บทที่ 5 อย่าปล่อยให้พี่เป็นคนโง่เลย
วันเสาร์ วันหยุดของนักเรียนทุกคนในประเทศไทย แต่เฌอชมมีเรียนพิเศษเพิ่มเติมเล็กกับ เล็ก ครูสาวแสนใจดีที่มาช่วยสอนพิเศษให้เฌอชมถึงที่บ้านตั้งแต่สองปีก่อน จนตอนนี้เล็กได้กลายเป็นคนสนิท และคนสำคัญของสองแม่ลูกคู่นี้ไปโดยปริยาย
“สวัสดีค่ะพี่ชม”
บ่ายโมงตรงหญิงสาวร่างท้วม แก้มยุ้ย สูงน้อยกว่าชมเนตรนิดหน่อย เดินมาพร้อมถุงผ้าและเอกสารปึกนึงในนั้น
เล็กยกมือไหว้ชมเนตรเป็นการทักทาย แม้อายุจะน้อยกว่าสามปีก็ตาม
“สวัสดีจ้ะเล็ก ตรงเวลาเป๊ะเลยนะ”
“เล็กชอบมาบ้านพี่น่ะค่ะ มันเงียบสงบ น้องเฌอก็น่ารักมากด้วย” เล็กสารภาพตามตรง เธอรับสอนพิเศษตามบ้านมาได้ห้าปี แต่บ้านนี้ติดอันดับต้น ๆ ที่เล็กอยากมามากที่สุด
บรรยากาศเงียบสงบ นักเรียนก็น่ารัก อีกทั้งชมเนตรก็อัธยาศัยดี ต้อนรับเธออย่างอบอุ่น
“เล็กขอตัวไปสอนก่อนนะคะ”
“จ้ะ วันนี้พี่มีเค้กมาให้เล็กด้วย ไว้เดี๋ยวมานั่งทานตอนพักกันนะ”
“งู้ย” เล็กทำหน้าฟิน เพราะชมเนตรเป็นแบบนี้ไงเธอถึงอดทนรอไม่ไหวที่จะมาสอนพิเศษในวันหยุดสุดสัปดาห์ “ขอบคุณนะคะพี่ชม”
การสอนพิเศษวิชาคณิตศาสตร์ได้เริ่มต้นขึ้นภายในห้องนั่งเล่น เฌอชมฟังที่ครูเล็กอธิบายอย่างตั้งใจ ครั้นครูเล็กถามอะไรเธอก็ตอบได้ แก้โจทก์ได้ จนถึงช่วงเวลาที่เล็กมอบหมายแบบฝึกหัดให้ทำ
และนั่นก็เป็นเวลาพักของเล็กที่จะได้เดินไปเม้ามอย กินของว่างกับชมเนตร
“มาแล้วค่ะ” เล็กคลี่ยิ้มหวานส่งสายตาหยาดเยิ้มมาให้ชมเนตรที่โต๊ะอาหาร
“พี่ไม่รู้เล็กอยากทานชิ้นไหน เลือกเอาเลยนะ”
“เอาชิ้นนี้แล้วกันค่ะ” เล็กตักเค้กช็อคโกแลตออกจากจานใหญ่มาใส่จานตัวเองด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข เธอไม่รอช้า ตักเค้กเข้าปากเคี้ยวตุ้ยหนึ่งคำอย่างฟิน ๆ
หลังจากกินไปได้สองสามคำ เล็กก็คว้าทิชชูเช็ดปาก หันมองหน้าชมเนตร สีหน้าเธอดูหมองคล้ำกว่าสัปดาห์ก่อนที่เจอกัน
“พี่ชม ... สีหน้าดูไม่ค่อยสดใสเลยนะคะ หมองคล้ำลงไปเยอะเลย”
“เหรอ ...” ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย เธอคิดในใจ
“พี่ชมต้องดูแลตัวเองนะคะ อย่าปล่อยให้โทรมสิ พี่ทศน่ะหล่อขึ้นทุกวันเลยนะ”
เล็กพูดไปก็ตักเค้กไป โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดของเธอจะไปสะกิดต่อมสงสัยของอีกคนที่นั่งอยู่
‘หล่อขึ้นทุกวัน’ เล็กพูดอย่างกับว่าเจอผัวเธอบ่อยอย่างนั้นแหละ แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงล่ะ ในเมื่อเล็กจะได้เจอกับทศวรรษเฉพาะวันอาทิตย์ และยิ่งช่วงนี้เขาเองก็ไม่ค่อยอยู่ติดบ้าน ไม่รู้ว่าธุระอะไรนักหนา
“เล็กพูดอย่างกับเจอพี่ทศบ่อยอย่างนั้นแหละ ...”
สิ้นเสียงหวาน ช้อนที่ตักเค้กก็ค้างกลางอากาศ เล็กหันมองหน้าชมเนตรอย่างช้า ๆ “ซวยแล้ว หลุดพูด!”
“เอิ่ม ... คือ” สุดท้ายช้อนที่อยู่กลางอากาศก็ถูกวางลงบนพื้นผิวจานกระเบื้อง กระดกน้ำหนึ่งอึกโดยที่ไม่ได้กระหายเลยสักนิด
“...”
“สองสามวันก่อน เล็กเห็นพี่ทศที่ร้านอาหารค่ะ” เล็กฉีกยิ้ม ยิ้มที่ไร้ความมั่นใจ เพราะกลัวจะทำให้บ้านเขาแตกกระเจิงด้วยคำพูดที่ไม่ทันระวังของตัวเอง
“เหรอ ...”
คำว่า ‘เหรอ’ ที่เอ่ยออกมาจากปากภรรยาอย่างชมเนตรทำให้เล็กมือเท้าเย็นเฉียบราวกับอุณหภูมิที่เครื่องปรับอากาศถูกลดลงโดยฉับพลัน
เธอสบมองที่นัยน์ตาชมเนตร แววตาของเธอเหมือนคาดคั้นแทนคำพูด ดวงตาคู่นั้นจ้องมองเธอนิ่งเงียบ ริมฝีปากไม่ได้ขยับเขยื้อนใด ๆ
“วันนั้นเล็กไปทานข้าวกับแฟนพอดีน่ะค่ะ แต่พี่ทศน่ะไม่เห็นเล็กหรอก เล็กไม่กล้าเข้าไปทัก ...”
“ทำไมล่ะ” ชมเนตรสวนขึ้นทันที ราวกับรอจังหวะนี้อยู่
“คือ ... พี่ทศมากับใครก็ไม่รู้น่ะค่ะ คงเป็นลูกค้าแหละ แหะ ๆ” รอยยิ้มของเล็กไม่ได้บ่งบอกถึงความสุข มันเจื่อนลงเรื่อย ๆ เม็ดเหงื่อผุดซึมที่มือทั้งสองข้าง
“ผู้หญิงเหรอ” สายตาของชมเนตรจ้องมองมาที่เล็กราวกับคาดคั้น แต่มุมปากยังคงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ
“ผู้หญิงค่ะ”
“มากันกี่คน”
“เล็กเห็นว่ามากันแค่สองคนนะคะพี่ ... แต่อาจจะมีคนอื่นตามมาด้วยก็ได้ค่ะ เล็กไม่แน่ใจ”
ตาของเล็กดูหลุกหลิกคล้ายปกปิดอะไรบางอย่าง ส่วนแววตาของชมก็แข็งกร้าวและว่างเปล่าในเวลาเดียวกัน เล็กคิดว่าไม่ควรนั่งอยู่ตรงนี้อีกแล้ว ไม่ควรเลยจริง ๆ
“เล็กไปดูน้องเฌอก่อนนะคะ” พูดปุ๊บก็ลุกพรวด แต่ยังไม่ทันก้าวเท้าไปไหนเสียงของชมเนตรก็รั้งไว้แทน
“เดี๋ยวสิ”
“คะ ...?” เล็กค่อย ๆ หันกลับไปอีกครั้ง วันนี้เธอดูน่ากลัวและเศร้าสร้อยในเวลาเดียวกัน
“เล็กยังกินเค้กไม่หมดเลยนะ” ชมเนตรฉีกยิ้มจนตาหยีไปด้วย ปกติแล้วของว่างที่เธอเตรียมไว้ให้เล็กจะมักจะถูกจัดการจนหมด ไม่เคยเหลือร่องรอยของความอร่อย ยิ่งลุกพรวดออกไปแบบนี้ยิ่งน่าสงสัย
เล็กกลืนไม่เข้า คายไม่ออก จะนั่งต่อหรือจะก้าวเท้าเดินดี เธอตัดสินใจไม่ถูก
“เล็ก ...”
“คะ!” แค่เสียงเรียกแผ่วเบาของชมเนตรก็ทำให้เล็กขนลุกซู่ได้อย่างน่าประหลาด
“ถ้ารู้ ถ้าเห็นอะไรก็บอกพี่ อย่าปล่อยให้พี่เป็นคนโง่เลย”
น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแฝงด้วยความเศร้าพอ ๆ กับนัยน์ตาคู่นั้น เล็กกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ และท้ายที่สุดก็หย่อนก้นลงนั่งตามเดิม
