บทที่ 7 Chapter 7

“อะไรกัน พี่เชื้อมาทั้งที มีอาหารเลี้ยงแค่นี้เองเรอะ แล้วจะไปพอกินอะไร” เปรมมิกาเอ่ยขึ้นอย่างให้รู้ว่าเธอกำลังก่อกวนอารมณ์ของเต็มสิบที่ค่อย ๆ เย็นลงแล้วให้ร้อนรุ่มขึ้นมาอีก คิ้วเข้มเลิกขึ้นและนัยน์ตากลมโตใสแจ๋วส่งสารท้าทาย

“ก็กินเท่าที่มี นึกว่าจะดีที่มีของกินน้อย ๆ คุณจะได้ลดหุ่นอวบอ้วนมีไขมันเกาะให้กระชับขึ้นสักหน่อย” เต็มสิบตอบแบบประชดประชัน แล้วรีบก้าวตามการันต์ซึ่งลงไปยืนรอที่รถก่อนแล้ว เพื่อจะเอากระเป๋าใส่เสื้อผ้าไปเก็บยังห้องพักของแต่ละคน ซึ่งเมื่อมีหนึ่งห้องนอนใหญ่ การันต์เลยต้องพักกับเขา และหนึ่งห้องรับแขกขนาดไม่ใหญ่ที่จะต้องเป็นที่พำนักของเปรมมิกา  

คนถูกว่าอ้วนรีบก้มมองสภาพตัวเองอย่างเร็ว อีตาไม่เต็มสิบปากเสีย เธอยังไม่ได้อ้วนสักหน่อย ยังรูปร่างเพรียวบางเหมือนเดิม แต่เกะกะด้วยเฝือกที่เข้ามาเท่านั้นแหละ ชิ...ตัวเองดีนักหรือไง รูปร่างสูงใหญ่แล้วก็ดำปิดปี๋ นี่ถ้าหลงไปอยู่ในสวนสัตว์ อาจคิดไปได้ว่ามีหมีหลุดออกมาเดินเพ่นพ่านเสียด้วยซ้ำ คอยดูนะ จะทำให้ลบทุกคำที่พูดดูถูกเธอไว้ให้หมดเลย

“ไม่สนุกหรือผิง มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า ฉันเห็นแกเครียดมาหลายวันแล้วนะ” พ่อหนุ่มร่างใหญ่กล้ามโตแต่นิสัยภายในคือผู้หญิงเกินร้อยเอ่ยถามเพื่อนอย่างเป็นกังวล มีใครทำให้เพื่อสาวเธอไม่สบายใจอีก

“อือ...นิดหน่อย” คนถูกถามพยักหน้ารับ เหม่อมองออกไปยังท้องทะเลเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมายปรายทาง

แสงไฟจากร้านรวงที่อยู่บนฝากฝั่งและเรือตกปลาหมึกที่ลอยลำอยู่กลางท้องทะเลจะสาดส่องมา เกลียวน้ำสาดซัดเข้าหาฝั่งเป็นประกายระยิบระยับบ้าง ท้องฟ้าแม้จะดีดวงดาราส่งสกาวพร่างพราวระยับ แต่ก็อับแสงด้วยไม่มีพระจันทร์สาดส่องลงมา พระพายพาหอบเอาสายลมพัดมาแตะต้องเรือนกายให้เหนียวเหนอะหนะ โอบแขนรัดรอบลำขาเสลาซึ่งงอขึ้น ทาบหน้าบนเข่ามลอย่างเหนื่อยหน่าย

“ดูเหมือนว่าหมอทินภัทรกับแม่จะตัดสินใจขั้นเด็ดขาดแล้วล่ะ เบนเข็มมายังฉันเต็มร้อย!” มัญชิษฐาบอกเสียงราบเรียบคล้ายมิใส่ใจขณะไล้ปลายนิ้วเล่นกับทรายละเอียดซึ่งเกาะติดอยู่บนเท้าและลำขาเสลา

“อือ...” คนถามรับคำในลำคออย่างไม่เข้า มัญชิษฐาจะมานั่งเศร้าซึมกะทือทำไม ในเมื่อรู้อยู่ตลอดเวลาว่าตัวเองเป็นที่ต้องการของหนุ่ม ๆ ทั้งหลาย ส่วนทินภัทรกับแม่ ได้ข่าวมาว่าสองคนนี้กำลังกรอบแกรบ ไม่แน่ว่าตำแหน่งในโรงพยาบาลก็อาจหลุดมือไปเลยต้องหาที่ยึดเกาะ...หลักที่จะต้องมั่นคง แน่นปึกอย่างมัญชิษฐาที่จะทำให้ฐานะมั่นคง

“ฉันเบื่อที่จะต้องมานั่งสู้รบปรบมือด้วยนะ หมอทินนิสัยอย่างกับเด็ก งอแง ดื้อดึง ขี้บ่น แล้วเมื่อไม่ได้ดังใจก็จะพาลพาโลหาเรื่องไม่รู้จักจบสิ้น น่าเบื่อ... ส่วนแม่ก็จู้จี้จุกจิก อวดร่ำอวดรวย มองตัวเองว่าดีเลิศ ดูถูกเหยียดหยามคนอื่นว่าด้อยกว่าตัวเองเสมอ” แม้เธอจะเป็นคนไม่สนใจคนอื่น เอาแต่ใจมิใช่น้อย แต่ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองดีกว่า รวยกว่าแล้วจะดูถูกคนที่ด้อยกว่า

“ถ้าไม่ชอบก็ไม่เห็นจะต้องไปสนใจ ไม่ต้องเข้าไปยุ่งเสียก็หมดเรื่อง” ชานนท์นามที่พ่อแม่ตั้งให้ แต่เจ้าตัวไม่พอใจสั่งให้เพื่อน ๆ เรียกว่าชาช่า

“ก็ทำอยู่ตลอดนะ แต่ไม่รู้ว่าพวกนั้นจะเป็นนกรู้ หรือฉันดวงซวยกันแน่ ถึงได้เจอสองแม่ลูกนั่นตลอด ตามติดยิ่งกว่าแมลงวันหัวเขียวตามของเหม็นเน่าอีก” ไม่รู้จะเปรียบเทียบอย่างไรดีแล้ว เธออยู่บ้านไม่ได้เพราะอีกฝ่ายบุกไปหา ที่ร้ายสุดคือแทบจะบุกถึงห้องนอนเสียด้วยซ้ำ แล้วไปเที่ยวไหนก็ถูกตามเจอตลอดจนน่าสงสัย เอาเครื่องติดตามตัวมาติดไว้ที่ร่างเธออย่างนั้นแหละ

“แกคิดจะทำยังไง ให้ฉันช่วยไหม ถึงหมอทินจะน่าเบื่ออย่างที่แกว่า แต่พี่เขาก็หน้าตาพอใช้ได้นะ ถ้าได้มานอนกอดสักคืน ฉันคงชุ่มฉ่ำปอดละแก” ชานนท์เอ่ยถามนัยน์ตาวาววับ ไล้ปลายลิ้นเลียบนปากหนา ถ้าได้หม่ำทินภัทร คุณหมอหนุ่มหุ่นล่ำบึก กล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ โหย...แค่คิด กายก็ซู่ซ่าขึ้นมาทันที

“ไม่กลัวเขาเอามีดหมอจิ้มท้องหรือไง”

“ถ้าได้จิ้มประตูหลังหมอทินนะแก ต่อให้ต้องถูกจิ้มจนท้องลาย ก็คุ้มยะ”

มัญชิษฐาส่ายศีรษะอย่างระอิดระอา รู้ว่าเขารังเกียจ พูดจากระทบกระเทียบเปรียบเปรยทุกครั้งที่เจอหน้า จนขนาดว่ามานั่งเจ็บช้ำร้องไห้ตาบวมอยู่บ่อย ๆ แต่ก็ไม่วายพาตัวเองไปให้เขาด่าเขาว่าอีกนะ คนเราก็แปลก ยิ่งรู้ว่าเขาไม่ชอบก็ยิ่งหาเรื่องเข้าใกล้

“แล้วแกจะทำไงต่อไป” ชานนท์ถามอย่างเป็นกังวล พรุ่งนี้แฟนหนุ่มชาวอังกฤษจะมาหา เขาต้องกลับไปทำหน้าที่...ภรรเมียเอาใจคุณสามีหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าไม่รักกัน ส่วนหมอทินภัทรนะ เอาไว้เป็นขนมหวานยามห่างคุณสามี

“คงหลบอยู่อย่างนี้สักพัก ไม่อยากไปหาแม่ ไม่อยากเจอพ่อเลี้ยง”

“อือ...มีอะไรก็โทรหาแล้วกัน แกก็รู้ถึงที่รักฉันมา ก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพื่อนสำคัญเสมอ” ชานนท์ดักคอไว้ก่อน ด้วยมัญชิษฐามีเขาเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวจะเกรงอกเกรงใจ อยากให้เขามีเวลาอยู่กับที่รักให้นานที่สุด ให้คุ้มกับเวลาที่ต้องห่างกัน แต่เพื่อนรักไม่สบายใจจะให้เขามีความสุขได้ยังไงกันละ

“อือ...ขอบใจนะ” มัญชิษฐายกมือไปวางทับบนมือใหญ่ของเพื่อนที่วางอยู่บนไหล่ตนเอง

“แล้วนี่แกจะไปไหน จะกลับเลยหรือเปล่า” มัญชิษฐาเอ่ยถามน้ำเสียงเหงาเศร้า ถ้าจะมีใครสักคนเคียงข้าง ขอแค่เป็นคนดีและรักที่เธอเป็นเธอ ไม่ได้รักที่ทรัพย์สมบัติ จะดีแค่ไหนนะ แต่...ศีรษะทุยสะบัดส่ายแรง ๆ ไม่มีทางเป็นไปได้เลย แค่แนะนำตัวว่าเธอชื่อเสียงใด แต่ละคนก็ตาวาวอย่างกับเจอขุมทรัพย์แล้ว

“เดี๋ยวจะอยู่กับแกอีกสักพัก รอให้แกหลับก่อน ถึงจะไป แต่ตอนนี้คอแห้งแล้ว ว่าจะไปหาอะไรมากินหน่อย แกจะเอาอะไรไหม”

“อะไรก็ได้ เอามาเถอะ” มัญชิษฐาตอบอย่างเหนื่อยหน่าย ด้วยไม่มีกะจิกกะใจจะทำอะไรทั้งนั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป