บทที่ 11 แอบใส่ใจ lll
“ไม่ต้องหรอกครับคุณย่า เขาคงไม่ได้ละเมอบ่อยๆ”
“งั้นหรือ แล้วสรุปที่เขาร้องไห้ เพียงเหตุผลเท่านี้หรือยังไง ย่าว่าไม่น่าใช่”
“คือผม...ผมพูดแรง”
“ว่ามา...”
“ผมเรียกเขาว่า ยายอัปลักษณ์”
“ตายจริง เจ้าภัทร!” หญิงชราอุทานออกมาเสียงดัง
“ผมก็รู้สึกผิดอยู่ครับ แต่... แต่ว่า...” ชายหนุ่มก้มมองเท้าตัวเอง ไม่สบตาผู้เป็นย่าเหมือนอย่างเคย เพราะรู้ดีว่าตัวเองผิดอย่างเต็มประตู
“ไปขอโทษน้อง อย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก”
“ครับ”
พูดจบ ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาแรงๆ ทั้งย่าทั้งหลาน คนนึงหวังให้ชายหนุ่มและหญิงสาวลงรอยกันเสียที เพราะคงไม่มีใครสามารถประคับประคองไร่จอมใจแห่งนี้ไปได้ดีกว่าคนทั้งสอง ที่นางเองหมายมั่นปั้นมือเอาไว้แต่แรก ส่วนอีกคนถอนหายใจแรง เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มไปขอโทษแบบไหน แม้ทิฐิในใจจะเยอะยังไง แต่ก็รู้สึกว่าคำพูดตัวเองแรงเกินไปจริงๆ
“เก้า ฉันมีเรื่องจะพูดกับเธอ” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาทันทีที่เห็นว่าหญิงสาวยังนั่งก้มหน้าอยู่ที่โต๊ะอาหาร
“...”
“เก้า ได้ยินไหม”
“ไม่”
“เอ๊ะ ไม่แล้วจะตอบกลับมาได้ไง อย่ามากวนประสาท” จากที่ตั้งใจว่าจะออกมาพูดด้วยดีๆ และเอ่ยขอโทษ กลับกลายเป็นโมโห ที่หญิงสาวตรงหน้าทำท่าไม่อยากพูดด้วย และไม่ยอมสบตาเขาเหมือนเดิม
“ฉันไม่อยากพูดกับนาย นายไปคุยกับคนอื่นเถอะค่ะ”
“หยุดเรียกแบบนี้นะ!” ใช่ ใครจะเรียกเขายังไงก็ช่าง แต่เธอต้องเรียกเขาว่าพี่เหมือนเดิมถึงจะถูกสิ
“ไม่ค่ะ ฉันจะเรียกแบบนี้ และถ้าคุณมีอะไร ก็พูดออกมาเลย ฉันจะรับฟัง และถ้ามันเป็นเรื่องงาน... นายไม่ต้องห่วง ฉันจะทำตามอย่างไม่มีเงื่อนไข แต่ถ้ามันเป็นเรื่องอื่น คงต้องขอโทษล่วงหน้า” พูดจบ หญิงสาวก็ลุกออกไปทันที
“เก้า อย่ามาเดินหนีพี่แบบนี้นะ”
ทันทีที่ได้ยินเสียงคนตัวโต หญิงสาวก็เร่งฝีเท้าขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเองทันที ทั้งๆ ที่เวลานี้ยังไม่ถึงเวลาเข้านอนของหญิงสาวด้วยซ้ำ เธอแค่ต้องการไปให้พ้นจากคนตัวโตเท่านั้น
“นึกว่าจะหนีพ้นรึไง”
ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจออกมา กับการหลบหน้าหลบตา และปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปของหญิงสาว ครั้งนี้คงจะหนักเกินไปจริงๆ กับสิ่งที่เขาเอ่ยไปกับเธอ
ก๊อกๆ
“ใครคะ”
“เก้า ออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง”
“ไม่ ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับนายแล้ว เชิญค่ะ”
“เก้า จะออกมาดีๆ หรือจะให้เปิดเข้าไป”
“...”
“หึ” ชายหนุ่มสบถเสียงในลำคอ ก่อนจะหันไปเปิดประตูห้องนอนตัวเอง แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ เพื่อเปิดประตูทะลุไปยังอีกห้อง ห้องข้างๆ ห้องของหญิงสาวที่ต้องใช้ห้องน้ำร่วมกัน
หญิงสาวร่างท้วมออกไปนั่งรับลมเย็นๆ อยู่ที่ระเบียง จึงไม่ได้ยินเสียงเปิดประตูที่สามารถทะลุห้องถึงกันได้ ชายหนุ่มเดินออกมาจากห้องน้ำแบบเงียบๆ ก่อนจะหันไปมองยังหัวเตียงของหญิงสาว ที่มีรูปเขาและเธอถ่ายคู่กันในวัยเด็กวางอยู่ที่หัวเตียงทั้งซ้ายและขวา หญิงสาวไม่เคยย้ายรูป หรือแม้แต่คิดจะเก็บภาพเหล่านี้ทิ้ง ไม่ว่าเขาจะทำร้ายความรู้สึกเธอขนาดไหน
“เก้า”
“เฮ้ย ไอ้โรคจิต เข้ามาได้ไงฮะ” หญิงสาวถอยหลังกรูดจนไปชิดกำแพงตรงระเบียง เพราะตกใจที่อยู่ๆ คนตัวโตก็ถือวิสาสะเข้ามาโดยไม่บอกไม่กล่าว ในใจเธอนึกว่าเขาเดินหนีจากหน้าประตูไปแล้วเสียด้วยซ้ำ
“มาคุยกัน เขามาในห้อง”
“ไม่ๆๆๆ นายจะทำอะไร ไม่เข้านะ ออกจากห้องเก้า...เอ่อ...ออกจากห้องฉันเดี๋ยวนี้”
“หยุดตะโกน ก่อนที่คุณย่าจะได้ยินเสียงเธอ”
“ก็ออกไปเซ่ เข้าทำไม ออกไปเลย ไอ้โรคจิต นี่มันพื้นที่ส่วนตัวของฉัน คนอะไรชอบทำร้ายจิตใจคนอื่นไม่เลิก ขนาดหนีเข้ามาในห้องแล้วยังมาตามรังควานอีก”
“นี่จะหยุดตะโกนได้หรือยังเก้า” จบคำ ชายหนุ่มก็สาวเท้าออกไปยังบริเวณระเบียงไม้หน้าห้อง ที่ที่หญิงสาวยืนอยู่ เพราะจะเรียกอย่างไร แม่ตัวดีคงไม่ยอมเข้ามาง่ายๆ
“ไอ้คนใจร้าย ฉันไม่หยุด นายจะทำไม ฉ... อุ๊บ อื้อ”
เสียงถูกกลืนหายไปพร้อมกับริมฝีปากอุ่นๆ ของคนตรงหน้าที่ใช้ริมฝีปากปิดเสียงของเธอให้กลืนลงไปในลำคอได้อย่างง่ายดาย ความรู้สึกร้อนผ่าวไปจนถึงใบหู สัมผัสแรงๆ ในครั้งแรก ค่อยๆละมุนขึ้น คนตัวโตรุกล้ำเข้าไปสัมผัสลิ้นหวานฉ่ำของคนตรงหน้า ทำให้หญิงสาวตกใจไม่น้อย แต่ไม่สามารถดิ้นหลุดจากคนตรงหน้าได้ ศิรภัทรยังคงไม่สนใจ รุกล้ำเก็บเกี่ยวความหวานฉ่ำต่อไป จนลืมไปว่ากานต์พิชชาไม่เคยทำเรื่องอย่างว่ากับใคร
“อื้อ..อื้อ”
หญิงสาวพยายามดิ้นออกจากวงแขน ใช้มือทุบหน้าอกคนตัวโตแรงๆ เนื่องจากหายใจไม่ทัน และตกใจไม่น้อยกับสัมผัสของคนตรงหน้า ไม่เข้าใจว่าเขาทำอย่างนี้เพื่ออะไร นานร่วมนาทีกว่าที่คนเอาแต่ใจจะปล่อยให้เธอหลุดจากอ้อมกอดเขา
“หยุด แล้วฟังพี่ ถ้าไม่ฟังกันจะจูบอีก”
นั่นเป็นคำสุดท้ายที่ได้ยิน ก่อนที่เขาจะจูงมือเธอเข้ามานั่งในห้อง เพื่อคุยธุระ และพูดความในใจบางอย่าง ที่อยากบอกให้แม่สาวร่างท้วมตรงหน้ารู้ว่า เขาไม่ได้ตั้งใจว่าเธอออกไปแบบนั้น
