บทที่ 7 คนอัปลักษณ์ ll

“ทำไมเธอถึงต้องเป็นลูกเขากานต์พิชชา ทำไมต้องพรากพ่อแม่จากพี่ไป พี่ไม่ได้อยากเกลียดเธอเลยสักนิด”

เขาเปรยออกมาเบาๆ ขณะขับรถตามหาหญิงสาวที่ตนเองไม่แน่ใจ ว่าตอนนี้ระหว่างความรู้สึกในวัยเยาว์ที่แสนจะเอ็นดูน้องสาวตัวเล็กๆ กับความรู้สึกของสมองที่สั่งให้หัวใจเกลียดชังเธอ ความรู้สึกอันไหนมันมีอิทธิพลต่อหัวใจมากกว่ากัน

ชายหนุ่มสะบัดหัวแรงๆ จากห้วงความคิด ก่อนจะก้มมองดูนาฬิกาที่ข้อมือ เวลาที่บ่งบอกว่ายังไม่ถึงเวลาทำงานในช่วงบ่าย จึงอยากเข้าไปคุยรายละเอียดคร่าวๆ กับกานต์พิชชาก่อน ขับรถไม่นานก็ถึงยังที่หมายปลายทางที่คิดว่าแม่สาวร่างท้วมจะต้องอยู่ที่นี่  ร่างสูงก็มุ่งหน้าตรงดิ่งไปยังโรงอาหาร เนื่องด้วยเวลานี้ยังไม่ถึงบ่ายโมง ยังไงเจ้าหล่อนก็คงจะไปขลุกอยู่กับป้าน้อมแม่ครัวที่นี่เหมือนเดิม เขาค่อนข้างมั่นใจ

“นาย!! มาทำอะไรคะ ข้าวหมดเกลี้ยงไปนานแล้วนะ” หญิงสาวชื่อดาว เอ่ยถามขณะที่กำลังกวาดพื้นด้านหน้าโรงครัว แปลกใจที่เห็นเจ้านายหนุ่มในเวลานี้

“ฉันมาหาคุณเก้า เขาอยู่ที่ไหน ได้ยินว่าจะมาช่วยงานที่โรงครัวนี่นา” เสียงเข้มเอ่ยถามเด็กสาวด้วยความรวดเร็ว

“คุณเก้าออกไปนานแล้วค่ะนาย”

“นี่ยังไม่บ่ายโมงดีเลยนะ หายไปไหนกัน”

“เอ่อ...ไม่รู้... ดาวก็ไม่ทราบค่ะนาย” พูดจบ หญิงสาวก็ก้มหน้าก้มตากวาดอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะความกลัวบุคคลตรงหน้าเหลือเกิน ไม่ว่าใครๆก็ทราบดี ว่าชายคนนี้เป็นจริงเป็นจังกับทุกเรื่องมากแค่ไหน

ชายหนุ่มส่ายหัวเบาๆ กับอาการของคนตรงหน้า ก่อนจะหันกลับมากวาดตามองบริเวณภายใน โรงครัวเพื่อมองหาใครบางคนที่จะให้คำตอบแก่เขาได้ แต่สายตาดันไปสะดุดกับใครบางคน ที่เขามอบหมายงานไว้ก่อนหน้านี้ไม่นาน

“ไอ้ทิน มากินข้าวแล้วใครอยู่รอหมอวะ” คนเป็นนายเอ่ยถามพร้อมกับสาวเท้าไปหาลูกน้องคนสนิทด้วยความรวดเร็วหลังจากอีกฝ่ายจอดรถสนิท

“เอ่อ... ผมฝากคนดูไว้น่ะนาย นี่ผมเพิ่งมาถึงเอง รีบกินแล้วจะรีบไปแล้วครับ นายกินไหม?”

“ใคร? ฝากใครให้รอหมออยู่ในคอกม้า เห็นคนงานออกมากินข้าวกันหมดแล้ว ไม่มีใครหิ้วปิ่นโตไปให้เอ็งหรือไง” คนตัวโตยืนกอดอกมองลูกน้องด้วยสายตาที่อ่านยาก เพราะลูกน้องเขากำลังมีพิรุธบางอย่าง 

“เอ่อ... ผมหิวมากเลยนาย ไม่ทันได้หาปิ่นโต ข้าวมันก็จะหมดหม้อแล้ว ก็เลยกินที่นี่เลยน่ะครับ”

“แล้วตกลงว่าใครวะ? ที่เอ็งให้อยู่ที่คอกม้ารอหมอเนี่ย พูดมาไอ้ทิน”

“เอ่อ... ผมฝาก ฝาก...”

“เฮ้ย!!! วันนี้คนที่นี่เป็นอะไร อ้ำอึ้งติดอ่างกันอยู่ได้ มีอะไรก็รีบพูดมา ถามว่าใครอยู่รอหมอ” เมื่อรำคาญอาการอ้ำอึ้งของคนตรงหน้า เขาจึงโวยออกมาเสียงดัง

“หมอมาแล้วครับนาย ส่วนคนที่ผมฝากให้ดู ก็คือ...คุณเก้า” พูดจบก็รีบก้มหน้าลงไม่ยอมสบตาคนเป็นนาย เนื่องด้วยรู้ดีกว่าใครทั้งสิ้น ว่าคนเป็นนายไม่ชอบให้หญิงสาวไปยุ่มย่ามในพื้นที่ส่วนตัวของเขา

“ใครสั่งให้ยัยนั่นไป แกเป็นเจ้านายหรือไงฮะ ไอ้ทิน” เสียงดังทะลุเพดานโทสะ หันมาถามลูกน้องคนสนิทที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาคนเดียวไม่ใช่หรือ ที่มีสิทธิ์สั่งคนในไร่ได้ ไม่เว้นแม้แต่เจ้าหล่อนก็ตาม

“หมอ...เอ่อ หมอมาแล้ว มาก่อนเวลา แล้ว...คุณเก้าผ่านมาแถวนั้นพอดี ผมฝากไว้ แล้วก็เลยรีบมากินข้าว” ชายหนุ่มตอบไม่เต็มเสียงนัก เพราะรู้ดีว่า สาเหตุใดที่ทำให้ผู้เป็นนายอารมณ์เดือดพล่านได้ขนาดนี้ ก็ ‘คุณเก้า’ ของเขานี่แหละ

ชายหนุ่มรีบเดินออกมากระโดดขึ้นรถและสตาร์ทเครื่องยนต์ออกไปอย่างรวดเร็ว สาเหตุหลักๆ ที่ไม่อยากให้แม่สาวร่างท้วมเข้าไปใกล้บริเวณคอกม้ามีอยู่เหตุผลเดียว เธอกลัวม้าและเคยตกหลังม้าตอนสิบขวบ เขาจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดีว่าเธอตัวสั่นและผวามากขนาดไหน ต่อให้สมองจะสั่งให้เกลียดอย่างไรก็ตาม แต่ในใจก็อดเป็นห่วงความรู้สึกของเธอไม่ได้จริงๆ

เสียงรถยนต์คันโตเหยียบเบรกแรงๆ พร้อมกับร่างของผู้ชายตัวโตที่เดินเข้ามาหาหญิงสาวอย่างเอาเรื่อง ไม่มีแม้แต่คำถาม ไม่มีคำทักทายส่งให้คุณหมอที่งุนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า ชายหนุ่มเดินไปกระชากแขนต้นเหตุของโทสะในครั้งนี้ออกมาจากบริเวณนั้นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว

“นี่ คุณภัทร เก้าเจ็บ” คนโดนกระชากพยายามดิ้นและตีคนตรงหน้าให้ปล่อยมือ เพราะไม่เข้าใจว่าเขาจะลากเธอแบบนี้ทำไมกัน?

“...”

“นี่... ปล่อยนะโว้ย เจ็บ ได้ยินมั้ย” หญิงสาวพยายามดิ้นรนให้หลุดจากการลากของเขา แต่ไม่สำเร็จ ถึงแม้เธอจะไม่ใช่ผู้หญิงอ้อนแอ้นตัวบอบบาง แต่เธอก็เป็นผู้หญิง ที่สู้แรงเขาไม่ได้...

ชายหนุ่มลากหญิงสาวต้นเหตุออกมาบริเวณกองฟางที่อัดเป็นกองไว้ด้านหน้า ก่อนจะออกแรงเหวี่ยงหญิงสาวจนทำให้ร่างท้วมกระแทกกองฟางอย่างแรงจนเกิดรอยแดงตามแขนเป็นทางยาว

“มันจะมากเกินไปแล้วนะ” ใช่ มากเกินไปจริงๆ

“กล้าดียังไงมาขัดคำสั่งฉัน” คนตัวโตกอดอกยืนมองหญิงสาวด้วยสายตาเกรี้ยวกราด พร้อมกับอารมณ์ที่สูงขึ้น เมื่อคนตรงหน้ามีปฏิกิริยาต่อต้านเขามากเกินไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป