บทที่ 9 กฎยี่สิบเอ็ดวัน
“วันนี้พี่ออกไปหาไอ้ปริมนะ มันโทรปลุกพี่เมื่อเช้านี้เอง” ทศวรรษไม่พูดเปล่า ยกมือถือโชว์รายการโทรเข้าออกที่แสดงรายชื่อ ‘ปริม’ ให้ชมเนตรดู
ปริม คือเพื่อนสนิทที่คบหากับทศวรรษมาอย่างยาวนาน และแต่งงานย้ายไปอยู่กับภรรยาที่สุพรรณเมื่อห้าปีก่อน ชมเนตรเคยมีโอกาสได้ไปร่วมงานแต่งงานของทั้งสองคน และหลังจากวันนั้นภรรยาของปริมก็เพิ่มเธอเป็นเพื่อนในบัญชีโซเชียล ซึ่งชมเนตรก็เพียงตอบรับคำขอนั้นตามมารยาท
“ค่ะ”
“พี่จะรีบกลับ”
หลังจากทศวรรษจัดการกับมื้ออาหารเช้า เขาก็รีบบึ่งออกจากบ้านทันที ตอนนี้เหลือเพียงแค่ชมเนตรกับเฌอชมในบ้านหลังนี้อีกแล้ว
“คุณพ่อทิ้งน้องเฌออีกและ!” เด็กสาวหน้ามุ่ย ยืนกอดอกมองโรงจอดรถที่ควรจะมีสองคัน
“คุณพ่อไปหาอาปริมน่ะค่ะ เดี๋ยวคุณพ่อก็กลับ” ชมเนตรเองก็เบื่อที่จะหาข้ออ้างมาปลอบใจลูกสาว บางครั้งจึงพูดความจริงที่น่าน้อยใจออกไปบ้าง
“น้องเฌออยากออกไปเที่ยวบ้าง ทำไมคุณพ่อไม่เอาน้องเฌอไป”
นั่นก็เป็นคำถามที่เธอเพิ่งถามตัวเองเหมือนกัน ทำไมวันนี้สามีไม่ชวนเธอและลูกสาวไปพบหน้าเพื่อนสนิทด้วย ปกติแล้วชอบหนีบกันไปทั้งครอบครัวนี่
“วันนี้น้องเฌอมีเรียนไวโอลินกับครูเล็กนะคะ จะไปได้ยังไงล่ะ” ชมเนตรยิ้ม หยิบยกสิ่งที่น่าสนใจอันอื่นมาหลอกล่อลูกสาว
“ครั้งก่อนยังเลื่อนครูเล็กได้เลยนี่คะ” เฌอชมแย้งด้วยความไม่พอใจ ก่อนทิ้งตัวนั่งลงกินมื้อเช้าตามตารางชีวิต
เล็กเดินทางมาถึงในเวลาบ่ายโมงตรง พาเฌอชมไปเรียนไวโอลินที่ห้องนั่งเล่น ส่วนชมเนตรได้เวลาปลีกตัวขึ้นมาอยู่บนห้องนอน และเข้าแอพฯ ธนาคาร มองยอดเงินในบัญชี มีเงินเก็บส่วนตัวที่สั่งสมมาตั้งแต่ตอนเรียน เงินก้อนของยายที่เหลือทอนจากการสร้างบ้าน และเงินสินสอดที่แม่ให้คืนมา
เงินส่วนนี้ชมเนตรตั้งใจไว้สำรองในช่วงฉุกเฉิน เผื่อวันหนึ่งมีเหตุจำเป็นต้องใช้จริง ๆ เหตุการณ์ไม่คาดฝัน หรือวันที่บ้านแตกสาแหลกขาด
แต่ตอนนี้ .. แม่งฉุกเฉินจริง ๆ แล้วว่ะ ฉุกเฉินสำหรับตัวเธอที่ต้องรีบทำอะไรสักอย่าง ให้ตัวเองกลับมาดูดี พอให้สามีสังเกตเห็น
ชมเนตรเข้าแอพฯ ชอปปิ้งออนไลน์ จิ้มไปที่ครีมโสมเกาหลีเซ็ทเดิมที่เคยใช้ แม้ว่าจะห่างหายไปมากกว่าห้าปีแล้วก็ตาม เพราะครีมชุดนั้นรวม ๆ แล้วก็เฉียดหมื่น เธอเสียดายเงิน จึงหันมาใช้ครีมซองสารพัดสูตรที่หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป เท่านั้นมันยังไม่สาแก่ใจ กดชุดวิ่ง ชุดออกกำลังกาย รวมถึงรองเท้าวิ่งลงตะกร้า และชำระเงินรวดเดียว
เงินถูกตัดออกจากบัญชีธนาคารเป็นตัวเลขที่สูงจนน่าตกใจ หลายปีมานี้แทบไม่เคยซื้อของให้ตัวเองแพงเท่านี้มาก่อน แต่เธอตัดสินใจแล้ว
เฌอชมยังคงอยู่ในคลาสเรียน ชมเนตรจึงเอนตัวนอนราบกับเตียงนุ่ม เข้าแอพฯ โซเชียลหาข้อมูลการวิ่ง
แต่เอไอปัจจุบันก็ฉลาดล้ำ ราวกับดักฟังทุกการเคลื่อนไหว หน้าฟีดที่เคยมีแต่หัวข้อข่าวประจำวัน ก็โชว์โพสต์ภรรยาของปริมอย่างรู้งาน
หล่อนเช็คอินที่ชายหาดชะอำ เมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว พร้อมกับโชว์ภาพครอบครัวอบอุ่นทั้งสามคนพ่อแม่ลูก
“ชะอำ ...”
บ้านของเธออยู่ห่างจากชะอำราว หนึ่งร้อยหกสิบกิโลเมตร ทศวรรษจะขับรถไปหาเพื่อนสนิทเพียงลำพังด้วยระยะทางไกลขนาดนั้น และไม่พาเฌอชมไป ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าลูกสาวตัวเองเลิฟทะเลขนาดไหน จริง ๆ น่ะเหรอ
มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
หรือความจริงแล้ว ผัวแค่อ้างชื่อเพื่อนขึ้นมา
กฎยี่สิบเอ็ดวัน การทำพฤติกรรมซ้ำ ๆ ติดต่อกันจนกลายเป็นนิสัย ซึ่งวันนี้คือวันที่ยี่สิบเอ็ดที่ชมเนตรเปลี่ยนตารางชีวิต ยัดกิจกรรมออกกำลังกาย และเฝ้าสังเกตพฤติกรรมผัวอยู่ทุกวัน
เธอไม่เพียงสังเกตธรรมดา แต่มันคือการจับผิดและเก็บข้อมูลอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ให้อีกฝ่ายรับรู้ เขาเข้าออกนอกบ้านเวลาไหน เธอก็แค่ยิ้ม พยักหน้าแบบที่เคยทำ
ซึ่งยี่สิบเอ็ดวันที่ผ่านมา มีเพียงสองวันเท่านั้นที่สามีกลับบ้านตรงเวลา ส่วนวันอื่น ๆ ถ้าฟ้าไม่มืดก็ไม่มีทางถึงบ้าน และวันอาทิตย์ก็หาเรื่องออกไปได้ตลอด จนลูกสาวที่เคยเฝ้ารอพ่อให้มานั่งเล่น ก็พลอยระอาใจไปด้วย
คงเป็นเพราะกฎยี่สิบเอ็ดด้วยเหมือนกัน ที่เฌอชมไม่ต้องนั่งรอพ่อ การไม่นั่งรอซ้ำ ๆ ก็กลายเป็นนิสัยอะไรสักอย่างที่ทำให้เด็กน้อยรู้ว่า ไม่ต้องนั่งรอพ่ออีกแล้ว
โทรศัพท์ส่งเสียงร้องดังต่อเนื่องพลางสั่นครืด ๆ อยู่บนโต๊ะภายในห้องนั่งเล่น เด็กตัวน้อยรีบเอื้อมมือหยิบและวิ่งมาส่งให้มารดาที่กำลังเตรียมอาหารเย็นอยู่ในครัว
“ขอบคุณค่ะน้องเฌอ” เธอยิ้มหวานให้ลูกสาว รีบกดรับสายนั้นเมื่อเห็นชื่อหล่อนโชว์หราอยู่บนหน้าจอ
“สวัสดีค่ะ ป้าจันทร์” ไม่บ่อยนักหรอกที่ ชมจันทร์ ป้าแท้ ๆ ของเธอจะโทรมา
[ทำอะไรอยู่หรือเปล่า]
“ชมทำกับข้าวค่ะ ป้าจันทร์มีอะไรหรือเปล่าคะ”
[ตอนนี้ชมทำงานอะไรอยู่หรือเปล่า]
มันเป็นคำถามที่แสนจะธรรมดา แต่ทำไมผู้ฟังอย่างเธอถึงจุกนักก็ไม่รู้
“เปล่าค่ะ ชมยังเป็นแม่บ้านอยู่เลย”
พูดไปพร้อมเสียงหัวเราะเล็กน้อยทำให้มันเป็นเรื่องขำขัน แต่ปลายสายกลับถอนหายใจยาว
[แล้วถ้าป้ามีงานให้ทำ ชมจะทำหรือเปล่าเนี่ย]
“งานอะไรเหรอคะ” แววตาคุณแม่บ้านส่องประกายระยับ เมื่อได้ยินคำว่า ‘งาน’
[ที่หอพักนี่แหละ ถ้าสนใจพรุ่งนี้มาหาป้าที่หอสิ สักสิบโมง ว่างไหม]
“วะ ว่างค่ะ ว่าง”
[งั้นพรุ่งนี้ก็เจอกัน เดี๋ยวป้าส่งโลเกชั่นไปให้อีกที เผื่อชมมาไม่ถูก]
“ค่ะ ป้าจันทร์ ขอบคุณค่ะ”
