บทที่ 4 กี่โมงแล้วเหรอคะ?
เมื่อลูกน้อยวิ่งลับสายตาไปแล้ว ชมเนตรจึงหันหลังกลับพาตัวเองเดินไปที่รถยนต์ส่วนตัว สายตาของเธอยังกวาดมองเรือนผมผู้หญิงมากมายตรงหน้า ไม่ว่าจะคุณครู ผู้ปกครอง แม่ค้า หรือแม้แต่วินมอเตอร์ไซค์
เฉดสีนั้นไม่ใช่เฉดสีที่คนทั่วไปจะทำได้เลย ต้องเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม และถ้าเธอเดาไม่ผิดล่ะก็ เจ้าของเฉดสีผมนั้นต้องมีอายุน้อยกว่าแม่บ้านแบบเธออย่างแน่นอน
แม้สามีจะยืนกรานว่าคืนนั้นเขาไปนั่งดื่ม นั่งทานข้าวกับลูกค้า แต่สัญชาตญาณของความเป็นภรรยามันไม่ได้จบลง เธอทำใจให้เชื่อไม่ได้จริง ๆ และถ้าเป็นลูกค้าจริง ๆ ล่ะก็ จะต้องนั่งแนบชิดสนิทกันด้วยท่วงท่าไหน เส้นผม และรอยลิปสติกถึงได้ฝากไว้ในจุดที่ไม่ควรจะอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว
ชมเนตรใช้เส้นทางเดิมในการกลับบ้าน สถานที่ที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเธอ ทั้งที่ทำงาน ที่พักใจ และที่ปลอดภัยที่สุด อีกทั้งบ้านหลังนี้ยังเป็นสมบัติเพียงชิ้นเดียวที่เธอมีติดตัวมา
ชวนชม หญิงชราผู้ใจดีมีศักดิ์เป็นยาย ได้ยกที่ดินผืนนี้ให้ชมเนตรตั้งแต่เธอยังไม่สำเร็จการศึกษา เพราะในตอนนั้นชวนชมคิดว่าตนเองคงไม่มีวาสนา ได้อยู่รอเห็นภาพหลานสาวคนโปรดสวมชุดครุย ยืนยิ้มถ่ายรูปร่วมเฟรมเดียวกันในวันรับปริญญา แต่โชคชะตาและฟ้าดินยังเป็นใจ ชวนชมอายุมั่นขวัญยืนจนได้มีโอกาสเห็นหลานสาวสวมชุดแต่งงาน พร้อมกับหนึ่งชีวิตที่กำลังเติบโตในท้องของเธอ
‘ยายล่ะไม่ค่อยชอบขี้หน้าผัวแกเลย’
‘อ่าว! ทำไมล่ะยาย’
‘โหงวเฮ้งมันไม่ดี’ ชวนชมหน้ายู่ มองชมเนตรที่กำลังลองชุดแต่งงานต่อหน้าตัวเอง ใจหนึ่งก็ดีใจ แต่อีกกึ่งใจก็ไม่ยินดี
‘โหงวเฮ้งอีกแล้วเหรอยาย’ ชมเนตรขำ ยายเชื่อในเรื่องโหราศาสตร์ โหวงเฮ้ง ฮวงจุ้ย และอีกมากมาย ส่วนเธอไม่เชื่ออะไรพวกนี้เลย
‘เออสิ! โหงวเฮ้งคนเจ้าชู้ เอ็งก็ระวังไว้เถอะ’
รักหลานสาวสุดหัวใจ ไหนจะเหลนที่อีกหกเดือนก็จะได้ลืมตาดูโลก ชวนชมจึงให้เงินสดน้ำหนักสองกิโลฯ กับชมเนตรไว้เป็นของขวัญ
‘เงินก้อนนี้ยายให้เอ็งไว้ดูแลตัวเองกับลูกนะ ถ้ายายไม่อยู่ต้องเข้มแข็ง อย่าอ่อนปวกเปียกเหมือนแม่แกล่ะ’
ชมเนตรเบิกตาโพรง มองธนบัตรสีเทามัดรวมกันเป็นปึกที่ชวนชมยกให้เมื่อครู่ ก่อนจะก้มลงกราบแทบเท้าด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ
‘ขอบคุณจ้ะยาย แต่ยายน่ะแข็งแรงจะตายอยู่กับชมไปอีกนานแน่นอนจ้ะ’
หลังงานแต่งงานของชมเนตรไม่กี่สัปดาห์ชวนชมก็จากไปอย่างสงบ
เงินสดสองล้านบาทไม่ได้นำมาใช้ตามแผนการเงินที่ชมเนตรคิดไว้เลย เมื่อสามีต้องย้ายงานมาประจำที่สาขาต่างจังหวัด ไม่รู้ว่าบังเอิญ หรือฟ้าดินแกล้งเล่นตลก ที่ทำงานของทศวรรษดันอยู่ไม่ไกลจากที่ดินผืนนั้น ชมเนตรจึงตัดสินใจใช้เงินสองกิโลฯ สร้างบ้านหลังนี้ไว้อยู่อาศัยกับครอบครัวของเธอ
พอคิดย้อนไปถึงคำพูดของยาย ชมเนตรก็เริ่มมีคำว่า ‘เจ้าชู้’ ผุดขึ้นมาในหัวสมอง แม้ว่าเจ็ดปีที่ผ่านมาจะไม่เคยคิดเลยก็ตาม เพราะคำว่า ‘ไว้ใจ’
ยามเย็นบรรยากาศภายในบ้านกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อเฌอชมกลับมาจากโรงเรียน แล้วรื้อกล่องของเล่นมานั่งรอทศวรรษอยู่ที่ห้องนั่งเล่น คอยมองประตูรั้วอย่างใจจดจ่อ รอคอยรถเก๋งสีดำคันหรูของคุณพ่อให้จ่อหัวเลี้ยวเข้ามา
“คุณแม่! กี่โมงแล้วเหรอคะ”
ชมเนตรเหลือบสายตามองนาฬิกาแขวนผนัง และตะโกนตอบกลับลูกสาวไป “ห้าโมงเองค่ะ คุณพ่อเลิกงานห้าโมงนะคะ”
“งั้นแปลว่าอีกครึ่งชั่วโมงคุณพ่อจะถึงบ้านใช่ไหมคะ”
ชมเนตรยิ้ม วางมีดลงกับเขียงเบา ๆ และมองลูกสาวอย่างเต็มสายตา “คุณพ่อบอกว่าจะแวะซื้อเค้กให้น้องเฌอ คุณแม่คิดว่ากว่าคุณพ่อจะถึงบ้านก็ ประมาณหกโมงเย็นเลยค่ะ”
เด็กตัวน้อยพยักหน้ารับด้วยแววตาเป็นประกาย และหันไปคว้าเอาตุ๊กตาขึ้นมานั่งเล่นรอบิดากลับบ้าน
“ยังไงก็ต้องทานข้าวเย็นก่อน ค่อยเล่นกับคุณพ่อนะคะ”
“ค่า”
เสียงใสแจ๋วตะโกนตอบกลับมาอย่างเชื่อฟัง และนั่นก็เรียกรอยยิ้มของชมเนตรกลับมาอีกครั้ง เธอรู้สึกโชคดีที่ลูกสาวเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย เลี้ยงง่ายไปหมด ทำให้เธอไม่รู้สึกเหนื่อยกับอาชีพแม่บ้านนี้เท่าไหร่นัก
แต่แล้วความคิดด้านลบก็ชำแรกแทรกเข้ามาในหัวสมอง ถ้าเรื่อง ‘เส้นผม’ เป็นแบบที่สัญชาตญาณเชื่อมั่นขึ้นมาจริง ๆ ล่ะก็ ชีวิตของเธอจะเป็นอย่างไร แต่ที่น่าเป็นห่วงกว่าคือเด็กตัวน้อยนั่น ที่ติดพ่อ ร่ำร้องหาแต่พ่ออยู่ทุกวัน
เข็มสั้นใกล้ชี้ที่เลขหก เข็มยาวชี้ไปที่เลขสิบ พร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ดังมาจากหน้าบ้าน เฌอชมรีบวิ่งออกจากห้องนั่งเล่นไปยืนรอหน้าบ้านด้วยรอยยิ้มแฉ่ง
“คุณพ่อกลับมาแล้ว!!”
เด็กสาวตะโกนลั่นบ้าน กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ และภาพที่ชมเนตรเห็นเป็นประจำก็กำลังฉายซ้ำ เมื่อสามีอุ้มลูกขึ้นมากอดหอมแบบทุกวัน
“พ่อซื้อเค้กมาหกชิ้นค่ะ”
ทศวรรษชูถุงกระดาษสกรีนโลโก้ร้านเค้กชื่อดัง เฌอชมก็รีบชะโงกมองลงไปในถุงว่าวันนี้พ่อซื้อเค้กอะไรมาบ้าง
“ทานข้าวกันก่อน ค่อยทานเค้กนะคะ เด็กดี”
“ค่ะคุณพ่อ” เด็กตัวน้อยชูสองมือ ยิ้มจนแก้มแทบแตก
ส่วนทศวรรษก็ยื่นถุงกระดาษให้เมียนำไปเก็บใส่ตู้เย็น เป็นภาพเดิม ๆ ที่ชมเนตรชินชา บางครั้งก็นึกสงสัยว่าตัวเองเป็นภรรยา หรือว่าแม่บ้านกันแน่
เค้กมากมายวางเรียงไว้ในตู้เย็นอย่างเป็นระเบียบ พร้อมกับเสียงสองพ่อลูกที่ดังกระหึ่มไปทั่วบ้าน อย่างน้อยชมเนตรก็ยังดีใจที่สามีรู้จักรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับลูกสาว เพราะระยะหลังมานี่ ... ผิดคำพูดบ่อยเหลือเกิน
บอกว่าจะกลับไว แต่กว่าจะกลับมาจริง ๆ ก็ล่อไปสองทุ่ม บอกว่าจะอยู่เล่นกับลูกในวันอาทิตย์ก็คว้ากุญแจรถออกไปนอกบ้าน แต่งตัวอย่างหล่อ กลิ่นน้ำหอมฟุ้งกระจาย
