บทที่ 13 13
“นี่ก็ค่ำแล้ว เดี๋ยวแวะกินข้าวก่อนกลับแล้วกันศักดิ์” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยขึ้น พร้อมสั่งให้ลูกน้องคนสนิทขับรถไปที่ร้านเจ้าประจำ บรรยากาศร้านเป็นแบบไทยๆ จนแพรไหมอดชื่นชมไม่ได้ เพราะตั้งแต่เล็กจนโต เธอไม่เคยมีโอกาสได้มานั่งรับประทานในร้านอาหารหรูๆ แบบนี้เลยสักครั้ง ถึงบิดาเธอจะเป็นเชฟร้านอาหารชื่อดังก็ตาม
“มาสิ มัวยืนเอ๋ออยู่ได้” พ่อเลี้ยงหนุ่มหันมาสะกิดแขนลูกหนี้สาวเบาๆ
“ค่ะ” แพรไหมหันมายิ้มเจื่อนๆ ก่อนสาวเท้าตามพ่อเลี้ยง ภูตะวันเข้าไปภายในร้านอาหารชื่อดัง
“พ่อเลี้ยง พ่อเลี้ยงจริงๆ ด้วย” นวลอนงค์อดีตนางงามเชียงใหม่ และอีกหนึ่งตำแหน่งคือผู้หญิงลับๆ ของพ่อเลี้ยงภูตะวันนั่นเอง
“อนงค์” พ่อเลี้ยงเอ่ยทักทายเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้อดิศักดิ์พาแพรไหมไปนั่งที่โต๊ะก่อน
“เชิญทางนี้ดีกว่าครับคุณแพร” อดิศักดิ์เข้ามาแตะแขน หญิงสาวเบาๆ จนเธอนั้นรู้สึกตัว
“ค่ะคุณศักดิ์” แพรไหมหันไปมองเจ้าหนี้หนุ่มอีกครั้งด้วยแววตาเศร้าๆ แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจหันกลับมามอง เพราะเขามีสาวสวยข้างกายที่น่าสนใจกว่าเธอ
“ไปครับ” อดิศักดิ์เรียกแพรไหมอีกครั้ง เมื่อเห็นเธอยังยืนนิ่ง มองไปยังพ่อเลี้ยงหนุ่มตาละห้อย
“ค่ะ” แพรไหมจำต้องเดินตามอดิศักดิ์ไปที่โต๊ะอาหารด้วยท่าทางหงอยเหงา
“คุณแพรอยากกินอะไรสั่งได้เลยนะครับ เอ่อ...เดี๋ยวพ่อเลี้ยงก็ตามมาครับ” ชายหนุ่มกล่าว ราวกับมานั่งอยู่ในใจเธอ
“แพรไม่ได้รอเจ้านายคุณสักหน่อย” หญิงสาวแกล้งเฉไฉหยิบเมนูขึ้นมา เพียงไม่ถึงห้านาที โทรศัพท์มือถืออดิศักดิ์ก็ดังขึ้น ทันทีที่เจ้าของเครื่องเอ่ยถึงชื่อบุคคลที่โทร.เข้ามา เรียกความสนใจให้แพรไหมหยุดนิ่งไม่ไหวติง
“ครับพ่อเลี้ยง ได้ครับ” อดิศักดิ์พูดเท่านั้นก็วางสายลง
“พ่อเลี้ยงโทร.มาทำไมคะ” แพรไหมรีบเอ่ยถามทันทีเพราะอยากรู้
“พ่อเลี้ยงบอกว่า ให้คุณแพรกินข้าวไปก่อนได้เลย ไม่ต้องรอ เพราะพ่อเลี้ยงติดธุระ คืนนี้คงไม่ได้กลับไปนอนที่ไร่” จบคำตอบของอดิศักดิ์ ดวงตาหวานซึ้งของแพรไหมก็สลดวูบลง
“งั้นเรากลับกันเถอะค่ะ” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วๆ เมื่อรู้ว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มจะไม่กลับไร่คืนนี้
“ไม่ได้ครับ พ่อเลี้ยงสั่งให้คุณแพรกินข้าวแล้วค่อยกลับ” อดิศักดิ์ทำตามคำสั่งเจ้านายหนุ่มอย่างเคร่งครัด และเขาก็ดูออกว่าหญิงสาวแอบมีใจให้พ่อเลี้ยงภูตะวัน แต่เจ้านายของเขานั้นจะมีใจให้หรือเปล่า เขายังไม่แน่ใจ
“แต่แพรไม่ค่อยหิวนี่คะ” แพรไหมงอแงออกมา ราวกับเด็กหญิงตัวน้อยๆ จนชายหนุ่มกลั้นยิ้มไว้ไม่ไหว
“ไม่หิวก็ต้องกินครับ มา เดี๋ยวผมสั่งอาหารให้เอง” อดิศักดิ์กวักมือเรียกพนักงานเสิร์ฟมาที่โต๊ะ สั่งอาหารให้หญิงสาวเสร็จสรรพ จนเธอปฏิเสธไม่ได้
“เอ่อ...คุณศักดิ์คะ” แพรไหมเอ่ยขึ้น หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อย
“ครับคุณแพร” ชายหนุ่มรวบช้อนอาหารลง ก่อนเงยหน้าขึ้นมามองเธอ
“แพรอยากไปดูที่บ้านสักหน่อย จะได้มั้ยคะ” แพรไหมส่งสายตาเว้าวอน ขอความเห็นใจจากชายหนุ่ม
“เรื่องนี้ ผมคงต้องถามพ่อเลี้ยงก่อนครับ” อดิศักดิ์ไม่อยากทำอะไรนอกเหนือคำสั่ง
“เหรอคะ งั้นไม่ต้องหรอกค่ะ รบกวนพ่อเลี้ยงเปล่าๆ” แพรไหมส่ายหน้าไปมาในเชิงปฏิเสธ ดวงหน้าหวานดูหงอยเหงา ดวงตากลมโตที่เคยเป็นประกายกลับเศร้าจนอีกฝ่ายรู้สึกได้
“ผมขับรถพาคุณแพรไปที่บ้านก็ได้ แต่...เรื่องนี้ต้องปิดเป็นความลับนะครับ” อดิศักดิ์อดใจอ่อนกับแววตาที่เศร้าๆ ของหญิงสาวไม่ได้
“ได้เลยค่าคุณศักดิ์” ดวงตาดำขลับกลับมาเป็นประกายอีกครั้ง แสดงอาการดีใจ ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นไรฟันขาวเรียงกันอย่างสวยงาม
“งั้นคุณแพรออกไปรอผมที่รถก่อนนะครับ เดี๋ยวผมขอเช็กบิลค่าอาหารแป๊บหนึ่ง”
“ค่ะคุณศักดิ์” หญิงสาวขานรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
อดิศักดิ์ขับรถพาแพรไหมไปที่บ้านของเธอ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองนัก แต่ในบ้านกลับปิดไฟมืดราวกับไม่มีคนอยู่ เธอทำได้แต่เพียงนั่งมองเข้าไปในบ้านด้วยความคิดถึงเท่านั้น กว่าทั้งคู่จะกลับมาถึงที่ไร่ก็เกือบสี่ทุ่มครึ่ง
“ขอบคุณคุณศักดิ์มากๆ นะคะ สำหรับเรื่องวันนี้” แพรไหมกล่าวขอบคุณสำหรับความมีน้ำใจของชายหนุ่มหลังเดินลงจากรถเรียบร้อยแล้ว
“ไม่เป็นไรครับ เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น”
“ทำไมกลับมาป่านนี้” เสียงเข้มดังขึ้นจากเบื้องหลัง ทำเอาสองหนุ่มสาวหันขวับไปมอง
“พ่อเลี้ยง/พ่อเลี้ยง” ทั้งสองเผลออุทานออกมาพร้อมเพรียงกันอย่างแปลกใจ
“ฉันถามว่าทำไมถึงกลับมาป่านนี้” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยถามย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว แสดงออกมาทั้งสีหน้าและแววตา
“เอ่อ...คือว่า” แพรไหมอึกอักพูดไม่ออก หาคำแก้ตัวไม่เจอ
“พอดีรถยางรั่วครับพ่อเลี้ยง กว่าจะหาช่างมาเปลี่ยนได้ก็เกือบชั่วโมง” อดิศักดิ์ชิงตอบขึ้นก่อน ก่อนที่หญิงสาวจะเผลอหลุดพูดความจริงออกไป และดูท่าทางเธอคงไม่เคยชินกับการโกหก
“งั้นเหรอ” พ่อเลี้ยงภูตะวันหรี่ตามองทั้งคู่สลับกันไปมา ราวกับจ้องจับผิด
“ครับ” อดิศักดิ์กล่าวยืนยันด้วยเสียงหนักแน่นอีกครั้ง
“งั้นแกก็กลับไปพักเถอะศักดิ์ นี่ก็ดึกมากแล้ว” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยปากไล่
“ครับพ่อเลี้ยง ผมกลับก่อนนะครับคุณแพร” อดิศักดิ์เรียกแพรไหมอย่างสนิทสนม ทำให้เจ้าของไร่ยืนขมวดคิ้วรู้สึกไม่ชอบใจ
“ค่ะคุณศักดิ์ ขอบคุณสำหรับเรื่องวันนี้อีกครั้งค่ะ” แพรไหมส่งยิ้มหวานให้อดิศักดิ์ ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินกลับขึ้นรถไป
“ขอบคุณเรื่องอะไรแพรไหม” ชายหนุ่มหันมาไล่บี้ถามลูกหนี้สาว
“เอ่อ...ขอบคุณที่คุณศักดิ์อยู่เป็นเพื่อนกินข้าว ไม่ได้ทิ้งฉันไปไหน” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อออกมา ทำให้พ่อเลี้ยงหนุ่มรู้สึกผิดขึ้นมาครามครัน
“เอ่อ...ก็ฉันโทร.บอกเจ้าศักดิ์แล้วไงว่าติดธุระ เจ้าศักดิ์ไม่ได้บอกรึ” ชายหนุ่มเผลออธิบายออกมา ราวกับสามีที่กลับบ้านไม่ตรงเวลา ทั้งที่จริงเขาไม่มีความจำเป็นเลยที่ต้องแคร์ความรู้สึกเธอ
“บอกค่ะ” หญิงสาวตอบเพียงสั้นๆ เท่านั้น ก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในบ้าน
“เดี๋ยว!” ชายหนุ่มแตะแขนเรียว ก่อนจะกระชากร่างเข้ามาในอ้อมกอด ก้มลงบดขยี้เรียวปากบางอย่างหนักหน่วงและเร่าร้อนคละเคล้ากันไป
