บทที่ 4 4
“ครับๆ พ่อเลี้ยง” อดิศักดิ์ขานรับคำสั่ง จากนั้นก็เร่งเครื่องขับรถกลับไปที่บ้านพักในเวลาอันรวดเร็ว
“ต๊ายตาย! นั่นคุณแพรเป็นอะไรคะ ทำไมถึงอุ้มกันมาแบบนั้น” แม่บ้านวัยกลางคนร้องตกอกตกใจ ที่เห็นพ่อเลี้ยงหนุ่มอุ้มร่างเล็กของเด็กสาวเข้ามาภายในห้องรับแขกด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก
“แพรไหมเป็นลมครับ เดี๋ยวป้านวลช่วยหายาดมยาหอมมาให้เขาหน่อยนะครับ” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ย ขณะที่ผ่อนร่างน้อยลงนอนราบกับโซฟา
“ได้ค่ะพ่อเลี้ยง” ป้านวลรีบไปทำตามคำสั่งของเจ้านายหนุ่มทันที และนางเองก็เป็นห่วงแพรไหมไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
“มาแล้วค่ะ” แม่บ้านวัยกลางคนจัดแจงเข้ามาปฐมพยาบาลให้กับแพรไหม เพียงไม่ถึงห้านาที แพขนตางอนงามก็กะพริบขึ้นถี่ๆ ก่อนลืมตาขึ้นมา ไล่สายตามองหน้าทุกคนที่อยู่ภายในห้องรับแขกด้วยอาการงุนงง
“คุณแพรฟื้นแล้ว เป็นยังไงบ้างคะ” ป้านวลช่วยพยุงร่างหญิงสาวให้ลุกขึ้นนั่ง
“แพรเป็นอะไรไปคะป้านวล” แพรไหมเอ่ยถามแม่บ้านด้วยท่าทางอ่อนล้า
“เธอเป็นลมน่ะ แล้วมัวไปทำอะไรอยู่ มืดค่ำดึกดื่นไม่ยอมกลับบ้าน” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยถามเสียงขุ่น ทำเอาคนถูกถามเกือบน้ำตาร่วง
“ฉันถามทำไมไม่ตอบ หรือคิดจะหนี” ชายหนุ่มเข้ามากระชากแขนเรียว เมื่อเห็นอีกฝ่ายนั้นก้มหน้านิ่ง ไม่ยอมตอบ
“พ่อเลี้ยง ถามดีๆ ก็ได้ คุณแพรเธอเพิ่งฟื้น คงยังไม่พร้อมตอบคำถามพ่อเลี้ยงตอนนี้หรอกค่ะ” ป้านวลเข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์อันตึงเครียด
“ป้านวลไม่ต้องไปปกป้องเขา แพรไหมฉันถามได้ยินมั้ย” เสียงห้าวหันมาถามตัวต้นเรื่องอีกครั้ง ด้วยอารมณ์เดือด
“ฉันทำงานเพิ่งเสร็จ จากนั้นก็รีบกลับบ้านพัก ไม่ได้คิดหนีอย่างที่พ่อเลี้ยงกล่าวหาสักหน่อย” แพรไหมตอบกลับด้วยเสียงสั่นเครือ
“งานบ้าอะไร จะมีงานอะไรให้ทำนักหนา” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยถามย้ำ ยังไม่ปักใจเชื่อ
“ก็งานที่คุณพรรัมภาสั่งให้ฉันทำให้เสร็จวันนี้” หญิงสาวกล่าวแก้
“เห็นมั้ยคะ คุณแพรเธอตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายขนาดไหน พ่อเลี้ยงอย่าคาดคั้นเธอเลยค่ะ คุณแพรขา กินอะไรมาหรือยังคะ” ป้านวลกางปีกปกป้องแพรไหมสุดฤทธิ์
“ยังเลยค่ะป้านวล” แพรไหมทำได้เพียงแค่ส่งยิ้มเนือยๆ ให้แก่นาง
“โธ่แม่คุณ งั้นรอสักครู่นะคะ เดี๋ยวป้าไปอุ่นกับข้าวให้” แม่บ้านวัยกลางคนกระตือรือร้น รีบออกไปเตรียมอาหารให้ เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นลมเป็นแล้งไปอีก
“ป้านวลไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวแพรไปทำเอง” แพรไหมผวาลุกตาม แต่ร่างกลับทรุดฮวบลง จนชายหนุ่มต้องรีบถลาเข้ามาประคองร่าง
“อยู่เฉยๆ เถอะน่า เดี๋ยวป้านวลแกจัดการเอง” พ่อเลี้ยงหนุ่มกล่าวเสียงดุใส่คนหัวดื้อ
“แต่ฉันไม่อยากให้ป้านวลต้องลำบาก นี่ก็ดึกมากแล้วด้วย” หญิงสาวกล่าวเสียงอ้อมแอ้ม เมื่อต้องมาใกล้ชิดกับชายหนุ่มแบบนี้ ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ เต้นรัวเร็ว แทบไม่เป็นจังหวะ
“คราวหน้าก็อย่ากลับดึกแบบนี้สิ งานไม่เสร็จ ค่อยเก็บไว้ทำวันพรุ่งนี้ก็ได้ เข้าใจมั้ย” เสียงทุ้มก้มลงบอกคนตัวเล็กในอ้อมกอด
“เข้าใจค่ะ” ใบหน้านวลหลุบตาต่ำลง ก่อนจะขานรับเบาๆ โดยไม่รู้ว่าสายตาคมกริบคู่นั้น กำลังแอบมองสำรวจคนในอ้อมแขน ราวกับล้วงลึกไปถึงไหนต่อไหน จนได้ยินเสียงของแม่บ้านดังขึ้น ก่อนจะยกอาหารเข้ามาภายในห้องรับแขก ทั้งคู่จึงผละร่างออกจากกันโดยอัตโนมัติ
“รีบกินข้าวแล้วเข้านอนซะ พรุ่งนี้จะได้ตื่นมาเตรียมอาหารให้ฉันแต่เช้า อย่าชักช้าเหมือนเมื่อเช้าอีกล่ะ” ชายหนุ่มกล่าวเสียงขรึม ไม่มีวี่แววอ่อนโยนเหมือนเมื่อครู่ที่ผ่านมาเลยสักนิด
“ได้ยินมั้ยแพรไหม” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยถามย้ำเสียงเข้ม เมื่อเห็นลูกหนี้สาวก้มหน้านิ่ง
“ได้ยินค่ะ” แพรไหมขมุบขมิบปากเบาๆ
“กินข้าวค่ะคุณแพร” ป้านวลกล่าวตัดบท ก่อนที่พ่อเลี้ยงหนุ่มจะพูดทำร้ายจิตใจหญิงสาวมากไปกว่านี้
“ขอบคุณค่ะป้านวล” แพรไหมฝืนยิ้มให้นาง ก่อนทรุดตัวลงนั่งรับประทานอาหารอย่างละเมียดละไม เพราะถูกเจ้าหนี้หนุ่มจับจ้องหน้าตลอดเวลา จนทำตัวไม่ถูก
“เอ่อ...พ่อเลี้ยงขึ้นไปนอนพักผ่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณแพร ป้าดูแลเอง ไม่ต้องเป็นห่วง” คำพูดของแม่บ้านวัยกลางคนนั้น ทำให้ชายหนุ่มถึงกับต้องทำหน้าตาขึงขังขึ้นมาทันที
“ใครป้านวล ใครว่าผมห่วงแพรไหม ป้านวลอย่ามาพูดมั่วๆ น่า ผมแค่ไม่อยากให้แพรไหมต้องมาตาย ก่อนที่น้องสาวเธอจะเอาเงินมาคืนเท่านั้นเอง” พ่อเลี้ยงหนุ่มตีหน้าขรึมกล่าวเสียงเครียด จากนั้นก็พาร่างสูงชะลูดออกจากห้องรับแขกไป โดยไม่แยแสคนฟังเลยสักนิด ว่าจะเจ็บปวดในคำพูดของตนมากแค่ไหน
“คุณแพรคะ” นางรู้สึกเห็นใจแพรไหมเป็นอย่างมาก ที่ถูกพ่อเลี้ยงของนางพูดจาทำร้ายจิตใจสารพัดตลอดสองเดือนที่ผ่านมา
“แพรอิ่มแล้ว แพรขอตัวเอาจานไปเก็บก่อนนะคะ” แพรไหมกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หัวไหล่บางกระเพื่อมไหว จากแรงสะอื้นที่กลั้นไว้ไม่อยู่
“โธ่แม่คุณของป้า อย่าร้องนะคะคนดี” ป้านวลเข้ามาสวมกอดร่างน้อยที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความรู้สึกสงสาร นางไม่รู้หรอก ว่าพ่อเลี้ยงพูดถึงหนี้สินอะไร แต่ก็ไม่ควรทำกับผู้หญิงตัวเล็กๆ น่ารักเช่นนี้
“ป้านวลขา ทำไมพ่อเลี้ยงถึงใจร้ายแบบนี้ ฮือๆ” สองแขนเรียวเล็กโอบรัดร่างท้วมไว้แน่น ร้องไห้ออกมาราวกับเด็กน้อยที่พลัดหลง หาทางกลับบ้านไม่เจอ
“ป้าก็ไม่รู้ค่ะคุณแพร ปกติพ่อเลี้ยงเป็นคนสุภาพ ใจดี ไม่เคยปากร้ายแบบนี้มาก่อน ตั้งแต่ที่ถูกแม่...เอ่อ...ป้าว่าคุณแพรอย่าคิดมากเลยนะคะ ขึ้นไปอาบน้ำนอนพักผ่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวทางนี้ป้าจัดการเอง” นางดันร่างหญิงสาวให้ลุกขึ้น
“ใครเหรอคะป้านวล” แพรไหมหันมาถามด้วยความสงสัย อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าหนี้หนุ่มของเธอ
“อย่าพูดถึงผู้หญิงร้ายกาจคนนั้นเลยค่ะ คุณแพรขึ้นไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ต้องเจอศึกหนักของพ่อเลี้ยงอีก” แม่บ้านเปลี่ยนประเด็น เบี่ยงเบนความสนใจ ไม่ให้แพรไหมซักถามถึงเรื่องในอดีตของพ่อเลี้ยงหนุ่มอีก
“ก็ได้ค่ะป้านวล ฝันดีนะคะ” แพรไหมเลิกถามเซ้าซี้ เมื่อเห็นท่าทางอึกอักของนาง ก่อนจะเดินขึ้นไปที่ห้องพัก เพื่ออาบน้ำนอนพักผ่อน เก็บแรงไว้ต่อสู้กับเจ้าหนี้หนุ่มในวันรุ่งขึ้น
