บทที่ 8 เช้าวันอาทิตย์

ทศวรรษนั่งนิ่งมองภรรยาที่นั่งหายใจจนทรวงอกกระเพื่อมด้วยอารมณ์โกรธ แม้เธอพยายามควบคุมแล้วแต่เขาเองก็รู้สึกได้ เขาไม่อยากให้ภรรยาออกจากบ้านเลย ไม่อยากให้มีสังคมด้วย 

เพราะกลัวว่าจะทำอะไรไม่ถนัดนัก 

“พี่ขอโทษนะชม พี่เองก็คิดน้อยไปหน่อย” ทศวรรษพยายามปรับน้ำเสียง และฉีกยิ้มออกมา เอื้อมมือไปสัมผัสมือภรรยาที่กำไว้แน่น “พี่เพิ่มให้ชมอีกห้าพันดีไหม ชมจะได้เอาไว้ซื้อของส่วนตัว หรือชมอยากได้เท่าไหร่บอกพี่สิ” 

ชมเนตรย่นคิ้ว หันขวับมองหน้าสามีอย่างฉงน ทำไมเขาถึงยื่นข้อเสนอเรื่องการเพิ่มเงินให้เธอกันล่ะ ก่อนหน้านี้เขายังเคยบ่นว่าให้เธอใช้อย่างประหยัดเสียด้วยซ้ำ

“พี่ทศ ...” ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เธอไม่ได้ซึ้งใจขนาดนั้นที่สามีคิดจะเพิ่มเงินให้ สิ่งที่เธอต้องการคือได้ออกไปทำงานและมีสังคมมากกว่า

“พี่รักชมนะ พี่ไม่อยากให้ชมต้องลำบาก ชมไม่ได้ทำงานมาตั้งเจ็ดปีแล้ว กว่าจะปรับตัวได้อีก กลัวว่าชมจะเครียด” ทศวรรษยิ้มหวาน ก้มลงไปจูบหลังมือภรรยาอย่างแผ่วเบา “ก็พี่สัญญากับครอบครัวชม และชมไว้นี่นา ว่าจะดูแลชมให้ดีที่สุด” 

ที่ผ่านมาทศวรรษดูแลเธอและลูกอย่างดีมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเรื่องเงินทอง หรือการเอาใจใส่ ก็เพิ่งมีแค่ช่วงหลัง ที่บางสิ่งมาปลุกสัญชาติญาณของเมียให้ตื่นขึ้น และเธอก็ยังเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เธอสงสัยมันเป็นเรื่องจริง ยิ่งได้ฟังคำบอกเล่าจากปากของเล็กด้วยแล้ว ยิ่งมั่นใจ 

แต่พอเห็นท่าทีอ่อนโยนของผัวตัวเองก็เริ่มลังเล ตามหลักสูตรการหลงหญิงใหม่ ต้องโวยวาย ต้องหงุดหงิด ต้องใช้เงินปรนเปรออีกฝ่าย จนไม่มีเหลือเผื่อครอบครัวไม่ใช่หรือ 

“ถ้าเพิ่มเงินเดือนให้ชมอีก พี่ทศจะพอใช้เหรอคะ” 

“พอสิ พี่ก็ผิดเองที่ลืมคิดจุดนี้ไปเลย ตอนนี้ข้าวของทุกอย่างก็แพงขึ้น แต่ไม่เคยเพิ่มเงินให้ชมเลย” ทศวรรษยิ้มหวาน เกลี่ยปอยผมที่ลงมาปรกหน้าภรรยา “เอาเป็นว่าตามนี้เนอะ พี่ไปอาบน้ำและ” 

ชมเนตรกะพริบตาปริบ ๆ พยายามคิดตามสามีให้ทัน ทำไมเขาถึงไม่ปริปากบ่นเลยสักคำ และยังทำทีเข้าอกเข้าใจเธอ

ริมฝีปากนุ่มหยุ่นเลื่อนมาประทับรอยจูบไว้ที่หน้าผากภรรยา ก่อนจะปลีกตัวเดินขึ้นชั้นสองที่ตั้งของห้องนอนด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน และไม่หันกลับมามองเธออีกเลย

เช้าวันอาทิตย์ วันหยุดของสมาชิกทุกคนในบ้าน วันที่บ้านจะไม่เงียบจนเกินไปเหมือนวันสามัญธรรมดา และเป็นวันเดียวทั้งสัปดาห์ที่ชมเนตรตื่นสายได้นิดหน่อย เพราะอาหารเช้าเริ่มต้นในเวลาแปดนาฬิกาสามสิบนาที 

แต่เธอกลับไม่ใช้สิทธิ์นั้น ตีห้าเวลาเดิมเด้งพรวดลุกจากเตียง ยืนแปรงฟันในห้องน้ำ หัวสมองคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนสายตาจ้องมองเงาสะท้อนในกระจกนั่น 

หญิงสาวที่เคยสวยสะพรั่ง เคยเป็นดาวคณะฯ เคยมีผู้ชายมากมายมาจีบ บัดนี้มีเพียงผิวหน้าคล้ำหมอง ผิวกายแห้งไร้ความชุ่มชื้น และเรือนผมที่เคยดกหนาก็ค่อย ๆ ร่วงบางลงตามกาลเวลา

ชมเนตรถอดชุดนอนออก วางกองไว้กับอ่างล้างหน้า ส่องกระจกดูสารร่างตัวเองด้วยตาเนื้อทั้งสอง ร่างกายของเธอเปลี่ยนไปตามกาลเวลาที่ละเลย เพราะมัวทุ่มเททุกอย่างให้สามีและลูกสาว

‘อายุปูนนี้แล้วใครจะรับเข้าทำงาน แล้วดูสารรูปตัวเองด้วยสิ’

มือที่เคยนุ่ม กลับแห้งสากลูบไล้ผิวกายที่เคยเนียนละเอียด และวนกลับมาดึงส่วนย้อยตรงพุงด้วยใจสลาย  

อืม ... ที่ทศวรรษพูดมามันก็ไม่ผิดเลยสักนิด สารรูปแบบนี้หรือเปล่านะที่ทำให้เขาหันมองหญิงคนอื่น แต่นี่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่ทำให้สามีต้องนอกใจภรรยา

ชมเนตรสวมเสื้อยืดตัวเก่า กางเกงขาสั้น และรองเท้าผ้าใบออกไปวิ่งละแวกบ้าน ตอนนี้ยังคงสับสน สรุปแล้วที่ต้องหันมาดูแลตัวเองจริงจัง เพราะรักตัวเองจริง ๆ หรือเพราะรักผัวกันแน่

วิ่งไปด้วย คิดไปด้วย จนล่วงเลยมาหนึ่งชั่วโมงพอดี สองขาที่ใกล้หมดแรงได้พาตัวเองกลับมาถึงบ้าน บ้านที่ใช้เงินส่วนตัวทุ่มสร้างให้ครอบครัวได้อยู่อย่างสุขสบาย 

และแม่บ้านอย่างเธอก็เริ่มทำกิจวัตรประจำวันทันที โดยไม่พักให้หายเหนื่อย เพราะเกรงว่าถ้านั่งเฉย ๆ สมองของเธอจะทำงานหนัก คิดวกไปวนมาจนกลายเป็นคนบ้าเสียสติไปเอง 

อาหารเช้าพร้อมเสิร์ฟในขณะที่ลูกสาวตัวน้อยยังคงหลับไหล เว้นเสียแต่ว่า ...

สามีเดินลงมาจากชั้นสอง พร้อมชุดไปรเวท ไม่ใช่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นแบบที่เคยใส่อยู่บ้าน 

“เออ! มึงก็ไม่นัดกูล่วงหน้าด้วยนะ ... โอเค ๆ อีกชั่วโมงน่าจะถึง”

เสียงทศวรรษดังก้อง เป็นประโยคธรรมดาที่ไร้ความไพเราะ และเมื่อสองเท้าของเขาแตะพื้นบ้านชั้นล่าง ก็รีบปรี่มาหาภรรยาที่กำลังง่วนอยู่ในครัว

“ชมจ๊ะ พี่ทานข้าวเช้าได้เลยไหม”

ชมเนตรล้างจานด้วยสีหน้านิ่ง เพราะบทสนทนาเมื่อครู่มันดังราวกับจงใจให้เธอได้ยินอย่างไรชอบกล

“ได้ค่ะ พี่ทศไปนั่งรอเลยค่ะ เดี๋ยวชมยกไปให้” 

ไม่นานนักอาหารเช้าแบบอเมริกันสไตล์ก็วางเสิร์ฟให้เสาหลักของบ้าน พร้อมกับกาแฟดำที่เขาทานเป็นประจำทุกวัน 

“ชม ...” ทศวรรษขมวดคิ้วนิดหน่อย มองเครื่องแต่งกายภรรยาที่ดูเหมือนจะผิดปกติไปจากทุกวัน 

“คะ?”

“ทำไมแต่งตัวแบบนี้ล่ะ ..” ปกติแล้วชมจะชอบใส่ชุดนอนทำงานบ้านรอบเช้าให้เสร็จ ก่อนจะไปอาบน้ำแต่งตัว แต่วันนี้ภรรยากลับเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่สามารถนำไปทำผ้าขี้ริ้วได้แล้ว

“ชมออกไปวิ่งมาน่ะค่ะ” 

“วิ่ง ...” ทศวรรษทวนซ้ำด้วยความฉงน 

“ค่ะ วิ่ง” 

เขาไม่เข้าใจระบบความคิดอันซับซ้อนของผู้หญิงเท่าไหร่นัก การสวมชุดเก่า ๆ ให้เห็นแบบนี้เป็นการประท้วงทางอ้อมหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้ แต่ทศวรรษก็รีบเข้าแอพฯ ธนาคารโอนเงินเพิ่มให้ชมเนตรตามที่ได้คุยกับไว้เมื่อคืน

“พี่โอนเงินเพิ่มให้แล้วนะ ชมไว้ชอปปิ้งเถอะ แล้วเดือนหน้าพี่จะโอนทีเดียวเลยสามหมื่นบาท” 

“ขอบคุณค่ะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป