บทที่ 13 Chapter 13

ปังๆ !! “นี่คุณ นี่มันเก้าโมงเช้าแล้วนะ จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน”

เสียงทุบอย่างกับจะพังประตูและตะโกนว่าตามติดมา ไม่ได้ทำให้คนซึ่งนอนหลับอย่างเป็นสุขอยู่บนเตียงคิดจะลุกขึ้น มือเล็กคว้าเอาผ้าห่มนวมเนื้อนุ่มมาคลุมศีรษะแล้วหลับต่อไป ทว่าเสียงจากตัวป่วนด้านนอกยังคงดังตามติดมาอย่างต่อเนื่อง

“อือ...รู้แล้วน่า อย่ามายุ่งได้ไหม คนจะนอน” คนที่ยังนอนหลับอยู่สอดศีรษะมุดเข้าไปใต้หมอนก็แล้ว ทว่าเสียงอีตาไม่เต็มสิบก็ยังสอดแทรกเข้ามาในช่องหูทำให้เธอนอนไม่หลับ โอ้ย! อยากจะบ้าตายเสียจริง เธอมาพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บนะ ไม่ใช่มาอยู่ในคุก กับผู้คุมร่างยักษ์ หน้าโหดคอยเดินตรวจตราทุกยี่สิบสี่ชั่วโมงแบบนี้

“ถ้าคุณยังไม่ลุกนะคุณเปรม ผมจะไปหากุญแจมาไข แล้วลากคุณลงจากเตียงไปโยนในน้ำเอาไหม”

“โอ้ย! รู้แล้ว ๆ ลุกขึ้นแล้ว ไม่ต้องเรียกแล้ว” เปรมมิกาตะโกนตอบกลับไปอย่างหงุดหงิด ดันผ้าห่มออกจากกาย สอดมือยกขาข้างที่มีเฝือกลงวางบนพื้น จับชายกระโปรงและสายเสื้อขึ้นคล้องไหล่ ยื่นมือไปคว้าเอาเสื้อคลุมมาสวมทับและดันร่างขึ้นจากเตียงนอนพาเดินไปยังประตูห้องนอนอย่างทุลักทุเล

กระชากประตูเปิดออกอย่างแรงด้วยเพลิงโทสะ “เป็นบ้าอะไรของนายเนี่ยนายไม่เต็มสิบ! ตะโกนเรียกอยู่ได้ อย่างกับคนบ้าอย่างนั้นแหละ” เปรมมิกาเอ่ยถามเสียงขุ่นเขียว เอนร่างอิงกับขอบประตู ยกมือเสยผมซึ่งยุ่งเหยิงให้เข้าที่เข้าทาง มือเล็กยกขึ้นปิดปากซึ่งอ้าหาวอย่างไม่คิดรักษามาดความเป็นกุลสตรีเอาเสียเลย

“คุณนะซิบ้า ไหนว่าไม่คิดอะไรไง อกหักเรื่องเล็กน้อย ธรรมดาจะตายไป ไม่เห็นสน แล้วทำไมถึงได้หมกตัวอยู่แต่ในห้อง ให้คนอื่นเขาเป็น...” กลืนคำว่า ‘ห่วง’ กลับลงไปในคอได้ทันท่วงที ก่อนผ่อนลมหายใจออกจากปอดเบา ๆ เมื่ออีกฝ่ายไม่ทันจะสะดุดใจ

“แล้วนายมายุ่งไรด้วย ฉันจะเป็นอะไร จะทำอะไร จะนอนตื่นสายให้ตะวันแยงก้นนี่มันหนักส่วนไหนของนายฮึ” หญิงสาวเอ่ยถามเสียงเข้มด้วยความเซ็งจับจิต กลีบปากอิ่มนุ่มเบะออก ถลึงตาและชักสีหน้าบึ้งตึงบูดเบี้ยวใส่คนร่างใหญ่

“ก็ไม่ได้อยากยุ่งหรอกนะ ถ้าเผอิญว่าคุณจะไม่ทำให้ผมรำคาญนะ” เต็มสิบพยายามจะไม่เหลือบสายตามองร่างเล็กเพรียวในชุดนอนผ้าพลิ้วเน้นสัดส่วนองเอวคอดกิ่ว อกอวบอิ่มพลิดันตัวผ้ากระเพื่อมไหว นี่เธอไม่รู้เลยหรือไงว่ากำลังยั่วเขาอยู่นะ บ้าฉิบ!! เต็มสิบสบถเสียงขุ่น ขณะทำเสียงขลุกขลักในลำคอ

สาบเสื้อคลุมชุดนอนถอยร่นไปจนส่วนบนซึ่งควรจะพาดอยู่บนไหล่นวลเนียนร่นลงมากองอยู่บนต้นแขนกลมกลึง ทำให้เขาได้เห็นเนินอกอวบอิ่ม พยายามบอกกับใจว่าอย่ามองๆ แต่ก็ไม่อาจละสายตาได้เลย หัวใจซึ่งตั้งมั่นว่าจะไม่สนใจผู้หญิงคนใดอีกเริ่มกวัดแกว่ง อยากยื่นมือออกไปคว้าร่างเพรียวสมส่วน แม้เขาจะยังไม่ได้สัมผัสด้วยมือใช้เพียงแค่สายตาไล่มองไปทั่วร่างกลมกลึงอย่างรวดเร็ว ชนิดว่าคนเป็นเจ้าของเรือนร่างไม่ทันจะได้รู้สึกก็รับรู้ได้ทันทีว่าภายใต้เนื้อผ้าบางพลิ้วนั้นอวบอัดด้วยสัดส่วนเว้าโค้ง นุ่มลื่นและเหมาะกับมือใหญ่ของเขายิ่งนัก ลำคอแกร่งแห้งผากขึ้นมาทันที

“รำคาญ!! ฉันทำให้นายรำคาญตรงไหนกันยะ” เปรมมิกาชักสีหน้าใส่เต็มสิบ “ฉันก็อยู่ของฉันดี ๆ นายนั่นแหละ เสือกพาตัวเองมาทำให้ฉันรำคาญเองช่วยไม่ได้ คนเขาจะหลับจะนอนยังเสือกปลุกอยู่ได้” หญิงสาวพูดอย่างไม่รักษาน้ำใจคนฟังเลยสักนิด แล้วไม่รอให้อีกฝ่ายตอบกลับเธอก็พาร่างอวบอัดด้วยวัยสาวสะพรั่งเดินกลับไปยังเตียงนอนอย่างทุลักทุเล

“แล้วใครบ้าเอาเวลากลางวันนอน กลางคืนไม่หลับไม่นอนแถมยังเปิดทีวีเสียจนเสียงดังไปสามบ้านเจ็ดบ้านไม่กลัวกระจกหน้าต่างจะแตกอย่างเธอละ” แม้ห้องนอนของเขาจะสร้างอย่างปิดกั้นเสียงรบกวนจากภายนอกและไม่ให้เสียงจากภายในเล็ดลอดออกไปได้ ทว่าไม่ได้สร้างให้มันกันเสียงสะเทือน เมื่ออีกฝ่ายเปิดเพลงเสียงดังกระหึ่ม ยามเขานอนบนเตียงจึงยังรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน

“แล้วไหนจะทำบ้านรกสกปรกอย่างกับรังหนูอีก” เขาทำงานในไร่ในสวนมาเหนื่อยๆ มาถึงก็ต้องจัดเก็บข้าวของในบ้านซึ่งอีกฝ่ายทำเอาไว้เลอะเทอะ ไม่ว่าจะเป็นคราบดินโคลนซึ่งย่ำไปทั่วพื้นบ้าน หนังสือซึ่งวางไว้เพ่นพ่านกลาดเกลื่อนไปทั้งบ้าน ไม่คิดว่าคนหน้าตาสวย ๆ จะเป็นอย่างนี้ไปได้...ไม่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่สมเป็นกุลสตรีเลยสักนิดเดียว...ใครได้เป็นเมีย ถือว่าโชคร้ายอย่างที่สุด

หากเปรมมิกากลับคลี่ยิ้มหวาน ขณะเลิกไหล่กว้างขึ้น ในดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับ เธอเองใช่ว่าจะเป็นคนสกปรกอย่างที่อีกฝ่ายกล่าวหา เป็นคนรักความสะอาดมากด้วย แต่เชอะ...จมูกเล็กโด่งยู่ย่น แกล้งอีกฝ่ายมันสนุกดีนี่น่า อยากทิ้งเธอให้เหงาอยู่บ้านคนเดียวทำไมละ

“ช่วยไม่ได้ ฉันอยากทำอะไรฉันก็ทำ นายหมดธุระแล้วฉันไหม ถ้าอย่างนั้นก็รีบ ๆ ไปเสียทีซิ เหม็นขี้หน้าจะตายอยู่แล้ว อ๋อ...ออกไปแล้วช่วยปิดประตูตอนออกไปให้ด้วยละ ฉันจะนอนต่อ” หญิงสาวยกมือปิดปากกลั้นหาว ก่อนจะยกเท้าข้างที่เจ็บพร้อมเอนตัวลงบนเตียง คว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง แต่แอบแง้มผ้าห่มไว้เล็กน้อย หรี่ตาใสแจ๋วดูอีกฝ่ายจะทำยังไง

โว้ย! เต็มสิบไม่เคยรู้สึกโมโหอย่างนี้มาก่อนเลย อยากจับต้นแขนแล้วเขย่าๆ ให้หัวคลอนเลยเชียว ผู้หญิงบ้าอะไรทำเอาเขาประสาทจะเสียตั้งแต่คืนแรกที่อยู่ร่วมบ้านกันสองต่อสองแล้ว กวนโมโหจนเขาร่ำๆ จะถีบประตูเข้าไปบีบคอทิ้งเสียหลายครั้ง

“ไม่!! คุณต้องลุก แล้วอาบน้ำไปกับผม” ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้ที่บังคับให้อีกฝ่ายไปด้วยนะ จะทำให้ตัวเขาประสาทมากกว่าเป็นอยู่นี่หรือเปล่า แต่คิดว่าไปแล้วหาอะไรให้อีกฝ่ายทำคงจะดีกว่าปล่อยอยู่บ้านคนเดียว เผลอๆ เกิดอีกน้อยอกน้อยใจเสียใจที่เขาไม่สนใจจะดูดำดูดี แล้วเกิดอารมณ์ชั่ววูบ คิดฆ่าตัวตายขึ้นมาละ เขาก็ผิดอีกนะซิ

เต็มสิบพยายามระงับอารมณ์พลุ่งพล่านในกายออกไป ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกจากปอด พาร่างหนาเดินไปหยุดข้างเตียง ทาบมือบนผ้าห่มแล้วกระตุกไปไว้ปลายเตียง ก่อนจะถอยออกมายืนตัวตรง สองเท้าแยกเล็กน้อย ยกมือสอดไขว้ระหว่างอก จ้องคนบนเตียงซึ่งหันมาตีหน้ายักษ์ ทำตาปริบๆ ใส่เขา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป