บทที่ 13 นึกอยากมีงาน นึกอยากมีเงิน
ชมเนตรบังคับพวงมาลัย พิกัดต่อไปคือออฟฟิศของสามี บรรยากาศภายในรถกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง และจังหวะนี้คือช่วงที่ชมเนตรรอคอยมากที่สุด
“พี่ทศ ชมได้งานทำแล้วนะคะ”
ความจริงเธอตั้งใจจะบอกข่าวดีของเธอให้สามีทราบเมื่อคืน แต่สภาพนั้นกลับมาถึงบ้านได้อย่างปลอดภัย ก็บุญโขแล้ว
“ทำงานที่ไหน” ทศวรรษหันขวับถามด้วยน้ำเสียงแข็งขืนและใบหน้าที่ขมึงทึงทันที
“หอพักป้าจันทร์ค่ะ”
“นึกยังไงไปทำงานที่นั่น”
ชมเนตรละสายตาจากเส้นถนน มองหน้าสามีแวบหนึ่ง ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะไม่พอใจที่เธอได้งานทำ
“นึกอยากมีงาน นึกอยากมีเงินค่ะ” ชมเนตรอมยิ้ม นึกสนุกลองพูดบางอย่างออกไปเพื่อดูอากัปกิริยา “เผื่อวันนึงพี่ทศไม่เลี้ยงชมแล้ว เอาเงินไปเลี้ยงคนอื่น”
“...”
ไม่มีเสียงของเขาเล็ดลอดออกมาจากลำคอ ใบหน้าคมเข้มเบือนหนีออก มองวิวเมืองโดยฉับพลัน
“แหย่เล่นน่ะค่ะ เรื่องรับส่งลูก งานบ้านงานเรือนก็เป็นหน้าที่ชมเหมือนเดิม พี่ไม่ต้องห่วงนะคะ” เธอพยายามทำน้ำเสียงสดใส ยิ้มจนตาปิด ทั้งที่ในใจกรีดร้องออกมาเสียงดังก้อง ท่าทีแบบนั้น เงียบปากลงแบบนั้น เหมือนคำพูดของเธอแทงใจดำเขาอย่างนั้นแหละ
“อืม ถ้าชมอยากทำพี่คงห้ามอะไรไม่ได้”
“ขอบคุณนะคะพี่ทศ”
ความเงียบโรยตัวกลับมาในห้องโดยสารอีกครั้ง จนรถยนต์สีขาวขับเคลื่อนมาจอดที่หน้าออฟฟิศของทศวรรษ
“นี่ชมจะไปหอพักต่อเลยใช่ไหม?”
“คงจะอย่างนั้นค่ะ”
“โอเค เย็นนี้พี่จะรีบกลับ”
แม้ทศวรรษจะส่งยิ้มหวานก่อนลงจะรถ แต่วันนี้กลับไม่มีการหอมแก้มบอกลาเหมือนทุกวัน เขาทำหน้านิ่วปรี่เดินเข้าออฟฟิศ และทักทายเพื่อนร่วมงาน
คำพูดบางคำของเธอคงไปสะกิดใจเขานั่นแหละ ชมเนตรคิดเช่นนั้น
ขณะที่กำลังเปลี่ยนเข้าเกียร์ดี เตรียมเหยียบคันเร่งเดินหน้า สายตาที่ทอดมองถนนหนทางก็ดันไปสะดุดเข้ากับเส้นผมสีทองส่องประกายที่เคยเฝ้าตามหาจนกลายเป็นคนบ้าอยู่พักหนึ่ง
ผู้หญิงตัวเล็ก ทรวดทรงองค์เอวชัดเจน นมใหญ่สะบึม สะโพกผาย ใส่กระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่ากำลังเดินเข้าไปในออฟฟิศเช่นกัน
นาทีนั้นราวกับเวลาของชมเนตรหยุดเดิน เธอเบิกตาโพรงและมองตามร่างบางเดินห่างออกไปทุกก้าว หัวใจที่เต้นในจังหวะปกติก็สูบฉีดเลือดอย่างรวดเร็ว ถ้าอีกนิดเดียวเธอคงได้หัวใจวายตายตรงนี้แน่
ไม่ผิด
เส้นผมเฉดสีเดียวกันที่เจอเมื่อคราวก่อน
เธอคนนี้แหละ!
ชมเนตรทำอะไรไม่ถูก มือเท้าเย็นจัดราวกับเครื่องปรับอากาศในรถถูกปรับอุณหภูมิใหม่ หญิงคนนั้นเดินเข้าตึกออฟฟิศตามที่ทศวรรษเดินไป เธอก้มหัวเล็กน้อย ส่งยิ้มหวานทักทายใครต่อใครตามแบบฉบับคนอัธยาศัยดี จนในที่สุดร่างเล็กบางนั่นก็หายลับไปจากสายตา
กว่าจะมาถึง ‘ชมจันทร์พาเลซ’ ชมเนตรก็ใช้เวลาอยู่พักใหญ่ ความจริงเธอแทบขับรถไม่ไหว หัวใจเต้นรัวจนแทบปวดอก กว่าจะตั้งสติ และประคับประคองพวงมาลัยมาได้ ก็ใช้เวลานานพอสมควร
ตลอดระยะทางเธอแทบไม่มีสมาธิกับรถลามากมายบนท้องถนน สมองของเธอนึกถึงแต่ภาพเมื่อกี้ นึกถึงแต่คำบอกเล่าของเล็ก และนึกถึงแต่เส้นผมปริศนาที่ฝากมาบนเสื้อสูทสามี
กว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมาชมเนตรพยายามหลอกตัวเองว่าเธอน่ะคิดมาก ไม่มีอะไรในกอไผ่ทั้งนั้น ทุกอย่างก็เป็นเพราะความคิดฟุ้งซ่าน ส่วนเรื่องที่เล็กเล่า ก็เล่าจากมุมที่เล็กเห็น ความจริงแล้วมันอาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้
สามียังคงกอด ยังคงหอม แถมเพิ่มเงินเดือนให้ ส่วนไอ้ที่กลับบ้านช้า และออกนอกบ้านทุกวันหยุด ก็เพราะทศวรรษเป็นถึงผู้จัดการฝ่ายการตลาด ไม่แปลกหรอกที่เขาจะธุระเยอะ ลูกค้าเยอะ
นั่นคือสิ่งที่ชมเนตรพยายามหลอกตัวเองเสมอมา
และวันนี้เธอก็นั่งถามตัวเองว่า ... จะยอมรับความจริงได้หรือยัง
ความคิดฟุ้งซ่านมากมายเริ่มพุ่งชนในหัวอย่างไม่หยุดหย่อน ขอบตาเริ่มแดงก่ำและร้อนผ่าว หยาดน้ำใสใกล้หลั่งไหลเต็มที
ชมเนตรเปิดประตูรถ คว้ากระเป๋าแบรนด์หรู แหงนหน้ามองท้องฟ้าในวันนี้ เธอไม่ได้อยากดูก้อนเมฆ ไม่ได้อยากเห็นนกบินเท่าไหร่หรอก แต่เธอแค่พยายามไล่น้ำตากลับไป ไม่อยากให้ชมจันทร์เห็นก็เท่านั้น
ฮึบ!
ตอนนี้มั่นใจว่าพร้อมแล้ว พร้อมที่จะเริ่มงาน และพร้อมที่จะเปิดตาหันมองสิ่งรอบกายที่มันกำลังจะเปลี่ยนไป
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด จะจริงหรือไม่จริง เธอต้องหาทางพิสูจน์เอง
การสอนงาน และการพาทัวร์ชมจันทร์พาเลซสิ้นสุดในเวลาบ่ายสอง ป้ากับหลานสาวกลับมานั่งตากแอร์ในห้องทำงาน และจิบน้ำชายามบ่ายราวกับผู้ดีอังกฤษ
วันนี้ชมเนตรดูซึม ๆ ไม่ได้ร่าเริงเท่าที่ควร และชมจันทร์จะไม่เอ่ยปากถามหรอกว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะรู้นิสัยหลานรักดี
“ได้เวลาก็ไปรับเฌอนะ วันนี้งานเสร็จแล้ว”
“ค่ะป้าจันทร์”
วันนี้ชมเนตรดูซึม ๆ ไม่ได้ร่าเริงเท่าที่ควร และชมจันทร์จะไม่เอ่ยปากถามหรอกว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะรู้นิสัยหลานรักดี
“ได้เวลาก็ไปรับเฌอนะ วันนี้งานเสร็จแล้ว”
“ค่ะป้าจันทร์”
ชมจันทร์ลอบมองเรือนผม ผิวพรรณ บนร่างกายชมเนตร ความสวยสดของเธอลดลงไปนิดหน่อย ตามอายุ ตามกาลเวลา และคงไม่ได้ฟื้นฟูบำรุงผิวอะไรเท่าไหร่นัก
แต่ตอนนี้ชมเนตรกำลังจะได้มาดูแลหอพักแทนเธอ กำลังจะได้เฉิดฉายในโลกภายนอก และบางทีอาจจะต้องกลับไปต่อสู้กับอะไรบางอย่าง
“ชมไปซอยผมสักหน่อยไหม ผมชมยาวเกินไป ดูไม่เป็นทรงเอาเสียเลย”
“ชมก็ว่าจะตัดอยู่เหมือนกันค่ะ ตอนนี้ผมชมร่วงเยอะมากเลย” เส้นผมของชมเนตรยาวเกือบถึงกลางหลัง ยิ่งยาวก็ยิ่งร่วงเยอะ ทุกวันนี้เธอได้แต่มัดหางม้า ไม่ก็ขมวดขึ้นเป็นมวยผมอยู่กลางกบาล
“งั้นก็ไปร้านนี้สิ!”
ท่าทางชมจันทร์ดูดี๊ด๊าเกินกว่าจะเป็นการแนะนำร้านเสริมสวยธรรมดา แต่ชมเนตรก็ทำได้เพียงเป็นผู้ฟังที่ดี
