บทที่ 2 เส้นผมกับลิปสติกสีแดงสด
“คุณพ่อขา” เด็กสาวตัวเล็กในวัยเจ็ดขวบโผกอดบิดาที่กลับบ้านช้ากว่าปกติ
“พ่อกลับมาแล้วค่าน้องเฌอ” ทศวรรษอุ้ม เฌอชม พลางหอมแก้มฟอดใหญ่ รู้สึกผิดเล็กน้อยที่กลับบ้านไม่ตรงเวลา ทำให้ลูกสาวต้องนั่งรอ
“คุณพ่อกลับบ้านช้าอีกแล้ว”
“พ่อขอโทษนะคะ พ่องานเยอะจริง ๆ ค่ะ”
เฌอชมโอบคอทศวรรษไว้แน่นด้วยใบหน้าบึ้งตึง ปกติแล้วพ่อมักจะกลับมาทานข้าวเย็นและนั่งเล่นกับเธอเป็นประจำ มีเพียงช่วงหลังมานี้ที่กลับบ้านในยามมืดค่ำ
“พี่ทศทานอะไรมาหรือยังคะ” ไม่ว่าคำตอบของสามีจะเป็นแบบไหน ในฐานะภรรยาก็จะมีอาหาร ของว่าง ผลไม้รอจัดเสิร์ฟให้สามีเสมอ
“ยังนะ ... ชมมีอะไรให้พี่ทานไหม”
“มีค่ะ”
ทศวรรษวางลูกสาวลงบนพื้นพลางยกมือลูบเกาลำคอตัวเองจนเป็นรอยแดงปื้น
“พี่ทศไปอาบน้ำไหมคะ เดี๋ยวชมอุ่นกับข้าวแป๊บหนึ่ง พี่อาบน้ำเสร็จได้ทานเลย”
“ก็ดีเหมือนกันจ้ะ คันตัว” ทศยิ้มแห้ง มือของเขายังถูไถลำคอตัวเอง “พ่อไปอาบน้ำก่อนนะคะน้องเฌอ”
“ค่ะ คุณพ่อ”
ชมเนตรเดินตามสามีขึ้นมายังห้องนอน ทำหน้าที่ภรรยาที่ทำมาตลอดเจ็ดปีเต็ม เธอเตรียมชุดนอนใหม่วางไว้หน้าห้องน้ำ และเอื้อมหยิบเสื้อสูทตัวเก่งของสามีมาแขวนตามเคย สูทที่สามีรักนักรักหนา สวมใส่อย่างภาคภูมิ
ตั้งแต่เธอได้เริ่มต้นใช้ชีวิตคู่กับทศวรรษ ชีวิตของชมเนตรก็เปลี่ยนไปตลอดกาล
เขาขอร้องให้ลาออกจากงาน ทั้งที่เธอกำลังได้รับการเลื่อนขั้น ด้วยคำมั่นสัญญาว่าจะดูแลชมเนตรและลูกในท้องอย่างดีที่สุด ขอเพียงแค่เธอเป็นแม่บ้านคอยดูแลเขาและลูกน้อยก็พอ
หน้าที่การงานของทศวรรษก็รุ่งเรืองอย่างก้าวกระโดดจนได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาด เพียงแต่ต้องย้ายมาประจำที่สาขาต่างจังหวัด เพื่อแลกกับเงินเดือนก้อนใหญ่
ชมเนตรยอมทุกอย่าง ทิ้งสิ่งที่เธอรัก เชื่อฟังสามี และเริ่มต้นชีวิตใหม่ในถิ่นที่ไม่มีใครรู้จักเธอเลย
“ชมจ๋า พี่ลืมผ้าขนหนู” ทศวรรษตะโกนแข่งกับเสียงสายน้ำจากฝักบัวออกมา
“ค่ะพี่ทศ”
เธออมยิ้ม คว้าผ้าขนหนูผืนใหม่พลางส่ายหน้าเล็กน้อย หากไม่มีเธอชีวิตของทศวรรษจะเป็นอย่างไรกันนะ
ชมเนตรนำเสื้อสูทไปแขวนที่ประจำ และจัดแต่งทรงให้เรียบร้อย ก่อนที่สายตาของเธอจะสะดุดเข้ากับบางสิ่งบางอย่าง วินาทีนั้นหัวใจกระตุกวูบ นิ้วเรียวสั่นเทา
เส้นผม
เส้นผมสีทองส่องประกายรับแสงไฟนีออน ความยาวมากกว่าสิบห้าเซนติเมตรที่ติดอยู่บริเวณไหล่
เธอหยิบเส้นผมปริศนาไว้ในมือ สายตาจ้องมองไปที่ประตูห้องน้ำ ทศวรรษยังคงอยู่ในนั้น พร้อมกับคำถามที่ดังก้องในใจ
“เส้นผมใคร!?”
ชมเนตรย่นคิ้วอย่างสงสัย พิเคราะห์เส้นผมตรงหน้าที่ไม่คุ้นตา ก่อนภาพของสามีลูบเกาลำคอจะวาบเข้ามา
เธอรีบหันมองยังตะกร้าผ้า เอื้อมหยิบเชิ้ตสีขาวที่ทศวรรษเพิ่งถอดทิ้งเมื่อครู่ สำรวจบริเวณปกเสื้อก็พบกับปริศนาอีกชิ้นหนึ่ง
รอยลิปสติกสีแดงสด
รอยลิปสติกเลอะเปรอะอยู่บนคอปกอย่างไม่ตั้งใจนัก หากไม่สังเกตก็คงจะไม่พบสิ่งที่ต้องสงสัยอันนี้
ทว่า ...
ชมเนตรเป็นแม่บ้านมาเจ็ดปีเต็ม งานหลักของเธอคือการดูแลสามีกับลูกสาว งานบ้านงานเรือนทุกอย่างลงมือทำด้วยตัวเองอย่างเป็นระเบียบ เรียบร้อย เพื่อให้ทุกอย่างออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด
ฉะนั้น ... รอยลิปสติกเล็ก ๆ อันนี้ไม่อาจรอดพ้นสายตาเธอได้อย่างแน่นอน
คำถามคือ ใครเป็นเจ้าของลิปนั่น!
แกร๊ก!
เสียงลูกบิดประตูห้องน้ำดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวยืนยิ้มแฉ่ง
“วันนี้มีอะไรให้พี่กินเหรอ”
ชมเนตรรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ พร้อมกับปล่อยเสื้อเชิ้ตสีขาวลงตะกร้าผ้าตามเดิม
“แกงจืดเต้าหู้หมูสับ ผัดเผ็ดไก่ค่ะ ถ้าพี่ทศอยากทานอะไรเพิ่มก็บอกชมได้เลย”
“แค่นั้นก็พอแล้วจ้ะ กับข้าวเมียอร่อยที่สุดในโลกเลย” ทศวรรษก้มลงหอมแก้มภรรยาฟอดใหญ่ และเดินไปสวมชุดนอนที่เธอเตรียมไว้ทันที
ชมเนตรปลีกตัวลงมาที่ห้องครัว เตรียมกับข้าวและข้าวสวยร้อน ๆ จัดเสิร์ฟให้สามีที่โต๊ะอาหาร ระหว่างที่เขากำลังแต่งตัวอยู่
“คุณแม่ขา น้องเฌอขอทานอีกหน่อยได้ไหมคะ”
ชมเนตรหันขวับมองลูกสาวด้วยความสงสัย “หนูหิวเหรอลูก”
“เปล่าคะ น้องเฌอจะทานเป็นเพื่อนคุณพ่อ” เฌอชมกล่าว และยกก้นนั่งบนเก้าอี้
“ก็ได้ค่ะ” ชมเนตรยิ้ม รู้ดีว่าเฌอชมรักและสนิททศวรรษแค่ไหน “แต่นิดเดียวนะคะลูก”
“ค่ะ คุณแม่”
ไม่นานนักทศวรรษย่างกรายลงมาจากชั้นสอง ปรี่มายังโต๊ะอาหารพร้อมกับรอยยิ้ม
“น้องเฌอทานข้าวกับคุณพ่อเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ น้องเฌอกลัวคุณพ่อเหงา”
สองพ่อลูกนั่งทานมื้อค่ำด้วยกันอย่างมีความสุข ขณะที่เธอกำลังมองภาพตรงหน้าด้วยใจที่เต้นระส่ำ เส้นผม รอยลิปสติกปริศนานั่นยังคงตามหลอกหลอนในความทรงจำ และเธอจะทำอย่างไรต่อไปดี
หวังว่าเรื่องทั้งหมด เธอแค่คิดไปเอง
