บทที่ 6 6

แพรไหมถูกพ่อเลี้ยงภูตะวันลากตัวไปด้วยทุกที่ ไม่ว่าเขาจะเดินเข้าไปตรวจงานตรงไหนก็ตาม แม้ว่าอากาศจะร้อนระอุแค่ไหน แต่หญิงสาวเองก็ไม่กล้าปริปากบ่นสักคำให้เจ้าหนี้หนุ่มดูถูกได้    อดิศักดิ์ที่เดินตามหลังมาเกิดความรู้สึกเห็นใจ

“เอ่อ...พ่อเลี้ยงครับ ผมว่าเราเข้าไปนั่งพักที่ศาลาก่อนดีกว่ามั้ยครับ”

“อะไรกันเจ้าศักดิ์ ฉันยังตรวจงานไม่เสร็จ ไม่เห็นหรือไงฮะ” พ่อเลี้ยงหนุ่มหันไปบ่นลูกน้องคนสนิทเสียงขุ่นที่เข้ามาขัดจังหวะในระหว่างที่เขากำลังตรวจงาน

“อากาศร้อนๆ ผมว่าพักดื่มน้ำเย็นๆ สักแก้ว แล้วค่อยเดินตรวจต่อดีกว่าครับ” อดิศักดิ์กล่าว พลางส่ายตามองแพรไหมเป็นนัยๆ พ่อเลี้ยงภูตะวันจึงต้องเหลือบสายตามองตาม เมื่อเห็นใบหน้านวลของคนตัวเล็กข้างกายชุ่มไปด้วยเหงื่อก็อดที่จะสงสารไม่ได้ จึงยอมทำตามคำแนะนำของลูกน้องคนสนิทเสียไม่ได้

“อืม...พักดื่มน้ำสักหน่อยก็ดี”

“เชิญครับ” อดิศักดิ์กระตือรือร้นเดินนำเจ้านายหนุ่มไปที่ศาลา และจัดแจงหาน้ำเย็นๆ มาให้ดื่ม

“เจ้าจักรยังไม่โทร.กลับมารายงานความคืบหน้าอีกเหรอศักดิ์” พ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยถึงคู่หูของอดิศักดิ์ ที่เขาสั่งให้ไปตามสืบเรื่องของแพรดาว

“ยังครับพ่อเลี้ยง” อดิศักดิ์กล่าว พร้อมยื่นน้ำเย็นให้แพรไหม

“ขอบคุณค่ะคุณศักดิ์” แพรไหมส่งยิ้มหวานเป็นการขอบคุณ แต่นั่นกลับสร้างความขุ่นเคืองใจให้แก่พ่อเลี้ยงหนุ่มขึ้นทันที

“ศักดิ์ วันนี้แกเข้าไปตรวจงานแทนฉันที่โรงงานแล้วกัน เสร็จงานแล้วค่อยขับรถไปรับฉันที่บ้านตาบุญ  ฉันว่าจะแวะไปเยี่ยมแกสักหน่อย” พ่อเลี้ยงหนุ่มหันมาสั่งงานกับลูกน้องคนสนิทเสียงขรึม

“ครับพ่อเลี้ยง แล้วคุณแพรล่ะครับ”

“ทำไม!” พ่อเลี้ยงหนุ่มหันมากระชากเสียงถาม

“เอ่อ...จะให้เธอเข้าไปเรียนรู้งานกับผมด้วยมั้ยครับ” อดิศักดิ์ถามด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม เมื่อสบสายตาอันดุดันของเจ้านายหนุ่ม

“ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันพาไปที่บ้านตาบุญด้วย ขืนปล่อยไว้อยู่ที่นี่ คงคิดที่จะแอบหนีออกจากไร่อีก” ขณะพูดภูตะวันเหลือบตามองคนตัวเล็กข้างกายด้วยสายตาคมกริบ จนแพรไหมทนไม่ไหวต้องเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

“ครับพ่อเลี้ยง งั้นผมขอตัวไปดูงานก่อนนะครับ” อดิศักดิ์โค้งตัวให้เจ้านายหนุ่มเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไป

เมื่อลูกน้องคนสนิทเดินพ้นไปจากสายตาเท่านั้น พ่อเลี้ยง    ภูตะวันก็หันมาเล่นงานกับลูกหนี้สาวทันที ด้วยความหมั่นไส้ที่ทำให้คนเย็นชาเช่นอดิศักดิ์ให้ความสนใจได้

“อย่าริอ่านจะมาอ่อยเจ้าศักดิ์มัน เข้าใจมั้ยแพรไหม” ชายหนุ่มหันมาพูด พร้อมกับกระชากแขนเรียวเข้าหาลำตัว จนเธอแทบไปนั่งเกยบนตักแกร่ง

“ฉันเปล่า! อ่อยใครทั้งนั้น” หญิงสาวกล่าวปฏิเสธเสียงแข็ง จากนั้นก็สะบัดตัวลุกขึ้นยืนให้ห่างจากเจ้าหนี้หนุ่มมากที่สุด

“ก็ดี แต่อย่าให้ฉันเห็นอีกแล้วกัน ไม่งั้นเธอโดนดีแน่ ไปกันได้แล้ว” เมื่อได้ยินคำปฏิเสธของลูกหนี้สาว หัวใจที่ร้อนรุ่มของเจ้าของไร่กลับเย็นลงจนแทบไม่น่าเชื่อ ก่อนจับจูงร่างเล็กเดินออกไปด้านหลังไร่

“ตาบุญครับ ตาบุญอยู่มั้ยครับ” ภูตะวันตะโกนเรียกเจ้าของบ้านอยู่ที่หน้าประตูใหญ่

“นั่นใครน่ะ” เสียงชายชราตะโกนออกมา ก่อนจะเดินมาถึงที่ประตูหน้าบ้าน

“ผมภูตะวันครับตาบุญ” พ่อเลี้ยงหนุ่มส่งยิ้มให้แก่ชายชรา ที่เขานับถือเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง

“อ๋อ! นายน้อยนั่นเอง เชิญๆ เข้ามานั่งก่อน” ตาบุญจัดแจงเปิดประตูให้แก่นายน้อยของตน ยิ้มรับด้วยสีหน้าดีใจ

“ผมไม่ได้มาเสียนาน ที่นี่ดูร่มรื่นขึ้นเยอะเลยนะครับ” ชายหนุ่มพลางส่ายตามองไปรอบๆ บริเวณบ้าน ที่มีต้นไม้ปลูกเรียงรายเต็มไปหมด

“ตาอยู่บ้านว่างๆ ก็เลยหาต้นไม้มาลงปลูกไว้น่ะ ก็นายน้อยไม่ยอมให้ตาทำอะไร” ตาบุญมองหน้านายน้อยของตนที่เทิดทูนประหนึ่งเป็นเจ้าชีวิต คนนอกอย่างแพรไหมก็ยังมองออก

“เอ่อ...แล้วแม่หนูคนสวยนี้ใครครับนายน้อย หรือว่าว่าที่แม่เลี้ยงไร่ภูตะวันครับ” ตาบุญเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม แต่นั่นกลับทำให้นายน้อยของตาบุญร้อนรนอธิบายยกใหญ่

“ไม่ใช่ๆ ครับตาบุญ อย่าเข้าใจผิด เธอเป็นเพียงคนงานในไร่เท่านั้นเองครับ”

“อ๋อ ตาคิดว่านายน้อย...” ชายชราเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มด้วยความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา

“เอ่อ...แพรไหม เธอจะออกไปเดินเล่นรอบๆ บ้านก่อนก็ได้นะ ฉันขอคุยธุระกับตาบุญสักครู่” พ่อเลี้ยงหนุ่มหันไปกล่าวเสียงขรึมกับลูกหนี้สาว แต่แววตากลับบีบบังคับกลายๆ         

“ค่ะพ่อเลี้ยง แพรขออนุญาตเดินดูรอบๆ บ้าน หน่อยนะคะตาบุญ” แพรไหมหันมากล่าวกับเจ้าของบ้าน ก่อนจะพาร่างเดินไปดูรอบๆ บ้านหลังน้อย

“ตาต้องขอโทษนายน้อยเรื่องยัยนุชด้วยนะครับ ตาไม่คิดว่ายัยนุชจะกล้าทำแบบนี้กับนายน้อย” ตาบุญกุมมือนายน้อยของตนไว้แน่น เสียใจกับสิ่งที่หลานสาวได้กระทำไว้กับพ่อเลี้ยงภูตะวันอย่างแสนสาหัสสากรรจ์

“ตาบุญไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอกครับ เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ก็มาจากที่นีรนุชเขาทำตัวเองทั้งนั้น” พ่อเลี้ยงหนุ่มเค้นเสียงออกมาจากลำคอด้วยความลำบากเมื่อเอ่ยถึงอดีตคนรัก และตัวเขาเองก็ไม่เคยคาดคิด ว่านีรนุชจะกล้าทรยศหักหลังต่อความรักของเขาเช่นนี้

“ตาก็มีส่วนผิด ที่สั่งสอนหลานไม่ดี ทำให้คิดชั่ว ถ้านายน้อยจะไล่ตาออกจากไร่ ตาก็จะไม่ว่าสักคำ” ตั้งแต่เกิดเรื่อง พ่อเลี้ยง       ภูตะวันไม่เคยย่างกรายเข้ามาที่นี่อีกเลย นับเป็นเวลาเกือบสองปีเต็ม

“ไม่ครับ ผมขอให้ตาบุญอยู่ที่นี่ต่อไป” ชายหนุ่มหันมามองหน้าชายชราด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ

“แต่ตาละอายใจเหลือเกิน จนไม่กล้าที่จะออกไปสู้หน้าใครๆ ได้” ตาบุญกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ไม่มีใครโทษตาบุญหรอกครับ”

“โธ่ นายน้อย” ชายชราขยับร่างเข้าไปสวมกอดนายน้อยของตนร้องไห้ ทำให้คนที่ยืนแอบอยู่หลังต้นไม้พลอยสะเทือนใจไปด้วย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป