บทที่ 11 คนที่ฉลาดเป็นกรด และแข็งแกร่งกว่าใคร

ชมจันทร์พยักหน้า สายตามองตามแผ่นหลังบางที่กำลังเดินออกจากห้องทำงานของตนเองไป ช่างน่าสงสารนัก หญิงสาวที่รักและทุ่มเทให้กับครอบครัว หมกตัวอยู่แต่โลกอันแสนคับแคบ จนไม่รู้เลยว่ามีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่โลกภายนอก โดยที่เธอไม่รู้เคยรู้เลย 

“ชม!” 

ชมจันทร์รีบเร่งฝีเท้าเดินตามหลานสาว โชคดีที่หล่อนไม่ได้เดินเร็วมากนัก 

“คะ?” 

“ป้ารักชมนะ ... และป้าก็อยากให้ชมกลับมาเป็นชมคนเดิม คนที่ฉลาดเป็นกรดและแข็งแกร่งกว่าใคร” 

ถ้อยคำที่ชมจันทร์เอื้อนเอ่ยออกมาดูเป็นคำธรรมดา แต่กลับแฝงด้วยพลังบางอย่างที่ทำให้เธอย่นคิ้วเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว 

ป้ากำลังจะสื่ออะไร ...

“ค่ะ ป้า” 

“ขับรถดี ๆ พรุ่งนี้เจอกัน” 

สิ้นคำ ชมจันทร์เดินกลับไปยังห้องทำงานของเธอ แต่ชมเนตรยังคงยืนอยู่ที่เดิม และคิดถึงคำพูดของป้าตัวเองเมื่อครู่ 

“คนที่ฉลาดเป็นกรดและแข็งแกร่งกว่าใคร” 

มือขวาจับตะหลิว มือซ้ายจับด้ามกระทะ ยืนฮัมเพลงอยู่ในห้องทำงานเดิมของเธออย่างคนอารมณ์ดี อาหารเย็นวันนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นมาเนื่องในโอกาสพิเศษ โอกาสที่เธอจะได้กลับมาเป็นชมเนตรคนเดิม 

“คุณแม่จะไปทำงานแล้ว น้องเฌอจะยังได้ทานอาหารฝีมือคุณแม่อยู่ไหมคะ” 

วันนี้เฌอชมเข้าครัวมาเป็นผู้ช่วยเชฟเนื่องในโอกาสพิเศษ หลังจากที่มารดาบอกข่าวดีให้ฟังตั้งแต่อยู่หน้าโรงเรียน 

“ได้ทานสิคะ ได้ทานเหมือนเดิมทุกมื้อเลยค่ะ” 

“แล้วคุณแม่ยังจะมาเล่นกับน้องเฌออยู่ไหมคะ” เด็กตัวน้อยแหงนคอมองหน้ามารดา แม่เพิ่งจะมานั่งเล่นตุ๊กตาแทนพ่อที่กลับบ้านช้า ก็เกรงว่าแม่จะไม่มีเวลาให้เหมือนพ่ออีกคน

“เล่นสิคะ แม่มีเวลาให้น้องเฌอเหมือนเดิมเลยค่ะ ไม่ต้องกังวลไปนะคะ” ชมเนตรยิ้ม ตักอาหารลงบนจานสวย ที่ผู้ช่วยเชฟเป็นคนเลือกมาให้ 

“เย้!” 

“เราไปทานข้าวกันเถอะค่ะ ทานข้าวอิ่มแล้วก็มานั่งทำการบ้าน แล้วค่อยเล่นกันนะคะ” 

เฌอชมหันหน้ามองออกไปที่หน้าประตูบ้าน ก่อนจะเหลือบสายตามองนาฬิกาแขวนผนังที่ตอนนี้เธอพยายามฝึกฝนจนดูเวลาเองเป็นแล้ว

“ไม่ต้องรอคุณพ่อใช่ไหมคะ” เข็มสั้นชี้เลขหก เข็มยาวใกล้แตะเลขสอง เป็นเวลาหกโมงสิบนาทีที่คนเป็นพ่อยังไม่กลับมา

“ไม่ต้องรอหรอกค่ะ เรากินข้าวให้ตรงเวลาดีกว่านะคะน้องเฌอ” 

ตัวเล็กแหงนหน้ามองมารดาที่ยืนยิ้มกว้างจนตาหยี ก่อนที่เธอจะคลี่ยิ้มตาม “ค่ะ”

เข็มนาฬิกาเดินวนเป็นวงกลมตามหน้าที่ของมัน สองแม่ลูกทำกิจวัตรประจำวันโดยที่ไม่รออีกคนให้กลับบ้านเหมือนแต่ก่อน ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ลูกสาวถามหาพ่อน้อยลง และเลิกงอแงที่พ่อกลับบ้านช้า 

อาจจะเป็นเพราะความเคยชิน หรือเพราะความเบื่อหน่ายที่ต้องทวงถามคำถามเดิม ๆ ซ้ำ ๆ อยู่ทุกวัน ‘คุณพ่อกลับบ้านช้า’ ‘คุณพ่อยังไม่กลับบ้านเลย’ ‘คุณพ่อไม่เล่นกับน้องเฌอเลย’ จนประสบการณ์ได้หล่อหลอมเด็กน้อยวัยเจ็ดขวบให้ไม่ต้องทนรอ อย่างน้อยก็มีคุณแม่อยู่ข้าง ๆ ทั้งคน

สุดท้ายแล้วคืนนี้ ชมเนตรก็ทำหน้าที่แทนสามีอีกครั้ง เธออ่านนิทานเรื่องใหม่ให้เฌอชมฟังก่อนนอน จนเด็กตัวน้อยเข้าสู่ห้วงนิทรา 

เข็มนาฬิกาบอกเวลาสี่ทุ่ม ไม่มีข้อความจากสามี ไม่มีสายเรียกเข้า และไม่มีเสียงเครื่องยนต์ดังที่หน้ารั้วบ้าน มีเพียงความเงียบ กับคำถามมากมายที่ถาโถมเข้ามาในหัวสมอง

พี่ทศไปไหน ..

พี่ทศอยู่กับใคร ..

ทำไมพี่ทศยังไม่กลับ ..

และแล้วเส้นผมปริศนาสีทองก็สว่างวาบเข้ามาในหัว เสียงของเล็กที่เล่าเหตุการณ์ในร้านอาหารก็หวนกลับมา ชมเนตรเริ่มฟุ้งซ่าน หยาดน้ำใสเริ่มเอ่อล้นที่ขอบตา แต่ทุกอย่างก็หยุดลง เมื่อเสียงเครื่องยนต์ที่ไม่คุ้นหูจอดอยู่หน้าบ้าน 

ปิ๊งป่อง!

“พี่ชม!!” 

ทั้งเสียงกริ่ง และเสียงชายหนุ่มตะโกนเรียกชื่อเธอซ้ำ ๆ ทำเอาสองเท้าเรียวรีบวิ่งลงบันไดไปด้วยใจที่ร้อนรุ่ม ตอนนี้ความคิดเรื่องผู้หญิงปริศนาเลือนหายไป แทรกด้วยความเป็นห่วงสามีขึ้นมาแทน

ชมเนตรรีบเปิดประตูรั้วด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ก็พบกับร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงผ้าสีดำ ยูนิฟอร์มของพนักงานออฟฟิศสุดคลาสสิค 

“พี่ชม หวัดดีพี่” สุดเขตต์ พนักงานในทีมการตลาดของทศวรรษยกมือไหว้ชมเนตร “จำผมได้เปล่า”

“อื้อ” ชมเนตรพนักหน้า แม้ไม่ได้พบหน้าสุดเขตต์มานานแต่เธอก็ยังจำได้ดี ไม่ได้เป็นคนความจำสั้นอะไรขนาดนั้น

“ผมเอาพี่ทศมาส่งครับพี่” สุดเขตต์เดินไปเปิดประตูอีกฝั่ง ฉุดแขนลูกพี่ออกมาอย่างทุลักทุเล

ภาพที่เห็นคือทศวรรษเมาหัวทิ่ม แขนขาไร้เรี่ยวแรงและไม่ได้สตินัก กลิ่นละมุดก็คละคลุ้งจนชมเนตรฉุนจมูก แต่ก็รีบช่วยพยุงร่างสามีเข้าบ้านไป

ในที่สุดความพยายามของชมเนตรและสุดเขตต์ก็สำเร็จ เมื่อร่างของทศวรรษนอนราบอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น

“ไปดื่มกันมาเหรอ”

“ดื่มที่หลังออฟฟิศนี่ล่ะครับ น้องในทีมลาออกสิ้นเดือนนี้เลยถือโอกาสเลี้ยงส่ง” สุดเขตต์ตอบพร้อมกอบโกยลมหายใจเข้าปอด ไม่คิดว่าลูกพี่จะตัวหนักขนาดนี้ 

“อ่อ ... ยังไงก็ขอบใจสุดเขตต์มากนะที่พามาส่ง”  

“ไม่เป็นไรครับ ... ว่าแต่” สุดเขตต์หยุดชั่วขณะ มีคำถามที่ค้างคาใจ จะถามออกไปดีไหม ถามไปแล้วเขาจะหาว่าใส่ใจเกินเรื่องหรือเปล่า 

แต่มันอยากรู้เหลือเกิน จึงเอ่ยปากถามออกไป

“พี่ชมกับพี่ทศมีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าครับ เห็นพี่ทศเอาแต่พูดว่า ‘เมียจ๋า พี่ขอโทษ’”

ชมเนตรยืนนิ่ง ย่นคิ้วและส่ายหน้ารัวแทนเอ่ยตอบ 

“งั้นพี่ทศคงเลอะเทอะไปเอง ผมกลับก่อนนะครับพี่” 

“เดี๋ยวพี่เดินไปส่ง” ชมเนตรปรายตามองสภาพอันน่าเวทนาที่นอนไม่ได้สติ ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินตามไปส่งแขกที่หน้าบ้าน 

“รถพี่ทศจอดอยู่ออฟฟิศนะครับ พรุ่งนี้พี่ชมคงต้องไปส่งพี่ทศแล้วล่ะ”

“ไม่เป็นไรจ้ะ ขอบคุณมากนะ” 

“คร๊าบ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป