บทที่ 5 5

ช่วงเช้าของวันต่อมา

พรรัมภารู้สึกโกรธเกลียดในตัวแพรไหมเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เนื่องจากเธอถูกพ่อเลี้ยงหนุ่มเรียกตัวไปกล่าวตำหนิตั้งแต่เช้า สาเหตุมาจากที่เธอมอบหมายงานให้ลูกน้องสาวหนักจนเกินไป

“เอ่อ...คุณพรรัมภามีงานอะไรให้ฉันช่วยทำมั้ยคะ” แพรไหมเอ่ยถาม เมื่อเห็นหัวหน้างานเดินกลับมานั่งที่โต๊ะด้วยใบหน้าบูดเบี้ยว

“ฉันไม่มีอะไรให้เธอทำทั้งนั้น นั่งเป็นคุณนายน่ะดีแล้ว เดี๋ยวพ่อเลี้ยงจะหาว่าฉันใช้งานเธอหนักอีก” พรรัมภาหันมากล่าวกับผู้ช่วยสาวเสียงขุ่นเขียว มาทำงานแค่วันเดียว ทำให้เธอถูกตำหนิถึงขนาดนี้ น่าเจ็บใจจริงๆ

“แต่ฉันไม่อยากว่างงานนี่คะ มีอะไรให้ฉันช่วยทำ ก็บอกมาเถอะค่ะ ฉันทำได้ทุกอย่าง” แพรไหมไม่อยากถูกเจ้าหนี้หนุ่มกล่าวตำหนิ จึงเดินมาอ้อนวอนของานจากหัวหน้าสาว

“ฉันให้เธอทำ ไม่ใช่ไปฟ้องพ่อเลี้ยงอีกนะ” พรรัมภากล่าวเหน็บแนมลูกน้องสาวตัวดีด้วยความหมั่นไส้ เดี๋ยวเถอะจะได้เห็นดีกัน

“ไม่ค่ะ และฉันไม่เคยคิดที่จะฟ้องพ่อเลี้ยงด้วย” แพรไหมรับปากด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

“งั้นช่วยไปชงกาแฟมาให้ฉันแก้วหนึ่งสิ” พรรัมภาใช้งานลูกน้องสาวด้วยงานง่ายๆ ก่อน

“ได้ค่ะ” แพรไหมรับคำสั่ง แล้วรีบเดินไปทำตามคำสั่งทันที เพราะเธอไม่เคยเกี่ยงงอนกับงานพวกนี้ ขอให้เป็นงานที่สุจริต เธอทำได้ทั้งนั้น แต่งานแพรไหมกลับไม่ได้มีเท่านี้ นอกจากนั้นพรรัมภายังใช้ให้เธอไปขัดห้องน้ำด้านหลังสำนักงาน

ช่วงสายของวันเดียวกัน พ่อเลี้ยงหนุ่มเดินออกจากห้องทำงาน สายตาคมกริบเหลือบไปมองที่โต๊ะทำงานของลูกหนี้สาวเป็นจุดแรก ก็พบแต่ความว่างเปล่า คิ้วเข้มขมวดเป็นปม ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย

“ผู้ช่วยคุณไปไหนคุณภา” เสียงเข้มดังขึ้นที่หน้าประตู       พรรัมภาที่กำลังนั่งทำงานเพลินๆ ตกใจสะดุ้งตัวโหยง ลนลานทำอะไรไม่ถูก

“เอ่อ...ไม่ทราบค่ะ” พรรัมภากล่าวด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ขณะกำลังประมวลความคิด ว่าจะตอบพ่อเลี้ยงหนุ่มอย่างไรดี และความคิดชั่วร้ายก็บังเกิดขึ้น

“อะไรนะ ไม่ทราบ” พ่อเลี้ยงหนุ่มย้อนถามเสียงขุ่น รู้สึกไม่พอใจในคำตอบของเลขาฯ สาวนัก

“ก็ภาถามแล้ว แต่คุณแพรไหมเธอก็ไม่ยอมบอกอะไร แค่บอกว่าจะออกไปทำธุระเท่านั้นค่ะ” พรรัมภาเสกสรรปั้นแต่งเรื่องขึ้นมา หวังให้เจ้านายหนุ่มเกิดความไม่พอใจในตัวลูกน้องสาวของตน

“อะไรนะ! ออกไปทำธุระงั้นเหรอ” พ่อเลี้ยงหนุ่มย้อนถามเสียงหลง จากนั้นรีบหุนหันพลันแล่นออกไปจากออฟฟิศ เพื่อตามหาลูกหนี้สาว หวังว่าเธอคงไม่แอบหนีออกจากไร่ไปเสียก่อน

“แกเสร็จฉันแน่นังแพรไหม” พรรัมภากระตุกยิ้มด้วยความสะใจ ที่สามารถเอาคืนลูกน้องสาวได้ ไม่นานเกินรอแพรไหมคงได้กระเด็นออกจากไร่แห่งนี้เป็นแน่ แต่คนที่พรรัมภากล่าวถึงนั้น กำลังทำความสะอาดห้องน้ำอย่างตั้งใจ โดยไม่รู้ว่าพายุลูกโตกำลังรอกระหน่ำอยู่

“เสร็จแล้วใช่มั้ย” พรรัมภาเอ่ยถาม เมื่อเห็นแพรไหมเดินกลับมานั่งที่โต๊ะทำงาน

“เรียบร้อยแล้วค่ะ คุณพรรัมภาจะเข้าไปตรวจดูอีกครั้งก็ได้นะคะ” แพรไหมหันมากล่าวด้วยแววตาใสซื่อ

“ไม่ต้องหรอก ฉันเชื่อว่าเธอทำงานละเอียด เอ้อแพรไหม...วันนี้ฉันไม่มีงานให้เธอทำแล้ว กลับไปพักที่บ้านเถอะ”

“เอ่อ...แต่ว่าพ่อเลี้ยง”

“พ่อเลี้ยงนั่นแหละที่สั่งฉันไว้ กลับไปพักเอาแรงเถอะ พรุ่งนี้ฉันมีงานให้เธอทำอีกเยอะเลย” พรรัมภากล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม สร้างความงุนงงแก่แพรไหมไม่ใช่น้อย

“งั้นฉันกลับก่อนนะคะ”

“ไปเถอะ” พรรัมภาดันร่างผู้ช่วยสาว พร้อมเดินออกไปส่งที่หน้าประตูสำนักงาน รอจนแพรไหมเดินพ้นไปจากรัศมีสายตา ก่อนจะเดินกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานด้วยท่าทางสบายอารมณ์

ร่างเล็กที่แสนคุ้นตา กำลังเดินอยู่ในระยะไกลๆ พ่อเลี้ยงหนุ่มไม่รอช้า เดินทำหน้าถมึงทึงเข้าไปกระชากร่างบางจนเซปะทะกับแผงอกแกร่งอย่างรุนแรง ท่ามกลางสายตาของลูกน้องคนสนิท

“หายไปไหนมาฮะแพรไหม นี่คิดจะแอบหนีไปใช่มั้ย” พ่อเลี้ยงภูตะวันตะคอกถามด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน แววตาเต็มไปด้วยแรงโทสะ

“เอ่อ...ฉัน” แพรไหมอึกอักพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าเจ้าหนี้หนุ่มกำลังหมายถึงอะไร

“อยู่สบายๆ ไม่ชอบใช่มั้ย”

“อะไรกันพ่อเลี้ยง ใครคิดหนี” แพรไหมย้อนถามกลับเสียงขุ่น ไม่รู้เกิดบ้าอะไรขึ้นมา จู่ๆ ก็มาขู่ตะคอกใส่เธอแบบนี้ เจ้าอารมณ์เป็นที่สุด

“ก็เธอไง ที่ทำทีขอคุณภาออกไปทำธุระ เธอจงใจแอบหนีมาตอนที่ฉันเผลอใช่มั้ยฮะ” พ่อเลี้ยงหนุ่มคิดเป็นตุเป็นตะ อธิบายออกมาเป็นฉากๆ

“ฉันนี่นะ” หญิงสาวเผลออุทานออกมาเสียงหลง งงเป็นไก่ตาแตก แล้วเธอไปขออนุญาตพรรัมภาออกไปทำธุระตอนไหนกัน

“ใช่น่ะสิ ต่อไปฉันคงปล่อยเธออยู่นอกสายตาไม่ได้แล้วสินะ”

“ฉันไม่ได้คิดหนีไปไหนสักหน่อย พ่อเลี้ยงกำลังเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้วนะ” หญิงสาวกล่าวอธิบาย หวังให้เจ้าหนี้หนุ่มเข้าใจ

“ผู้ร้ายปากแข็ง มานี่เลย ต่อจากนี้ไป เธอต้องอยู่กับฉันทุกที่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม”

“ไม่นะพ่อเลี้ยง ฉันไม่ได้คิดหนีจริงๆ” แพรไหมพยายามอธิบาย แต่มีเหรอว่าคนเอาแต่ใจจะยอมฟัง

“ฉันควรเชื่อ ผู้หญิงหน้าเงินอย่างเธอใช่มั้ยแพรไหม” ชายหนุ่มตวัดสายตาที่เกรี้ยวกราดใส่หญิงสาว จากนั้นก็กระชากลากถู พาเธอเดินขึ้นไปนั่งบนรถ ไร้ซึ่งความปรานี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป