสีย ๆ ของแกนะ เหมาะแล้วแหละที่จะกินทรายแทนข้าว” แล้วไม่รอดูผลงานมัญชิษฐาหันหลังวิ่งสุดชีวิต แต่เธอก็ไปได้เพียงแค่ไม่กี่ก้าว “กรี๊ด...ปล่อยฉันนะไอ้ปากเสีย ชะ...” เสียงร้องขอความช่วยเหลือกลับหายลงไปในลำคอ เมื่อมือใหญ่ยกขึ้นปิดปากเอาไว้เสียก่อน

“เธอนี่ฤทธิ์มากไม่เลวเลยนะ แต่รู้ไหม ไอ้ทรายผสมน้ำทะเลเค็ม  มันไม่อร่อยและหวานเท่าได้กัดปากเธอเลยนะคุณผู้หญิง” คนปากจัดเอ่ยเสียงเข้มจัด ไล่จับมือเล็กซึ่งสะบัดป่ายปัดไปทั่วร่างให้เขาได้สะดุ้งสอดแทรกด้วยความเจ็บปวดแสบปวดร้อนเป็นระยะ กว่าจะเอาไว้ได้เรียบร้อยเล่นเอาเหงื่อตกและอีกฝ่ายก็เหนื่อยหอบ จนได้ยินเสียงหายใจแรงๆ ซึ่งเป่าพ่นออกมา

“แล้วรู้อะไรไหม ยิ่งเธอทำท่าดีดดิ้นอย่างกับพวกสาว ๆ ไร้เดียงสามากเท่าไหร่ มันยิ่งกระตุ้นให้ฉันอยากกัด...” ขบกัดฟันบนลำคอระหงจนคนตัวเล็กกว่าถึงกับสะดุ้งเฮือก “บดขยี้และฝังจูบไปทั่วร่างเธอมากเท่านั้น”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป