บทที่ 7 บ่วงซาตาน
ภูดิศจับจ้องท่าทีอ่อนแอไร้ทางสู้ของหล่อน ชายหนุ่มแสร้งทำเป็นก้าวขยับเข้าไปใกล้จนกลิ่นอายบุรุษเพศอันอบอุ่นโชยเข้าจมูกคนตัวเล็ก นัยน์ตาคมกริบทอดมองลงมาด้วยกระแสความอบอุ่นปลอบประโลม หวังจะใช้เสน่ห์ล่อลวงให้เหยื่อสาวติดกับบ่วงแค้น “คุณแม่คงกลัวว่าคุณจะเป็นห่วงไงครับ แต่คุณไม่ต้องตกใจไปหรอก ท่านไม่ได้เจ็บป่วยหนาหนักสาหัสขนาดนั้น เพียงแค่พักผ่อนน้อยสะสมก็เลยล้มป่วย อีกไม่กี่วันหมอก็คงอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว เอาเป็นว่า... พรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปเยี่ยมคุณแม่ก็แล้วกัน”
คำปลอบประโลมแสนอ่อนโยนแฝงกระแสอาทร ซึ่งขัดกับท่าทีหื่นกระหายและสายตาจาบจ้วงเมื่อครู่ ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่หัวใจที่กำลังหวั่นไหวของหวันยิหวา หญิงสาวรู้สึกวางใจและคลายความกังวลเรื่องมารดาลงไปเปลาะหนึ่ง เธอยกใบหน้าสวยขึ้นสบตาคมกริบที่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลชวนฝันลึกล้ำ โดยที่เธอไม่มีวันรู้เลยว่า... ภายใต้แววตาอบอุ่นราวกับเทพบุตรคู่นั้น มันคือกับดักของซาตานร้ายที่กำลังจะล่อลวงเธอลงสู่หลุมพรางแห่งไฟตัณหาที่พร้อมจะเผาผลาญเธอให้มอดไหม้ไปทั้งตัว!
“ตามสบายนะครับ ถ้างั้นพรุ่งนี้ผมจะมารับคุณไปเยี่ยมแม่” ภูดิศโปรยเสน่ห์ทิ้งท้าย
ทว่าเมื่อหวันยิหวากวาดสายตามองลอดหน้าต่างลงไปด้านล่าง เธอกลับสะดุดใจกับความว่างเปล่า
“แล้วรถของฉันล่ะไปไหน... เมื่อกี้ยังเห็นจอดอยู่ตรงนี้เลย”
“ผมให้คนงานขับไปจอดไว้ที่อื่นแล้ว” ชายหนุ่มตอบหน้าระรื่น
“นายนี่ดูแปลก ๆ นะ...” คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น มองเขาอย่างจับผิด
“ทำไม... กลัวฉันจะขับรถออกไปเที่ยวรึไง”
“ก็คุณกลัวรถหายไม่ใช่เหรอ” ภูดิศขยับยิ้มยียวน เลื่อนสายตาโลมเลียไปตามโครงหน้าหวาน
“ผมก็แค่เอาไปจอดไว้ในที่ที่มันปลอดภัยให้แล้วไง”
“แล้วที่นี่มันไม่ปลอดภัยรึไงล่ะ!” หญิงสาวขึ้นเสียงประชดประชัน
“แล้วถ้าที่นี่มันไม่ปลอดภัย... แล้วนายให้ฉันมานอนพักที่นี่ได้ยังไงหึ”
“เอางี้... เชิญคุณพักผ่อนให้สบายเถอะ เดี๋ยวคืนนี้ผมจะนอนเฝ้าให้ที่หน้าห้องนี้เอง” ชายหนุ่มแกล้งยื่นใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้จนหวันยิหวาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นประท้วง
“ไม่ต้อง!” หญิงสาวรีบยกมือดันแผงอกแกร่งตึงแน่นของเขาไว้ทันควันเพื่อสร้างระยะห่าง ทว่าฝ่ามือบางกลับซึมซับเอาความร้อนระอุจากมัดกล้ามเนื้อหนาแน่นจนใจสั่น
“ฉันไม่ไว้ใจนาย! จะไปไหนก็ไป แล้ววันพรุ่งนี้ฉันจะขับรถไปเยี่ยมแม่ของฉันเอง!”
“โอเค เอางั้นก็ได้... งั้นเดี๋ยวผมให้แม่บ้านยกอาหารมื้อเย็นมาให้ที่นี่ก็แล้วกัน”
“ฝันดีนะ”
ภูดิศเอ่ยกระซิบเสียงแผ่วพร่า นัยน์ตาพราวระยับจงใจเน้นคำว่าฝันดีจนคนฟังหน้าร้อนผ่าว ชายหนุ่มยอมหมุนตัวเดินผละออกมาจากเรือนรับรองหลังเล็กของหวันยิหวา ทันทีที่บานประตูจกลงและก้าวพ้นเขตสายตาของเธอ ใบหน้าคมคายที่เคยนุ่มนวลก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและดุดันขึ้นมาในทันที
ชายหนุ่มกำหมัดแน่น เขาไม่คิดเลยว่าแม่เลี้ยงที่นอนป่วยอยู่โรงพยาบาลจะเดินหมากได้รวดเร็วและชาญฉลาดขนาดนี้ ถึงกับรีบโทรศัพท์ตามลูกสาวของตัวเองให้แจ้นมาที่ไร่ เพื่อหวังจะได้สมบัติตามเงื่อนไขในพินัยกรรม!
นัยน์ตาคู่คมเต็มไปด้วยความเคืองขุ่นและชิงชัง ที่แม่เลี้ยงใจกล้าคิดจะส่งลูกสาวมาเป็นเหยื่อล่อ ภูดิศเหยียดยิ้มร้ายในความมืด คราวนี้เห็นทีเขาจะต้องวางแผนตลบหลังสองแม่ลูกนี้ให้สาสม ในเมื่อแม่เลี้ยงกล้าส่งเนื้อเข้าปากเสือ มีหรือที่เสือร้ายอย่างเขาจะเคี้ยวกลืนอย่างอ่อนโยน มีแต่จะเผาผลาญลูกสาวของเธอด้วยไฟปรารถนา ให้สมกับความแค้นที่มันสุมอยู่ในอก!
ร่างสูงใหญ่ขี่ม้ากลับมาที่บ้านพักของตนเอง ก่อนจะสั่งให้คนงานเอาเจ้าวายุไปเก็บที่คอกม้า จากนั้นก็เดินเข้าไปภายในบ้าน
“อ้าว!!... พ่อเลี้ยงมาพอดีเลย หนูก็ว่าจะถามอยู่ ทำไมพ่อเลี้ยงถึงให้ผู้หญิงคนนั้นไปอยู่เรือนหลังเล็กท้ายไร่แบบนั้นล่ะคะ เรือนใหญ่ก็ว่างตั้งหลายห้อง” เอื้อมจันทร์เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“นั่นมันเรื่องของฉัน แล้วเธอก็ห้ามไปบอกอะไรยัยนั่นเด็ดขาด” เขาเดินตรงเข้าไปกำชับเอื้อมจันทร์สาวใช้ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
“ทำไมล่ะคะพ่อเลี้ยง”
“ทำตามที่ฉันสั่งก็พอไม่ต้องถาม”
“แล้วจะให้หนูเอาข้าวไปให้เธอตอนไหนคะ”
“จะไปตอนนี้เลยก็ได้ แล้วฉันก็อยากให้เธอนอนพักเป็นเพื่อนยัยนั่นด้วย”
“ค่ะ” เอื้อมจันทร์มองหน้าเจ้านายหนุ่มเหมือนจะซักไซ้ต่อ แต่เมื่อสบเข้ากับแววตากร้าวและรังสีคุกคามอันดุดัน หล่อนจึงต้องรีบหลบสายตาแล้วน้อมรับคำสั่งอย่างเลี่ยงไม่ได้ ภูดิศมองตามพลางขบกรามแน่น เขาไม่ค่อยเรียกใช้เอื้อมจันทร์อยู่แล้วเพราะหล่อนเป็นคนรับใช้ของดวงใจ
ภูดิศเดินเลี่ยงมายังเฉลียงกว้างด้านข้างเรือนไม้สักหลังงาม ซึ่งมีบันไดทอดตัวลงสู่ชั้นล่างโดยตรง ชายหนุ่มทอดสายตามองสวนดอกกุหลาบป่าที่ส่งกลิ่นหอมไปกับลมหนาว ยืนรออยู่ไม่นานนัก ร่างเก้ ๆ กัง ๆ ของ นายเอียด หัวหน้าคนงานกับลูกน้องคนสนิทก็เดินเข้ามาหา ขัดกับภาพลักษณ์รถยนต์คันหรูที่เพิ่งขับมาจอดเทียบอย่างสิ้นเชิง
“นี่กุญแจรถครับพ่อเลี้ยง” เอียดก้มหัวพลางยื่นกุญแจรถไฟฟ้าสีขาวส่งให้เจ้านาย
“ขอบใจ หมดหน้าที่ของแกแล้ว”
“เอ่อ พ่อเลี้ยงครับ... คนที่อยู่เรือนท้ายไร่นั่น เธอเป็นใครเหรอครับ สวยหยาดเยิ้มเชียว แฟนใหม่เหรอครับ” เอียดอดรนทนไม่ไหวรีบแซวขึ้นมาตามประสาคนขี้เล่น
“เธอคือลูกสาวของคุณดวงใจ” คำตอบสั้น ๆ ของภูดิศทำเอาเอียดตาโต
“หุบปากของแกให้สนิท แล้วห้ามไปพูดเรื่องการตายของพ่อฉันให้เธอฟังเด็ดขาด รวมถึงเรื่องพินัยกรรมบ้าบอนั่นด้วย แล้วก็สั่งคนงานทุกคน... ห้ามใครเข้าไปยุ่งวุ่นวายแถวเรือนที่เธอพักเด็ดขาด!”
“ครับ ๆ พ่อเลี้ยง” เอียดรับคำอย่างงุนงง
“แต่...ให้อยู่ตรงเรือนเล็กท้ายไร่คนเดียว จะไม่ลำบากแย่เหรอครับ ระบบไฟฟ้าก็เข้าไม่ถึง”
“แค่ระบบโซล่าเซลล์มันก็เพียงพออยู่แล้ว แกจะถามให้มันได้อะไรขึ้นมา”
