บทที่ 12 เมียจ๋า พี่ขอโทษ
ชมเนตรเดินกลับเข้ามาในบ้านอีกครั้ง พร้อมกับความแปลกใจ และประหลาดใจกับคำพูดของสุดเขตต์ที่เล่าให้ฟัง
‘เมียจ๋า พี่ขอโทษ’
ทศวรรษจะขอโทษเธอเรื่องอะไร ในเมื่อช่วงหลังมานี่ความสัมพันธ์ของเรายังคงราบรื่นดี ก็มีที่เธอเอะใจอยู่สองอย่าง
อย่างแรก คือกลับบ้านช้า
อย่างที่สอง เมียที่เอ่ยขอโทษ ... อาจจะไม่ใช่เธอ
สภาพอันน่าเวทนานอนแอ้งแม้งอยู่บนโซฟาเพียงครึ่งตัว ท่อนล่างร่วงหล่น สองตีนเหยียดยันไว้กับพื้น พร้อมกับกลิ่นละมุดระอุอบอวลในมวลอากาศ
ใบหน้าขาวผ่องบัดนี้กลับแดงจัด พึมพำอะไรสักอย่างแต่ฟังไม่รู้ความ ก่อนที่สองมือจะยกขึ้นปัดป่ายราวกับกำลังจะคว้าอะไรบางอย่างในความฝัน
“เมียจ๋า~ พี่ ขอโทษษษษษ”
วลีเดิมที่ฟังเข้าใจในค่ำคืนนี้เปล่งออกมารอบที่สาม ขณะที่ชมเนตรกำลังนั่งมองสารร่างของสามีด้วยแววตาเฉยชา
ไม่รู้สิ ทำไมยิ่งได้ยินประโยคนั้น ความรู้สึกเป็นห่วงในตัวเขามันยิ่งเลือนหาย
เขาขอโทษเรื่องอะไร
เขาขอโทษใครอยู่
แต่การที่เธอคิดว่าเขากำลังเอ่ยขอโทษคนอื่น แม้คำสรรพนามจะใช้คำว่า ‘เมีย’ นั่นหมายความว่า เธอกำลังปักใจเชื่อเรื่องที่เขามีอีกคนอยู่อย่างนั้นแล้วสินะ
‘ป้าก็อยากให้ชมกลับมาเป็นชมคนเดิม คนที่ฉลาดเป็นกรดและแข็งแกร่งกว่าใคร’
คำพูดของป้าที่เปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตาที่มองเธอนั้นช่างหนักแน่นและมั่นคง จนสามารถส่งผ่านพลังงานบางอย่างให้เธอได้อย่างน่าอัศจรรย์
ถ้าเป็นอย่างที่เธอแคลงใจ ก็ต้องเริ่มลงมือสืบค้นเรื่องราวเหล่านั้น แม้ว่าเธอจะพยายามบ่ายเบี่ยงปิดหูปิดตาแล้วก็ตาม
ร่างบางลุกขึ้นจากโซฟา ขยับเท้าเข้าใกล้ร่างสามี ใช้มือลูบคลำหาโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุดที่อัพเดทตามเทรนด์ใหม่อยู่ตลอดเวลา
เจอแล้ว ...
มือถือราคากว่าครึ่งแสนที่ซ่อนอยู่ตัวในกระเป๋ากางเกง แต่ปัญหาต่อมาคือการปลดล็อคหน้าจอ
จะทำอย่างไรล่ะ ... เครื่องนี้เป็นระบบสแกนใบหน้า แต่ถ้าหากหลับตาอยู่ก็ปลดล็อคหน้าจอไม่ได้ ส่วนรหัสหกตัวที่เด้งขึ้นมาก็พาให้ใจสั่น ชมเนตรจึงลองใช้รหัสที่แสนคลาสสิคอย่างวันเดือนปีเกิด
ไม่ได้ ..
มือถือปลดล็อคหน้าจอไม่ได้เลย
แค่ก!
เสียงไอกึ่งสำลักน้ำลายของทศวรรษดังขึ้น จนทำให้ร่างบางสะดุ้งโหยงรีบหันกลับไปมองสามีที่ปรือตาขึ้นมา สายตาดูเลือนลอยไร้จุดหมาย ไม่ได้โฟกัสกับสิ่งใด
วินาทีนั้นมือดันไวกว่าความคิด ชมเนตรรีบนำโทรศัพท์ไปจ่อที่ใบหน้าเขา และภาวนาให้เทคโนโลยีสุดล้ำนี่ช่วยปลดล็อคหน้าจอให้ด้วยเถอะ
สำเร็จ!
ชมเนตรรีบเปิดดูประวัติโทรเข้าออกเป็นลำดับแรก มีแต่รายชื่อบุคคลที่ไม่รู้จัก กับลูกทีมที่เธอพอจะคุ้นชื่ออยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วไม่มีอะไรน่าสงสัยนัก
เธอจึงเข้าแอพฯ แชทส่วนตัว เลื่อนหาอย่างรวดเร็ว ก็พบแต่ข้อความที่เขาคุยกับลูกค้า คุยกับลูกน้อง และพ่อแม่เท่านั้น ยังไม่พบสิ่งผิดปกติใด
แต่แล้วนิ้วเรียวก็จิ้มเข้ากรุ๊ปแชทของบริษัทฯ ย้อนอ่านข้อความที่คุยกันภายใน และเธอก็พบว่าสัปดาห์หน้าสามีต้องไปสัมมนาที่เขาใหญ่ เป็นเวลาสามวันสองคืน
ลมหายใจอุ่นร้อนถูกถอนทิ้งอย่างหนัก ก่อนจะย้อนกลับเข้าไปดูรูปภาพ รูปถ่ายมากมายหลายพันรูปที่อยู่ในนั้น มีแต่รูปถ่ายของเฌอชมกับเธอ และรูปถ่ายที่เกี่ยวข้องกับงานและเอกสารต่าง ๆ ไม่มีรูปใดเลยที่บ่งบอกถึงสิ่งที่น่าสงสัย
ไม่มีเลย ...
หรือเธอกำลังคิดมากไปเอง
หรือคำบอกเล่าของเล็กอาจจะตีความไปเอง
ชมเนตรล็อคหน้าจอโทรศัพท์ และสอดเข้ากระเป๋ากางเกงสามีตามเดิม เพื่อไม่ให้เป็นที่น่าสงสัย ดวงตากลมโตมองสารร่างผัวอีกครั้งแล้วถอนหายใจ
คืนนี้ปล่อยให้เขานอนนี่แล้วกัน
เธอแบกเขาขึ้นห้องไม่ไหว และอีกอย่างไม่อยากทนดมกลิ่นแอลกอฮอล์นั่น
ท้องฟ้ายามเช้าตรู่ยังคงเต็มไปด้วยสีน้ำเงินเข้ม พร้อมกับเสียงไก่ขันที่ดังมาจากที่ไกล ๆ ชมเนตรลืมตาขึ้น ยืดเหยียดแขนขาและหันหน้ามองไปทางขวา ทิศทางที่เคยมีร่างสูงนอนชิดใกล้
วันนี้ไม่มี ข้าง ๆ คือพื้นที่ว่างเปล่า แม้รู้อยู่แล้วว่าสามีนอนสลบอยู่ชั้นล่าง แต่อนาคตมันอาจจะไม่ใช่แบบนั้น
ชมเนตรเด้งตัวลุกขึ้น เริ่มต้นกิจวัตรประจำวันช่วงเช้าด้วยการเติมคาเฟอีนเข้าร่างกาย พร้อมกับเสียงกรนอันสุดแสนจะหนวกหูที่ดังลั่นชั้นล่าง
ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบได้เพียงไม่กี่อึก สองเท้าก็พาร่างเล็กออกไปวิ่งละแวกบ้านตามเดิม สูดกลิ่นดิน กลิ่นหญ้า รับอากาศแสนบริสุทธิ์ก่อนจะเริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่มันต่างออกไปกว่าทุกวัน
เสียงกอกแกกดังขึ้นในตัวบ้าน ชมเนตรรีบถอดรองเท้าวิ่งและเดินเข้าไปดูด้วยสายตาตัวเอง
วันนี้คนที่เมาแอ๋กลับฟื้นคืนสติตั้งแต่เช้าตรู่ เขาหันมองหน้าเธออย่างงุนงง และคลี่ยิ้มบาง
“มอร์นิ่งจ้า”
“ตื่นเช้าเชียวนะคะ”
“ปวดฉี่จนตื่นน่ะ” ทศวรรษยกมือกุมขมับ ปวดหัวราวกับมีคนเอาค้อนมาทุบยังไงยังงั้น “พี่ไปอาบน้ำก่อนดีกว่าจะได้ตื่น ๆ”
“ค่ะ เดี๋ยวชมจะทำอาหารเช้าแล้ว”
ต่างคนต่างทำหน้าที่และกิจวัตรของตนเอง จนเวลาเดินมาเรื่อย ๆ ถึงช่วงที่ทุกคนต้องแยกย้ายกันไป วันนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่วันที่พ่อและแม่มาส่งลูกสาวที่หน้าโรงเรียนอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เฌอชมยกมือไหว้บุพการีทั้งสองและเดินเท้าเข้าสู่รั้วโรงเรียนด้วยรอยยิ้ม
